
ตร.แจ้งข้อหา'หมอสุพัฒน์'มีอาวุธปืน
ตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่ม'หมอสุพัฒน์'มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาต พร้อมขอหมายค้นอีกครั้งที่ไร่ ด้านแม่สองสามีภรรยาส่งโครงกระดูกตรวจซ้ำรพ.จุฬาฯ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 ตุลาคม 2555 พ.ต.อ.พิชัย. ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พร้อมคณะพนักงานสอบสวนและทนายความ นำหมายจับ ศาล จ.เพชรบุรี พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์. เลาหะวัฒนะ ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฏหมายโดยได้มาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมที่เรือนจำกลาง จ.เพชรบุรี โดยมี ดร.สุรสิทธิ์ จิตรชอบใจ ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.เพชรบุรีให้การต้อนรับ จากนั้นให้เจ้าหน้าที่เรือนจำไปแจ้งหมอสุพัฒน์ที่แดน 1 แรกรับ และออกมารับทราบข้อกล่าวหาที่ห้องทนายซึ่งแยกออกมาต่างหากจากห้องเยี่ยมโดยใช้เวลากว่า 40 นาที
พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง กล่าวต่อว่า เบื้องต้น พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาและไม่ขอให้การใดๆ โดยอ้างว่าขอรอทนายความส่วนตัวมาก่อน และจะแจ้งให้ทางตำรวจมาสอบปากคำอีกครั้ง และวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดเพชรบุรี อีกครั้งและพร้อมจะดำเนินการในวันพรุ่งนี้เพื่อตรวจสอบท่อปูนซีเมนต์ในสระน้ำรวมถึงบริเวณกอไผ่จุดใกล้เคียงด้วย
ด้าน ดร.สุรสิทธิ์ กล่าวว่า คุณหมอสุพัฒน์ ตั้งแต่มาอยู่ที่เรือนจำไม่ได้ก่อปัญหาอะไรส่วนมากคุณหมอสุพัฒน์หมดเวลาไปกับการอ่านหนังสือ และมีผู้ต้องขังบางส่วนมาปรึกษาหมอเรื่องอาการป่วย แต่ทางเรือนจำไม่สามารถให้หมอรักษาได้ซึ่งเป็นกฏระเบียบของทางเรือนจำ นอกจากนี้ช่วงที่ตนเข้าคุยกับหมอรู้สึกว่าหมอเป็นคนจิตใจดี ชอบงานบริหารเหมือนกัน และหมอยังคุยด้วยว่าหมอเป็นนักกีฬายิงปืนของตำรวจด้วย
"เฉลิม"เชื่อคดี“หมอสุพัฒน์”ไม่มีมวยล้ม
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าคดีพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ว่าจะเป็นมวยล้มหรือไม่ว่า ไม่ล้ม ไม่ล้ม หากไม่เจอศพ ก็ดูที่พยานแวดล้อม ส่วนอาวุธปืนที่พบหากไม่มีทะเบียนก็ต้องดำเนินคดี เพราะมีอาวุธครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
แม่สองสามีภรรยาส่งโครงกระดูกตรวจซ้ำรพ.จุฬาฯ
พ.ต.ท.ทัศนัย ทรัพย์สุข พงส.(สบ3) สภ.ท่าไม้ลวก จ.เพชรบุรี ได้นำนางเล็ก เฮ็งสุวรรณอายุ 58 ปี นางเอื้อน เกิดทรัพย์ อายุ 60 ปี มารดาของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และนางอรสา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยาที่หายสาบสูญไปเข้าพบ นพ.ธีรโชติ จองสกุล ผอ.โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันกับโครงกระดูก จำนวน 3 โครงที่ขุดพบที่ไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ภายหลังจากที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ ตรวจสอบดีเอ็นเอโครงกระดูกดังกล่าวแล้วยืนยันว่าไม่ใช่โครงกระดูกของบุตรชายและลูกสะใภ้
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.สมเดช ฐิตะวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ได้นำกล่องกระดาษจำนวน 2 กล่อง ซึ่งภายในบรรจุโครงกระดูกจำนวน 3 โครง ที่รับมาจากสถาบันนิติเวชฯรพ.ตำรวจ ซึ่งสงสัยว่าเป็นของสองสามีภรรยามาส่งมอบทางอ.นพ.ธีรโชติ จองสกุล ผอ.ศูนย์ชันสูตรพลิกศพ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ จุฬาฯจากนั้นทางนพ.ธีรโชติ พร้อมด้วยคณะร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
อ.นพ.ธีรโชติ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้รับการร้องขอของทางญาติให้มีการตรวจพิสูจน์โครงกระดูกทั้ง 3 โครง ทางสถาบันก็ยินดีที่จะรับตรวจสอบอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทางคณะชุดทำงานไม่มีแรงกดดันและการเปรียบเทียบแต่อย่างใด ถึงแม้ก่อนหน้านี้มีการตรวจพิสูจน์จากนิติเวชฯรพ.ตำรวจมาแล้วก็ตาม ทั้งนี้คณะแพทย์พร้อมยืนยันขั้นตอนการตรวจสอบเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล และสามารถตรวจสอบได้ ส่วนโครงกระดูกทั้ง 3 ที่ถูกฝังดินระยะเวลายาวนานก็สามารถตรวจสอบโครงกระดูกได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะนำตัวอย่างเลือดของแม่ผู้ตายมาทำการตรวจสอบโดยใช้เวลาประมาณ 7 วัน ถึงจะรู้ผล
นางเล็ก เปิดเผยว่า ส่วนตัวแล้วแม่มั่นใจว่า2 ใน 3 ของโครงกระดูกเป็นของลูกชายและลูกสะใภ้ของตน เนื่องจากจดจำเสื้อผ้าได้อย่างแน่นอน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามแม่ผู้ตายว่า ถ้าผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันตรงกับผลของนิติเวชฯรพ.ตำรวจทางแม่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป นางเล็กก็แสดงอาการนิ่งไปครู่ใหญ่แล้วตอบว่า ก็ขอให้ผลการตรวจออกมาก่อนถึงจะว่ากันอีกครั้งหนึ่ง



