
'ยิ่งลักษณ์'ให้ความมั่นใจ'ทูตญี่ปุ่น'
'ยิ่งลักษณ์' ให้ความมั่นใจ 'ทูตญี่ปุ่น' ย้ำให้ความเป็นธรรมคดีช่างภาพรอยเตอร์ พร้อมร่วมมือพัฒนาประเทศ
1 ต.ค.55 นายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่ออำลาในโอกาสที่กำลังจะพ้นหน้าที่ โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมการทำงานของเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมกล่าวยืนยันต่อเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นว่า ทางการไทยให้ความสำคัญกับคดีการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งในขณะนี้ได้เร่งดำเนินการพิจารณาคดีและค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในความร่วมมือและการให้ความช่วยเหลือในช่วงที่ประเทศไทยประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งประเทศไทยซาบซึ้งที่ภาครัฐและภาคเอกชนญี่ปุ่นยังให้ความเชื่อใจและขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามขอยืนยันในแผนการป้องกันพื้นที่อุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอนาคต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่บริษัทญี่ปุ่นที่มีฐานการลงทุนในไทย รัฐบาลพร้อมที่จะร่วมมือกับทางญี่ปุ่นในโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศ ทั้งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และการพัฒนาด้านโทรคมนาคมต่างๆ ตลอดจนโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายของเมียนมาร์อีกด้วย
เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญต่อประเทศญี่ปุ่นในฐานะมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมาโดยตลอด ทั้งการเดินทางเยือนญี่ปุ่นถึง 2 ครั้งเมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่านมา และการต้อนรับเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารญี่ปุ่น เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาด้วย
ม็อบเครือข่ายที่ดินบุกทำเนียบยื่น 10 ข้อเสนอแก้ปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมามีกลุ่มผู้ชุมนุมจากสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) เครือข่ายเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ดินแนวใหม่(ผังตำบล) เครือข่ายแก้ไขปัญหาที่ดิน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ เครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคูคลอง เครือข่ายที่ดินรถไฟและเครือข่าย คปอป. จำนวนมากเดินทางมาชุมนุมที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก โดยเตรียมข้อเสนอ 10 ข้อ ถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นปีที่ 2 แต่ทั้งนี้จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลา 11.30 น. นายกรัฐมนตรีไม่ออกมารับหนังสือทั้งที่ปฏิบัติภารกิจในทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งไม่มีตัวแทนรัฐบาลออกมารับหนังสือ จึงทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจและแกนนำได้ปราศัยโจมตีนายกฯจึงทำให้ผู้ชุมนุมสุภาพสตรีที่ยืนประชิดรั้วประตู4 พากันขย่มประตูเหล็กที่ปิดโดยมีโซ่คล้องไว้ และจำนวนหนึ่งก็พากันปีนประตูรั้ว จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่านายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ รองเลขาธิการนายกฯ กำลังออกมารับหนังสือ จึงทำให้ผู้ชุมนุมที่ปีนเกือบจะข้ามประตูมาแล้วต้องถอยลงมาทันที
ทั้งนี้หนังสือของกลุ่มผู้ชุมนุมมีข้อเสนอทางนโยบายต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจำนวน 10 ข้อได้แก่ 1.ขอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินแห่งชาติ 2.ขอให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายในการรับรองสิทธิชุมชนในการจัดทรัพยากร ที่ดิน น้ำ ป่า ไม้ และทะเล 3.ขอให้รัฐบาลกระจายอำนาจการจัดการที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินและการจัดทรัพยากรไปที่ชุมชนท้องถิ่น 4.ขอให้รับบาลเร่งดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการให้โอกาสประชาชนที่มีฐานะยากจนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยสนับสนุนการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท งบสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคชุมชนเมือง 1,200ล้านบาท และให้ส่งเสริมสนับสนุนเครือข่ายชุมชนให้เกิดการทำผังเมืองระดับตำบล 3,000ล้านบาท
5.ในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง สร้างเขื่อน ฯลฯ ขอให้มีการตั้งงบหรือกองทุนรองรับการแก้ไขทั้งด้านที่ดิน ที่อยู่อาศัย และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไว้ในโครงการ 6.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดนโยบายในการปฏิรูปการจัดการที่ดินโดยมีการกระจายสิทธิที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยใช้มาตรการทางภาษี และการจัดตั้งธนาคารที่ดินให้แก่คนจนและเกษตรกรรายย่อม 7.ขอให้รัฐบาลเร่งรักที่ดินที่ประชาชนถือครองการดำเนินการตามนโยบายในเรื่องการสำรวจและจัดทำแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปรับปรุงกฎหมายป่าไม้ทั้ง5ฉบับให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
8.ขอให้รัฐเร่งรัดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความขัดแย้งเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย การฟ้องไล่ที่ ฯ 9.ขอให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ และ10.ให้ยุติการจับกุมประชาชนจากกรณีพิพาทเรื่องที่ดินกับรัฐทุกกรณีและร่วมหาทางออกแสวงหาทางออกร่วมกันมากกว่าการใช้มาตรการทางกฎหมายเพียงด้านเดียว
ขณะเดียวกันที่ด้านหน้าสำนักงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนิน ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากเครือข่ายสลัม4ภาค และเครือข่ายผู้นำชุมชนและนักจัดตั้งในภูมิภาคเอเชีย / Leaders and Organizers of Community Organization in Asia (LOCOA) ชุมนุมและยื่นข้อเรียกร้องผ่านไปถึงนายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน



