ข่าว

'มาร์ค'จ่อถก'อดุลย์'หารือปมแดงไล่

'มาร์ค'จ่อถก'อดุลย์'หารือปมแดงไล่

01 ต.ค. 2555

'มาร์ค'รอถกร่วมผบ.ตร.ใหม่ หารือปมขัดแย้ง-ถูกเสื้อแดงไล่ พร้อมจี้'รัฐบาล'แจงปมคันกันน้ำนิคมฯลาดกระบังรั่ว หวั่นเสี่ยงบกพร่องทั้งระบบ อัด'พร้อมพงศ์'เล่นการเมืองไม่เลิก

                1 ต.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงบทบาทของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนใหม่ที่ทำงานในตำเเหน่งนี้ป็นวันแรกว่า ตำรวจมีความสำคัญมากในการช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม เป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น หากผบ.ตรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก็จะเป็นประโยชน์จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เช่นเดียวกับการดูแลความสงบเรียบร้อยในภาวะที่ยังมีการปลุกระดมมวลชนให้เกิดความรุนแรงได้ รวมถึงปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติดก็เป็นความคาดหวังของประชาชนอยู่แล้วด้วย ทั้งนี้ส่วนตัวเคยระบุว่าจะพบกับ พล.ต.อ.อดุลย์ เพื่อรับทราบแนวทางในการแก้ปัญหาคนเสื้อแดงที่คอยตามขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่ยังหาเวลาที่ตรงกันไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องรอดูว่ามีการประสานงานคืบหน้าหรือไม่ พร้อมกับจะรอให้ผบ.ตร.ได้แสดงท่าทีในการแก้ปัญหาเหล่านี้ เพราะสังคมต้องการทราบคำตอบอยู่แล้ว

                 “ผมคิดว่า ผบ.ตร.ต้องแสดงความเข้มแข็งและความเป็นธรรมในการบังคบใช้กฎหมาย จะทำให้ประชาชนมีความสุขกับการทำงานของตำรวจ ซึ่งในช่วงที่ทำงานร่วมกับผมในรัฐบาลที่แล้วก็ทำงานได้เรียบร้อยดี และบททดสอบสำคัญคือ ผบ.ตร.จะต้องแสดงให้เห็นว่าข้าราชการทุกประเภทไม่มีประเภทไหนไปสังกัดพรรค ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพของตัวเองอย่างเคร่งครัด ส่วนการเมืองจะพยายามมาแทรกแซงก็ต้องพยายามรักษาสถาบันข้าราชการเอาไว้ ผมคิดว่าท่านต้องพิสูจน์ตัวเองเพราะสภาพการเมือง การใช้อำนาจแต่ละยุคไม่เหมือนกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

จี้รัฐบาลแจงปมคันกันน้ำนิคมฯลาดกระบังรั่ว หวั่นเสี่ยงบกพร่องทั้งระบบ

                 นายอภิสิทธิ์ กล่าวก่อนเดินทางไป จ.สุโขทัย ถึงกรณีคันกั้นน้ำนิคมอุตสาหกรรมลาดกะบังรั่วจนทำให้น้ำเข้าท่วมบริเวณนิคมฯว่า รัฐบาลต้องเร่งชี้แจงว่ากรณีที่เกิดขึ้นแต่ละจุดเกิดจากอะไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นที่อื่นอีก พร้อมตรวจสอบต่อไปว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน เพราะขณะนี้ จ.ชลบุรี เเละจ.ปราจีนบุรีได้รับผลกระทบ รัฐบาลเคยพูดก่อนหน้านี้ว่าระบบการบริหารจัดการ ระบบข้อมูล ระบบเตือนภัย จะมีความชัดเจน ทั้งนี้ต้องเรียกร้องว่าเงินที่รัฐบาลใช้ไปกว่าไปแสนล้านบาทเพื่อรับมือในส่วนนี้นั้น ผลออกมาคืออะไร เพราะเท่าที่เห็นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงการบริหารจัดการและความสามารถในการป้องกัน ยกเว้นเฉพาะการไปสร้างกำแพงรอบ ๆ บางนิคม อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความหวั่นไหวให้กับภาคธุรกิจ ประชาชน จึงปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อไมได้
 
                 "ส่วนในพื้นที่กทม.ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลจัดฉากยัดถุงทรายและหินลงในท่อระบายน้ำนั้น  ตนเสนอไปแล้วว่าทั้งกทม.และรัฐบาล  ควรแสดงออกถึงความร่วมมือในการแก้ปัญหาดีกว่า เพราะว่าประชาชนทุกข์พออยู่แล้วเวลาที่เกิดน้ำท่วมขัง ถ้าจะต้องมาฟังการทะเลาะกันทางการเมืองก็คงไม่มีความสุข ส่วนกรณีที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะไปร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบประสิทธิภาพของอุโมงค์ยักษ์และโยงว่าเป็นเพียงอุโมงค์ดัมมี่เหมือนกับกล้องดัมมี่ของกทม.นั้น ตนเห็นว่าเป็นความพยายามที่ไม่ยอมเลิกเล่นการเมือง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะปีหน้าเป็นช่วงเวลาที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ทั้งนี้กรณีอุโมงค์ยักษ์ หน่วยงานของรัฐคือรัฐบาลที่ต้องทำงานร่วมกับกทม.ตรวจสอบได้อยู่แล้ว แต่ชี้แจงอย่างไรก็ไม่เป็นผล เพราะพรรคเพื่อไทยต้องการกระแสที่จะสร้างประเด็นการเมืองกดดันตัวผู้ว่าฯกทม.หวังผลในเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์   ​ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องการบริหารจัดการน้ำต้องยุติเรื่องนี้ และร่วมมือกับกับผู้ว่าฯ กทม.ทำงานร่วมกันจะดีที่สุด" นายอภิสิทธิ์ กล่าว