
'ภูมิธรรม'เผยถูกยุบพรรคจนหลอน
ภูมิธรรม เวชยชัย "ถูกยุบพรรคจนหลอน ไม่ทำอะไรที่เสี่ยงอีก"
"ภูมิธรรม เวชยชัย" ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็น "กองหลัง" ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็น "กองหน้า" ของพรรค ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมยุทธศาสตร์ของ "พรรคทักษิณ" ตั้งแต่ครั้งยังเป็นพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ ย้ำถึงยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคที่ผ่านการถูกยุบมาแล้ว 2 ครั้ง โดยยอมรับว่าประสบการณ์นั้นยัง "หลอนๆ" จนทำให้พรรคต้องระมัดระวังในทุกย่างก้าว ดังนั้น อะไรที่เป็นเรื่องที่ต้อง "เสี่ยง" จึงต้องหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้ประสบการณ์อันแสนขมขื่นกลับมาหลอกหลอนอีก
ภารกิจของผู้อำนวยการพรรค คือการสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง
นั่นเป็นเป้าหมายสำคัญ โจทย์คือเราจะทำสร้างความเข้มแข็งให้พรรคในกรอบกติกาปัจจุบันที่ไม่ได้ส่งเสริมให้พรรคเข้มแข็ง ทั้งจากรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้แก้ไขและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้อย่างไร เช่นเรื่องการขยายฐานสมาชิก จากเดิมที่ (พรรคไทยรักไทย) มีสมาชิก 14 ล้านคน ตามกติกาตอนนี้ก็ไม่สามารถทำได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน จากเดิมที่เวลาเคลื่อนขบวนออกไป เราสามารถรับสมัครสมาชิกได้เลย ด้วยการออกบัตรชั่วคราว กรอบตอนนี้ทำให้เราไม่สามารถขยายฐานได้ง่ายๆ ซึ่งเราต้องดูให้ดี ถ้าไม่ละเอียดอาจถูกยุบพรรคอีกได้ ในการเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะแค่ไม่กี่ปี เราถูกยุบไป 2 รอบในเหตุผลที่เรายอมรับไม่ได้ จึงเป็นประสบการณ์ขมขื่น ที่ต้องระมัดระวัง
ดูเหมือนยังหลอนๆ กับเรื่องการถูกยุบพรรค
ก็ต้องยอมรับความจริงว่ายังหลอนๆ เพราะฉะนั้นเวลานี้เราจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือถ้ากติกาอะไรที่ไม่ชัดเจนเราก็หลีกเลี่ยงที่จะทำ เพราะเราก็เหนื่อย จริงๆ ถ้ายุบพรรคเราก็ตั้งพรรคใหม่ได้ แต่ตั้งพรรคใหม่ก็ต้องนับหนึ่งใหม่ ก็เหนื่อย เพราะฉะนั้นเราจะพยายามไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง อย่างกรณีของคุณยงยุทธ การที่ท่านหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้เกิดปัญหา (ไม่เข้าร่วมประชุม ครม.) ก็ถือเป็นความพยายามที่ดี
มวลชนที่สนับสนุนพรรคอาจไม่พอใจ เพราะรู้สึกว่าพรรคถอยอีกแล้ว
อย่ามองว่าถอย เราทำตามกรอบกติกา อะไรที่ยังไม่ชัดเจนก็หาทางให้เกิดความชัดเจน หลายเรื่องไม่จำเป็นต้องฝืน ถ้าช้าสักนิดแล้วสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ก็ไม่เสียหาย ผมไม่คิดว่าเป็นการถอย แต่คิดว่าทำอย่างไรให้สังคมหาข้อยุติร่วมกันได้ การทำงานในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่คิดอะไรแล้วเดินหน้าจะทำทุกอย่างได้ ถ้าเราเห็นว่าควรทำแต่มีเสียงติติง ผมว่าการถอยมาทบทวนจะดีกว่า ในภาวะนี้ถ้าต้องตัดสินใจก็ต้องมีท่าทีในการรับฟังในความเห็นต่างให้มาก หลังฟังและไตร่ตรองแล้ว การเดินไปข้างหน้าก็จะสมเหตุสมผล เป็นที่ยอมรับ
บทบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดูเหมือนมีบทบาทอยู่เหนือพรรค ใครๆ ก็ไปหาทักษิณ
ไม่คิดว่าเป็นปัญหา ท่านนายกฯ ทักษิณเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในการสร้างประโยชน์ให้สังคมไทย รวมทั้งพรรคเพื่อไทยในตอนหาเสียงเราบอกชัดว่าเรายอมรับความคิดท่านจนมาเป็นสโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" เราเชื่อในศักยภาพของท่าน เรื่องที่ใครไปพบท่านก็เป็นเรื่องธรรมชาติของสังคม เมื่อเราเคารพใครก็อยากไปหา ไปปรึกษาเวลามีปัญหา อย่ามองเป็นเรื่องไม่ดีหรือเป็นเรื่องร้าย หรืออย่างเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี ถ้าข่าวว่าทักษิณมาใกล้ๆประเทศไทยเพื่อจัดโผ ครม.เป็นจริง ก็คงมีการปรับ ครม.ไป 5 รอบแล้ว
ทักษิณกับยิ่งลักษณ์ต่างกันอย่างไร
ท่านนายกฯ ทักษิณเป็นคนตรงไปตรงมา คิดอะไรก็พูดอย่างนั้นทันทีทันใด เพราะฉะนั้นหลายเรื่อง ถ้าท่านเห็นว่าถูกต้องเหมาะสมท่านก็อยากจะทำ เพราะท่านไม่ได้คิดว่าจะเป็นปัญหา ฉะนั้นการคำนึงถึงความพร้อมความเข้าใจของสังคมก็อาจจะมีข้อจำกัด หรือถ้ามีความเห็นคัดค้านท่านก็พร้อมจะอธิบายโดยทันทีทันใด ไม่รอ ท่านเป็นคนไว ขณะที่ท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะมีความสุขุมรอบคอบมุ่งมั่นในภารกิจ ไม่ได้ใส่ใจที่จะตอบโต้ใคร ท่านไม่ได้คิดว่าจะต้องอธิบาย แต่คิดว่าเวลาจะช่วยอธิบายได้ ซึ่งการที่ท่านเป็นคนสุขุมรอบคอบทำให้ลดแรงเสียดทานได้มาก หลายคนตีความว่าการที่ท่านไม่สนใจตอบโต้เพราะพูดไม่เก่ง ก็แล้วแต่จะมอง แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่คนมองว่าเป็นจุดอ่อน กลับเป็นจุดแข็งของท่าน และท่านก็เป็นคนที่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ หลายเรื่องที่ท่านเผชิญผมคิดว่าหนักมาก แต่ท่านยังยิ้ม บางเรื่องไปถึงเรื่องความเป็นผู้หญิง บางเรื่องมันหมายถึงแรงเสียดทานที่จะเผชิญกับครอบครัว เช่นเรื่อง ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ แต่สุดท้ายก็มาทำร้ายท่านไม่ได้ ท่านโดนวิจารณ์ทุกเรื่องตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผม อาหารการกิน แต่ท่านหนักแน่น ในที่สุดก็ย้อนมาทำร้ายคนที่จะทำร้ายท่านเอง จากที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นคนอ่อน ไม่มีความเป็นผู้นำ ในที่สุดก็พิสูจน์ว่าเป็นจุดแข็ง เพราะคนในสังคมต้องการผู้นำแบบนี้ จากที่บอกว่าเป็นผู้หญิงจะอยู่ยาก ก็กลายเป็นจุดแข็ง เพราะท่านมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เข้ากับคนง่าย ไปยืนกับบรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพ ก็วิจารณ์ว่าท่านจะไหวไหม ปรากฏว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพชื่นชม จากที่ว่าอยู่ใกล้นายกฯ จะแย่ ก็กลายเป็นยิ่งใกล้ยิ่งรัก (หัวเราะ)
ปัจจัยอะไรที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้
การที่ผู้นำทางการเมืองเห็นประโยชน์ของพรรคพวกมากกว่าประเทศชาติ พัวพันกับเรื่องทุจริตอย่างชัดเจน ซึ่งท่านนายกฯ เข้มงวดในเรื่องนี้มาก อย่างเรื่องการจำนำเข้า ท่านก็พูดชัดว่าถ้าพบใครทุจริตให้จัดการทันที ซึ่งถ้าท่านเดินหน้าจริงจังกับสิ่งที่ทำอยู่ ผมคิดว่าท่านไปรอด
มีการมองว่าหากไปแตะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญกับเรื่องพ.ร.บ.ปรองดอง จะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้
ไม่มีอะไรที่แตะต้องไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ความเข้าใจของสังคม แม้ว่าเราจะเป็นเสียงข้างมากในสภา แม้เป็นสิ่งที่เราหาเสียงไว้ แต่เมื่อยังมีบางส่วนไม่สบายใจ ท่านนายกฯ ก็เสนอให้เราทอดเวลาเพื่อสร้างความเข้าใจกับสังคม แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องตัดสินใจ เพราะสังคมต้องเดินไปข้างหน้า
----------------------------------
(หมายเหตุ : ภูมิธรรม เวชยชัย "ถูกยุบพรรคจนหลอน ไม่ทำอะไรที่เสี่ยงอีก")



