
เตือน!ฝนตกหนัก'ภาคกลาง-ใต้-ตอ.'
อุตุฯเตือน'ภาคกลาง-ใต้-ตอ.' มีฝนตกหนาแน่น-ตกหนักบางแห่ง ผู้ที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น ขอให้ตรวจสอบลักษณะอากาศก่อนเดินทาง ขณะที่ลำปางเจอดินสไลด์ตัดขาดหมู่บ้าน ระยองน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมสูง 1 ม.
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ก.ย. 55 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน ฉบับที่ 26 ลงวันที่ 30 กันยายน 2555 เรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" ระบุ ร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เริ่มมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนกระจายถึงเกือบทั่วไปและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่ที่มีน้ำท่วมอยู่แล้ว ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ สำหรับทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือไว้ด้วย
อนึ่ง เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (30ก.ย.55) พายุดีเปรสชัน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 13.5 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 113.0 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 30 นอต หรือ 55 กม./ชม. พายุนี้เกือบจะไม่เคลื่อนที่ และยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในระยะ 1-2 วันนี้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ขอให้ตรวจสอบลักษณะอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจาก พายุไต้ฝุ่น “เจอลาวัต” (JELAWAT) กำลังเคลื่อนตัวผ่าน ในช่วงวันที่ 30 กันยายน - 1 ตุลาคม 2555
ประกาศ ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 16.30 น.
ระยอง - น้ำป่าจากเขาชะเมาไหลท่วมบ้านปชช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดน้ำป่าจากเขาชะเมา และน้ำตกคลองปลาก้าง ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่บ้านหนองน้ำเย็น หมู่ที่ 1, 4 และ 11 ของตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักถึงร้อยละ 90% ของพื้นที่ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 3 วัน 3 คืน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมบนยอดเขาเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งไหลบ่าลงท่วมบ้านเรือนประชาชน ความแรงของน้ำได้กัดเซาะคอสะพาน บนถนนสายหนองน้ำเย็น - เขาชะเมา จนขาด ไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้ ส่งผลให้ประชาชนไม่ต่ำกว่า 300 คนอยู่ในสภาพติดเกาะ บ้านเรือนประชาชนประมาณ 60 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมสูงในระดับ 1 เมตร ถึง 1 เมตร 50 เซนติเมตร
ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำเรือเข้าไปอพยพประชาชนออกมาด้านนอกได้บางส่วนแล้ว แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งติดอยู่ภายในบ้านที่น้ำท่วมสูง ซึ่งวันนี้ทางเทศบาลตำบลทุ่งควายกิน กำลังระดมเจ้าหน้าที่นำเรือ อาหาร และถุงยังชีพ เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว
สำหรับสภาพอากาศในเช้าวันนี้ แม้ว่าฝนจะหยุดตก แต่ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม ปกคลุมด้วยเมฆฝน ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าจะมีฝนตกในพื้นที่อำเภอแกลง ของจังหวัดระยอง ประมาณ 90% ของพื้นที่ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นไปอีก ทางจังหวัดจึงประกาศเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในระยะนี้
ปภ.ลำปาง ตรวจดินสไลด์ปิดเส้นทาง
นายสัขเลข คำใจ หัวหน้าสำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยจังหวัดลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองปานจังหวัดลำปาง เดินทางเข้าตรวจถนนสายบ้านแม่แจ๋มและบ้านปางต้นหนุนหมู่ที่ 10 ตำบลแจ้ช้อน อำเภอเมืองปาน หลังมีดินและหินสไลด์ลงจากภูเขา 2 ข้างทางเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แล้วปิดทับเส้นทางกว่า 30 จุด ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าวที่มีบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือนประชากรกว่า 500 คน ถูกตัดขาดไม่สามารถเดินทางด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้และที่ผ่านมาเด็กนักเรียนที่ต้องเดินทางมาโรงเรียนที่บ้านแม่แจ๋มต้องขอหยุดเข้าเรียนเนื่องจากผู้ปกครองไม่สามารถนำรถเดินทางมาส่งบุตรหลานเข้าเรียนได้ สร้างความลำบากเป็นอย่างมาก
ถึงแม้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปาง จะนำรถแทรกเตอร์และรถแบ็คโฮ เข้าเเครียร์พื้นที่ เพื่อเปิดเส้นทางที่ถูกดินที่สไลท์ลงมาปิดทับเส้นทางเข้าหมู่บ้านระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร แต่ก็ยังสามารรถเปิดเส้นทางได้เป็นบางช่วงเท่านั้น เนื่องจากมีอุปสรรคและปัญหาในพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาทุกวันและอย่างต่อเนื่องจึงทำให้การทำงานด้วยความลำบาก เพราะการเกรดดินออกจากถนนจะมีดินที่อยู่ 2 ข้างทาง ซึ่งเป็นภูเขาสไลด์ตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง และถนนบางช่วงชาวบ้านสามารถนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อสามารถสัญจรไปมาได้ แล้วบางส่วน และยังมีดินโคลน สไลด์ลงมาปิดเส้นทางหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปอีกหลายหมู่บ้านและหลายจุด
เบื้องต้นทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางเร่งให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปางเร่งเปิดเกรดดินโคลนออกจากพื้นที่ถนนโดยเร็วและคาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาสร้างอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่จะสามารรถเปิดเส้นทางได้ตามปกติภายใน 7
พิจิตร - ชาวบ้านตำบลรังนก ใช้เรือขนอุปกรณ์ไหว้ครู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ต้องใช้เรือขนอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เพื่อไปทำการไหว้ครูพื้นบ้าน ของชาวบ้าน ที่ต้องจัดขึ้นประจำทุกปี และเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเสี่ยงต่อเรือที่จะพลิกคว่ำ จากน้ำที่มีปริมาณมาก เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง แต่ชาวบ้านก็ยังต้องดำเนินการไหว้ครูพื้นบ้าน เนื่องจากเป็นความเชื่อที่ยึดถือกันมาเป็นเวลานาน
โดยชาวบ้านบอกว่า การไหว้ครู ชาวบ้านกระทำมาเป็นเวลานาน เนื่องจากการไหว้ครูทุกชนิด ที่ชาวบ้านเชื่อว่า จะเป็นการสร้างเสริมความเป็นสิริมงคล และทำให้การทำมาหากินในปีนั้นๆเจริญรุ่งเรือง ชาวบ้านเชื่อว่าหากปีใดไม่ทำการไหว้ครูการทำมาหากินจะรู้สึกติดขัด แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม ที่เกิดขึ้นก็ตาม
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ น้ำจากอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ยังคงไหลมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำท่วมที่บ้านรังนก ปริมาณน้ำยังไม่ลดลง ยังคงทรงตัวและเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีน้ำท่วม ในพื้นที่ราบต่ำ 50ซม. - 1 ม.
ผวจ.กาญจน์ ประชุมด่วน คกก.แก้ไขปัญหาน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กาญจนบุรี ล่าสุด นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผวจ.กาญจนบุรี ได้เรียกประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินถล่มจังหวัดกาญจนบุรี ที่ ห้องประชุมแควน้อย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ ปภ.กาญจนบุรี ทหารจาก กองพลทหารราบที่ 9 จทบ.กาญจนบุรี แขวงการทางฯ ชลประทาน เกษตร ปศุสัตว์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม โดยในที่ประชุมแต่ละอำเภอได้รายงานสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เลาขวัญ อ.ห้วยกระเจา และ อ.ด่านมะขามเตี้ย ที่มีสถานการณ์ผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากจนสร้างผลกระทบแก่ชาวบ้านและทรัพย์สินจนต้องมีการอพยพชาวบ้านไปอยู่อาศัยในพื้นที่ปลอดภัย
ส่วนอีก 9 อำเภอ รายงานสถานการณ์ว่ามีน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตร โดยอำเภอทองผาภูมิรายงานเรื่องดินสไลด์ลงมาทับผิวการจราจรบนถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี และดินยุบในพื้นที่ ต.ห้วยเขย่ง โดยมีอำเภอสังขละบุรีเพียงอำเภอเดียวที่ยังไม่มีผลกระทบจากน้ำท่วมขัง โดยผวจ.กาญจนบุรีได้กำชับนายอำเภอและหน่วยงานต่างๆให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหากเกิดปัญหาน้ำหลากเข้าพื้นที่ใดก็ให้ทางอำเภอและ อปท.ในทุกพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที โดยการประชุมใช้เวลานานกว่า 2 ชม.
หลังการประชุม นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณะ ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า จากการที่มีฝนตกในพื้นที่กาญจนบุรีค่อนข้างหนักทุกวัน เป็นเหตุให้เกิดปริมาณน้ำมากขึ้น ขณะนี้ในพื้นที่ 2 อำเภอ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมแล้ว คือ อำเภอห้วยกระเจาและอำเภอเลาขวัญ แต่เกิดเหตุแค่ในบางพื้นที่ ซึ่งพื้นที่นั้นจะประสบปัญหาน้ำท่วม ในทุกปี เช่น บ้านไผ่สีของอำเภอห้วยกระเจา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นทางน้ำและเป็นร่องน้ำที่จะไหลเข้ามายังพื้นที่ลุ่ม ทางจังหวัดได้หาทางแก้ไขโดยประสานกับชลประทาน ให้มีการขุดคลองชลประทาน เพื่อไม่ให้น้ำเอ่อล้นออกมา อีกพื้นที่หนึ่งคือที่อำเภอเลาขวัญเป็นจุดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในทุกปีเช่นกัน เป้ฯจุดที่ยากในการป้องกันและแก้ไข เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงและราบลงมา
ผวจ.กาญจนบุรีกล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางการช่วยเหลือในขณะนี้ ได้แจ้งให้ทางนายอำเภอและประชาชนว่าถ้าหากน้ำมีระดับสูงขึ้นจนคาดว่าอาศัยอยู่ในบ้านไม่ได้ ให้เตรียมแผนการอพยพออกมา โดยจะใช้โรงเรียนกับวัดเป็นที่พักพิงและให้ทางอำเภอเข้าไปดูแล โดยการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อ ส่วนของมีค่าที่สำคัญให้นำติดตัวมาด้วย แต่ของหนักและไม่จำเป็นให้ยกขึ้นที่สูงภายในบ้าน ส่วนอีกพื้นที่หนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือ อำเภอด่านมะขามเตี้ย พื้นที่นั้นจะเป็นน้ำที่มาจากจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีพื้นที่สูงกว่าอำเภอด่านมะขามเตี้ย น้ำก็จะหลากลง ขณะนี้ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวัง ซึ่งในขณะนี้สถานการณ์น้ำอยู่ในระดับสะพาน ยังไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน แต่ได้สั่งการให้ทางอำเภอไปเฝ้าดู หากเกิดสถานการณ์น้ำมีระดับสูงขึ้นให้อพยพชาวบ้านออกมาก่อน และให้ใช้โรงเรียนและที่ทำการองค์การบริการส่วนตำบล เป็นที่พักพิง ทางจังหวัดกาญจนบุรีจะเฝ้าระวังทั้ง 3 อำเภอ ส่วนอำเภออื่นสถานการณ์ยังเป็นปกติแต่ก็ยังน่าเป็นห่วง เพราะฝนตกชุกและปริมาณมาก ตั้งแต่พื้นที่ใต้เขื่อนลงมาจนถึงเขื่อนอำเภอเมือง แต่อย่างไรก็ตามจะมีการเฝ้าระวังตลอด
ส่วนทางด้าน นายปิยมิตร ไขว้พันธุ์ หน.กลุ่มงานยุทธศาสตร์ สนง.ปภ.จ.ฟกาญจนบุรี เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยล่าสุดว่า ขณะนี้ภาพรวมของระดับน้ำลดลงมาก โดยในพื้นที่ อ.เลาขวัญ มีน้ำท่วมผิวการจราจรถนนสาย เลาขวัญ- ห้วยกระเจา เหลือแค่ประมาณ 5 ซม. ส่วนน้ำในท้องทุ่งยังท่วมขังอยู่ ส่วนในพื้นที่ อ.ห้วยกระเจา ระดับน้ำลดลงจำนวนมาก ซึ่งหากไม่มีฝนตกซ้ำอีกคาดว่าภายใน 2-3 วันสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนที่ อ.ด่านมะขามเตี้ยตอนนี้ระดับน้ำในลำน้ำภาชีเริ่มลดลงแต่ทางอำเภอก็ไม่ประมาทได้มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชม. และสามารถแจ้งเตือนประชาชนให้สามารถอพยพได้ทันที
รายงานข่าวว่า กรณีที่ นายทองเติม เก้าแพ อายุ 67 ปี ชาวตำบลหนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ที่ลงไปช่วยเหลือลูกวัวที่ตกลงไปในลำห้วยวังยาว และถูกกระน้ำพัดหายไป โดยเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำได้เร่งทำการค้นหาร่าง จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถค้นพบแต่อย่างใด
โคราช - น้ำล้นลำพระเพลิง เตือนชาวบ้านที่อยู่เชิงเขาระวังน้ำป่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่เกิดฝนตกลงมาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่งของจังหวัดนครราชสีมา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง 1 ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว ขณะนี้ปริมาณน้ำได้เพิ่มขึ้นถึง 6.68 ล้านลูกบาตรเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 105 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 6 ล้านลูกบาตรเมตร เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกชุกบนเขาแผงม้า และอุทยานแห่งชาติทับลาน ทำให้ระดับน้ำล้นกว่า 5 แสนลูกบาตรเมตรต่อวัน โดยมวลน้ำเหล่านี้ไหลไปรวมกับน้ำที่ไหลมาจากเขาใหญ่ อ.ปากช่อง ก่อนที่จะไหลไปสู่อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง 2 ที่ อ.ปักธงชัย จึงทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเคยมีปริมาณน้ำเพียง 11 ล้านลูกบาตรเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของความจุอ่าง ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 101 ล้านลูกบาตรเมตร หรือร้อยละ 93 ของความจุอ่างแล้ว
ด้านหม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 ยืนยันว่า ปริมาณน้ำที่ล้นเขื่อนลำพระเพลิง จะไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่อยู่อาศัยใน อ.วังน้ำเขียว เพราะปริมาณน้ำที่ล้นเป็นเรื่องปกติของเขื่อนลำพระเพลิงหนึ่งอยู่แล้ว แต่อาจจะมีน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรริมคลองธรรมชาติบ้างเล็กน้อย หากมีฝนตกลงมาอย่างนักติดต่อกันหลายวัน ก็อาจจะส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก จึงขอเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณไหล่เขา และบริเวณทางผ่านน้ำ ให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลากในช่วงฝนตกหนัก ส่วนสถานการณ์น้ำโดยทั่วไปของจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้ก็ถือว่าอยู่ในช่วงปกติ โดยปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังคงรับน้ำได้ปริมาณมาก



