ข่าว

'เฉลิม'โวไม่มีใครบีบนายกฯปรับครม.ได้

'เฉลิม'โวไม่มีใครบีบนายกฯปรับครม.ได้

30 ก.ย. 2555

"เฉลิม"โวไม่มีใครบีบนายกฯเรื่องปรับครม.ได้ เสียดาย"ยงยุทธ"ลาออกเองทั้งๆ ที่ยังทำหน้าที่ต่อได้ อัดพวกวิ่งเต้นระวังจะไม่ได้เป็นรมต. ยืนยันคดีหมอสุพัฒน์ ตร.ไม่ทิ้งระหว่างทางเเน่นอน ลั่น!หลังโยกย้าย จะสั่งตร.ลงพื้นที่ช่วยเหลือปชช.มากขึ้น

          วันที่ 30 ก.ย.55  เวลา 11.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวที่บ้านริมคลอง เขตบางบอน กทม.ถึงกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.มหาดไทย ประกาศลาออกจากตำแหน่งโดยมีผลวันที่ 1 ต.ค.นี้ว่า ทั้งๆ ที่ร.ต.อ.เฉลิมได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าคุณสมบัติของนายยงยุทธสามารถดำรงตำแหน่งได้ต่อว่า เรื่องนี้นายยงยุทธสมัครใจที่จะลาออกเองไม่มีใครบังคับ ถึงตอนนี้ตนยังยืนยันเช่นเดิมตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อปี 2526 และปี 2530 ที่ระบุว่า กรณีเช่นเดียวกันนี้ถือว่าได้รับการล้างมลทิน แต่เมื่อนายยงยุทธตัดสินใจลาออกตนรู้สึกเสียดาย ตนไม่ได้ปกป้องนายยงยุทธโดยไม่มีเหตุผล แต่ปกป้องในฐานะนักกฎหมาย ทั้งนี้กรณีที่มีบางคนออกมาซ้ำเติมนายยงยุทธเป็นเรื่องไม่เหมาะ คนพรรคเดียวกันหากไม่ทำผิดต้องดูแลช่วยเหลือกัน นายยงยุทธไม่เคยทิ้งพรรคในภาวะคับขัน เป็นหัวหน้าพรรคที่ไม่เคยมีเงื่อนไข

          เมื่อถามว่ากรณีนี้แม้ไม่มีใครสั่งให้นายยงยุทธลาออก แต่เกิดจากแรงเสียดทานต่อตำแหน่งของนายยงยุทธที่มีคนอื่นในพรรคอยากได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “ตนไม่กล้าลงลึก แต่ในพรรคเพื่อไทยใครอยากเป็นนักและวิ่งเต้นมากก็ไม่ได้เป็นในที่สุด จะมาทำให้พรรคปั่นป่วนทำไม ในเมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ายังไม่ปรับคณะรัฐมนตรีในระยะนี้ แต่อนาคตข้างหน้าเป็นดุลพินิจของนายกฯ ต้องเคารพท่าน เพราะตอนหาเสียงท่านเหนื่อยมาก และท่านทำงานดี ผลสำรวจความคิดเห็นก็ดีกว่าพรรคฝ่ายค้าน ถือเป็นครั้งแรกที่ผลสำรวจพรรคฝ่ายค้านสอบตก และงานในสภาที่มอบหมายให้ตนดูแลก็เรียบร้อยดี” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

          เมื่อถามว่าในพรรคเอง มีแรงบีบนายกฯ พอสมควรจะช่วยอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “ยืนยันไม่มีใครสามารถบีบบังคับนายกฯได้ หากใครคิดจะบังคับโอกาสที่จะมาร่วมรัฐบาลยาก และตนยังไม่เชื่อว่าใครจะมาบีบบังคับ ไม่มีทาง เพราะตนนั่งประชุมกับนายกฯ 1 ปี นายกฯเก่งมีความมั่นใจและต้องเคารพการตัดสินใจของนายกฯ ไม่ว่าคนในพรรคหรือนอกพรรค หากไม่เคารพการตัดสินใจของนายกฯจะเสียใจ ไม่มีใครสามารถกดดันนายกฯได้” 

          เมื่อถามว่า หากไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในตอนนี้จะทำอย่างไร เพราะตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยว่างลง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องฟังนายกฯตนไม่สามารถตอบแทนได้ เมื่อนายกฯบอกว่ายังไม่ปรับก็ยังไม่ปรับ ส่วนการแบ่งงานนั้นขึ้นอยู่ที่นายกฯเช่นกัน ทั้งนี้ตนมองว่าสามารถทำได้สองแนวทางคือ  1.ให้รมช.ที่มีความอาวุโสรักษาราชการแทนไป หรือ2.จะพิจารณาให้บุคคลอื่นเช่น รัฐมนตรีสำนักนายกฯหรือใครที่เห็นว่าเหมาะสมมารักษาราชการแทน และคิดว่านายกฯมีแนวทางอยู่แล้ว  เมื่อถามว่าหากนายกฯมอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิมไปช่วยดูแลกระทรวงมหาดไทยในช่วงที่เกิดสูญญากาศ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า งานที่ตนรับผิดชอบในขณะนี้ก็เยอะอยู่แล้วต้องไปต่างจังหวัดบ่อยๆ เพระการปราบยาเสพติดจะอยู่ในกรุงเทพฯอย่างเดียวไม่ได้ และคิดว่านายกฯมีคนในใจอยู่แล้ว  เเละเรื่องนี้จะไม่มีผลต่อรัฐบาลหากพรรคฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้วชี้ว่านายยงยุทธขาดคุณสมบัติ เพราะขณะที่นายยงยุทธรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ระมัดระวังไม่เป็นประธานในที่ประชุมครม.เเละมอบให้ตนได้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมครม.แทนก็ไม่มีปัญหา

          ส่วนเรื่องนี้จะเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายค้านโจมตีหรือไม่นั้น  ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า แม้ไม่มีเรื่องนี้ฝ่ายค้านก็โจมตีอยู่แล้วไม่มีผลอะไร ตนยังคงวิเคราะห์เหมือนเดิมหากรัฐบาลชุดนี้ไม่มีการทุจริตจะอยู่ครบ 4 ปี และอยู่ต่ออีก 4 ปี ทั้งนี้จากการตรวจสอบการทุจริตยังไม่พบ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไม่มีการทุจริต แต่ระดับรัฐมนตรีไม่มีเลย ส่วนที่มีข้าราชการออกมากระพือข่าวว่าพบการโกงที่นั่นที่นี่นั้น ตนได้ขอข้อมูลและตรวจสอบเเล้วยังไม่พบแต่อย่างใด




"เฉลิม" ยืนยันคดีหมอสุพัฒน์ ตร.ไม่ทิ้งระหว่างทางเเน่นอน

          รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูเเลสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (สตช.)กล่าวถึงความคืบหน้าคดีพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตนายแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายสามารถ นุ่มจุ้ย  เเละน.ส.อรษา  เกิดทรัพย์ สามีภรรยาที่จ.เพชรบุรีว่า "ในเรื่องนี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้รายงานว่าพยานหลักฐานรับฟังได้  ตนก็ไม่ซักถามรายละเอียดเพราะเป็นเรื่องของสำนวนคดี แต่เรื่องนี้ตนเป็นผู้สั่งการห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศด้วยตนเอง"

          ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตจะนำกระดูกไปพิสูจน์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ขัดข้อง แต่เห็นว่า เรื่องนี้ไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำผิด อย่าไปสงสัย เมื่อไม่ใช่ก็ไม่ใช่ต้องหาพยานหลักฐานใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำเต็มที่ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ปรุงแต่งไม่ได้ และยืนยันว่าคดีนี้จะไม่มีการทิ้งระหว่างทางอย่างแน่นอน

 

"เฉลิม" ลั่น!หลังโยกย้าย จะสั่งตำรวจลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น

          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ เเสงสิงเเก้ว ผบ.ตร.คนใหม่จะเข้าดำรงตำแหน่งในวันที่ 1 ต.ค.ว่า พล.ต.อ.อดุลย์เป็นคนที่จริงจังจริงใจมีวินัย มีความสามารถ และในวันที่ 3 ต.ค.นี้จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศที่สโมสรตำรวจ ตนจะไปบรรยาย 1 ชั่วโมง อาจจะมีการเพิ่มเติมเล็กน้อย เช่น การปราบปรามยาเสพติด เพราะก่อนหน้านี้เน้นจับกุมปราบปราม เเต่ตอนนี้ต้องเน้นการ ป้องปรามป้องกัน และต่อจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องลงพื้นที่ให้มากเดิมแก้ปัญหาต่างๆให้ประชาชน เเต่อย่างอื่นดีอยู่แล้ว
 
          "ในวันที่ 1 ตุลาคมที่เริ่มปีงบประมาณใหม่ มีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ ตนเตรียมจะทำการประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เเละภาค 4 จะเอาต้องแต่ระดับสารวัตรมาประชุม เน้นป้องปรามป้องกัน รวมถึงการเปิดสถานบริการต้องมีความเข้มงวดมากกว่านี้ ตนจะเดินทางไปทั่วประเทศให้มากกว่าเดิม"ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว  เมื่อถามว่า หากลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเช่น พล.ต.ท.คำรณวืทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ในช่วงที่ผ่านมาเรื่องเเบบนี้จะถูกเหน็บแนมหรือไม่ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "คนเหน็บก็เสียคะแนนเอง และความจริงแล้วการแก้ปัญหาจราจรมีหลายหน่อยงาน กทม.เป็นเจ้าภาพหลัก เมื่อมาตำหนิ เลือกตั้งรอบหน้าก็แพ้"