ข่าว

วางบึ้มเสาดีแทคผูก'ธงชาติมาเลย์'ล่อ

วางบึ้มเสาดีแทคผูก'ธงชาติมาเลย์'ล่อ

30 ก.ย. 2555

กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าถอดใจเลิกขายสินค้าในงานของดีเมืองบาเจาะ นราธิวาส หลังถูกคนร้ายยิงถล่มด้วย ระเบิดเอ็ม 79 ถึง 2 ลูกซ้อน จนมีผู้บาดเจ็บ 23 คน ส่วนที่ยะลา วางบึ้มเสาดีแทค ผูกธงชาติมาเลย์ล่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบ แค่ก่อกวน

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา  07.00 น. วันที่ 30 ก.ย. 55  ความคืบหน้าหลังเกิดเหตุคนร้ายยิงเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ใส่งานของดีอำเภอบาเจาะ ซึ่ง จัดขึ้นบนถนนเพชรเกษม ตรงข้าม สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ-อส.ที่ว่าการอำเภอบา เจาะ และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บรวม 23 คน โดยเหตุเกิดในช่วงคืนวันเสาร์ที่ 29 ก.ย. ล่าสุด  พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จว.นราธิวาส ร.ต.ท. ภราดร โคตรทัศน์ พนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุ ระเบิด นปพ.จว.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐาน อย่างละเอียดอีกครั้ง

           จุดแรกเจ้าหน้าที่พบว่า หัวระเบิดเอ็ม 79 ตกบนถนนข้างเกาะ ตรงข้ามประตูทางเข้าที่ว่าการ อำเภอ โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดเอ็ม 79 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง พร้อมกองเลือด ส่วนจุดที่ 2 ซึ่งเป็น เต็นท์หลังที่ 2 ด้านซ้ายมือของประตูทางเข้าที่ว่าการอำเภอ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายข้าวหมกไก่ของนายอานัส  เมะ เจ้าหน้าที่พบหลังคาเต็นท์เป็นรูโหว่ และมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดเอ็ม 79 ตกใส่หลังคาเต็นท์ได้รับ ความเสียหายเป็นรูหลายแห่ง โดยมีเศษชิ้นส่วนระเบิดเอ็ม 79 ตกอยู่ทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้ เป็นหลักฐาน

           อย่างไรก็ตาม จากการประเมินวิถีกระสุน เจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายใช้ถนนหลัง สภ.บาเจาะ ยิง เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 วิถีโค้ง 45 องศา ในระยะ 300 เมตร จำนวน 2 ลูกซ้อน เพื่อถล่มใส่ป้อมจุด ตรวจประตูทางเข้าที่ว่าการอำเภอ ซึ่งขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บาเจาะและ อส.ที่ว่าอำเภอบาเจาะ  ยืนกระจายกำลังเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนที่เดินเที่ยวภายในงาน แต่ระเบิดพลาดเป้า ทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อส.และชาวบ้านเจ็บทั้งสิ้น 23 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 คน คือ ถูก สะเก็ดระเบิดเอ็ม 79 ที่บริเวณแขน ขาและใบหน้า นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์  1.ด.ญ.นัสริน บือราเฮง 2.ด.ญ.อัสมะห์ ดือเลาะ 3.นายสมชาย ปักซีแซ่ และ 4.น.ส.มาซีเดาะ เลาะปากะ  ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ที่เหลืออีก 19 คน เมื่อปฐมพยาบาลแล้วแพทย์อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่ บ้านพัก

           ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่ต่อต้านการทำ งานของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเที่ยงของวันเกิดเหตุ นายอนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอบาเจาะ  น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร ผบ.ฉก.นย. และผู้นำศาสนา ได้รวมตัวกันประกอบพิธีละหมาดฮายัต และให้ ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง
งานของดีเมืองบาเจาะเหงา

           ขณะที่บรรยากาศภายในงานของดีเมืองบาเจาะ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ระหว่าง วันที่ 29 กันยายน-1 ตุลาคมนั้น หลังเกิดเหตุระเบิดปรากฏว่าช่วงสายวันที่ 30 กันยายน บรรดาเจ้าของ แผงขายสินค้าที่นำสินค้ามาวางขายในงานประมาณ 30 ร้านค้า ต่างหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พา กันเก็บแผงสินค้า เพื่อเดินทางไปขายสินค้าในจังหวัดอื่นที่มีความปลอดภัยมากกว่า

           น.ส.ชรินรัตน์ แก้วตรัง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 ถนนชาญนุเคราะห์ ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้า ย้อย จ.สงขลา เจ้าของแผงขายสินค้า กล่าวว่า หวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก จึงเก็บสินค้า ขึ้นรถยนต์เพื่อเดินทางกลับไปตั้งหลักที่บ้านพักใน จ.สงขลา ก่อน

           "ไม่ไหวหรอกพี่ กลัวมากๆ เลย เพราะขณะที่ระเบิดเอ็ม 79 ตกลงมานั้น ประชาชนที่มาเที่ยว งานทั้งผู้หญิงและเด็กเล็กๆ แตกตื่นวิ่งหาที่หลบกันชุลมุนวุ่นวายไปหมด เพื่อนเจ้าของแผงขายสินค้าบาง รายก็ถูกสะเก็ดระเบิด บาดเจ็บคนละเล็กละน้อยกันไปตามๆ กัน ยังขืนอยู่ขายสินค้าอีกบังเอิญเกิดเหตุ ระเบิดขึ้นมาอีกแล้วใครจะมารับผิดชอบชีวิตหนู ไม่เอาแล้ว กลับไปตั้งหลักที่บ้านดีกว่า" น.ส.ชรินรัตน์ กล่าว

           ด้าน พ.ต.ท.นิพนธ์ มหินทรเทพ รอง ผกก.(ป.) สภ.บาเจาะกล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า  เบื้องต้นทราบเพียงว่าคนร้ายใช้ถนนเพชรเกษมเป็นจุดในการยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่บริเวณงาน แต่ยังไม่ ทราบจุดที่คนร้ายใช้เป็นจุดยืนยิงอย่างแน่ชัด และยังบอกไม่ได้ว่าเป็นฝีมือคนร้ายกลุ่มไหน

 

เผารถแบ็กโฮรับซื้อไม้ยาง

           ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 07.00 น.วันเดียวกัน ร.ต.ท.วันชัย รักบุญเมือง  ร้อยเวร สภ.รือเสาะ รับแจ้งมีเหตุคนร้ายเผารถแบ็กโฮที่จอดอยู่ข้างบ้านนางซีตี อายา อายุ 54 ปี อยู่บ้าน เลขที่ 26 บ้านปอเนาะ หมู่ 6 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หัว หน้ากองพิสูจน์หลักฐาน จว.นราธิวาส พ.ต.ต.วินิต แก้วมณี สว.สืบสวน สภ.รือเสาะ ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ  หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จว.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบ

           ที่เกิดเหตุพบรถแบ็กโฮยี่ห้อโคมัตสุจอดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้านเลขที่ดังกล่าว สภาพห้อง โดยสารและห้องเครื่องถูกเพลิงไหม้เสียหายจนใช้การไม่ได้ โดยเฉพาะบริเวณเบาะคนขับเจ้าหน้าที่พบ เศษผ้าชุบน้ำมันเชื้อเพลิงถูกเพลิงไหม้วางอยู่ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เมื่อสอบสวนนายมะ มามุ อายุ  50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 6 ต.สุวารี ซึ่งเป็นเจ้าของรถและเป็นผู้จัดการบริษัท นราพารา จำกัด ทราบว่า  หลังจากรับซื้อไม้ยางพาราจากชาวบ้านก็นำรถแบ็กโฮมาจอดที่จุดเกิดเหตุ กระทั่งช่วงเวลา 04.30 น.ได้รับ แจ้งจากชาวบ้านว่ารถแบ็กโฮถูกคนร้ายลอบวางเพลิงได้รับความเสียหาย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

           "ปกติผมไม่เคยมีศัตรูคู่แข่งในธุรกิจดังกล่าว โดยรับซื้อไม้ยางพารามานานแล้ว ส่วนสาเหตุเชื่อ ว่าเป็นฝีมือของผู้ไม่หวังดี" นายมะ กล่าว

           อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป เบื้องต้นตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ  ขัดแย้งทางธุรกิจ แต่ไม่ตัดทิ้งประเด็นความมั่นคง เนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ ไม่หวังดี

 

ยิงชาวสวนปาล์มดับ 1 เจ็บ 1

           ต่อมาเวลา 12.30 น.เกิดเหตุคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและป้ายทะเบียน ใช้ อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดตามประกบยิงนายสุรศักดิ์ พงษ์เทพ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127/50 บ้านฮู แตทูวอ หมู่ 4 ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นชาวสวนปาล์ม กระสุนเข้าที่หน้าอก 1 นัดและชาย โครง 1 นัด เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และยิงนายจำรัส เส้งสุวรรณ อายุ 41 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 127/64 หมู่4บ้านฮูแตทูวอ ต.โคกเคียน กระสุนเข้าที่แขนซ้าย 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ

           จากการตรวจสอบทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุรศักดิ์ และนายจำรัส ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง บรรทุกผลปาล์มไปขายที่โรงงานในสหกรณ์นิคมบาเจาะ และกำลังเดินทางกลับบ้านพัก โดยขับตามหลัง กันมาห่างกันประมาณ 20 เมตร เมื่อมาถึงหัวสะพานบ้านน้ำดำ หมู่ 4 ต.โคกเคียน มีคนร้ายขี่รถ จักรยานยนต์มาดักรอพร้อมใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงใส่นายสุรศักดิ์ทันที 2 นัด และใส่ยิงนายจำรัสซึ่งตามหลัง มา แต่นายจำรัสใช้ปืนพกสั้นยิงต่อสู้คนร้าย ทำให้คนร้ายขี่รถหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้าง สถานการณ์ความไม่สงบของกลุ่มก่อเหตุรุนแรง

 

วางระเบิดเสาโทรผูกธงมาเลย์

           ส่วนที่ จ.ยะลา เมื่อเวลา 13.58 น. ศูนย์วิทยุ สภ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดบริเวณ เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือดีแทค หมู่ 5 บ้านสะโต ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา จึงแจ้งให้ พ.ต.อ.อุทัย  ทิพย์เสภา ผกก.สภ.รามัน ทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จาก ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 12 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

           เมื่อมาถึงบริเวณเสาสัญญาณดีแทค ซึ่งตั้งอยู่ริมถนน เจ้าหน้าที่พบเพียงธงชาติมาเลเซียแขวน อยู่ด้านหน้าเสาสัญญาณจำนวน 2 ผืน แต่ส่วนอื่นของเสาสัญญาณไม่ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงต้อง เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะก่อเหตุวางระเบิดซ้ำ หลังจากนั้นจึง เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด โดยใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำโดยรอบบริเวณเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน ซึ่งไม่พบวัตถุ ต้องสงสัย

           จากการสอบสวนชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้ยินเสียงระเบิดที่ เสาสัญญาณดีแทค แต่ไม่กล้าเข้าไปดู จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

           ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 12.15 น.ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันบริเวณถนน สาย 410 บ้านป่าหวัง หมู่ 1 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจและทหารรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ทราบชื่อ คือ นายอาพัน บุญรักษ์ อายุ 42 ปี ได้รับบาดเจ็บ นางสุริยา อารี อายุ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

           ส่วนที่ อ.ธารโต เมื่อเวลา 13.00 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ธารโต ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันที่บริเวณ ถนนสาย 410 ยะลา-เบตง บ้านบูโล๊ะสะนีแย หมู่ 4 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำ ตัวส่งโรงพยาบาลธารโต ทราบชื่อคือ น.ส.ชดารัตน์ อินเอี่ยม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 บ้านบ่อหินนอก  หมู่ 11 ต.บ้านแหร อ.ธารโต กระสุนถูกบริเวณแขนขวา

           อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ต้องการสร้าง สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

ซิ่งจยย.ไล่ยิงสองแม่ลูกเจ็บ 

           เมื่อเวลา 08.30 น. ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันบนถนนสาย 410  ยะลา-บันนังสตา บริเวณเขตรอยต่อ อ.กรงปินัง-อ.เมืองยะลา หลังรับแจ้งจึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ทหาร ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนสาย 410 รอยต่อเขตหมู่ 3 บ้านบราแง ต.กรงปินัง อ. กรงปินัง และหมู่ 5 บ้านกูแปปุโรง ต.บันนังสาเรง อ.เมือง พบชาวบ้านกำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวน มาก ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 คน ชาวบ้านช่วยนำส่งโรงพยาบาลยะลาแล้ว ทราบชื่อคือ นางเยาวมาล สุขาเขิน อายุ  49 ปี และน.ส.พัทยา สุขาเขิน อายุ 26 ปี สองแม่ลูก อยู่บ้านเลขที่ 22/6 หมู่ 1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา  โดยถูกคนร้ายไล่ยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่

           จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 9 ปลอกตกอยู่ พร้อม หัวกระสุนปืน 9 มม. 1 หัว ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำแดง  ป้ายแดง จอดอยู่หน้าบ้านชาวบ้าน โดยพบร่องรอยกระสุนปืนและคราบเลือดตามตัวรถหลายแห่ง

           สอบสวนญาติผู้บาดเจ็บทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน โดยขี่รถจักรยานยนต์กลับมา จากร่วมงานศพญาติ ที่บ้านนิคมกือกอง ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคงถูกคนร้าย ไม่ทราบจำนวนไล่ยิงจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่ม คนร้ายในพื้นที่

 

ยิงวัยรุ่นดับอีกที่ อ.ยะหา

           ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 06.50 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ยะหา ได้รับแจ้งว่าพบศพชายไทยไม่ทราบชื่อเสีย ชีวิตอยู่ในพงหญ้าริมถนนสายบ้านเนียง-ยะหา บ้านควนกูบู หมู่ 3 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา จึงแจ้งให้  พ.ต.อ.สันติ เหล่าประทาน ผกก.สภ.ยะหา ร.ต.ท.ประวิทย์ อินตา ร้อยเวร สภ.ยะหา พร้อมประสานเจ้า หน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุทันที

           เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณพงหญ้าริมถนนพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน  กรร 235 ยะลา ล้มอยู่ในพงหญ้า ห่างจากรถประมาณ 5 เมตร พบศพชายไทยมุสลิมทราบชื่อภายหลังคือ  นายมะนูเซ็ง มะดิง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 บ้านเปาะเย๊าะ ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ถูกยิงด้วยปืนไม่ ทราบขนาดเข้าที่ใต้ราวนมขวา ด้านข้างลำตัว

           จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก โดยแจ้งญาติว่าจะ ไปหาเพื่อนในพื้นที่ อ.ยะหา เมื่อเวลา 20.00 น.ที่ผ่านมา แล้วหายไป ก่อนจะพบว่าถูกยิงเสียชีวิต เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่าง ไรก็ตาม ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องส่วนตัว