ข่าว

'หงส์'ชนะแล้ว!ถล่มนอริช5-2

'หงส์'ชนะแล้ว!ถล่มนอริช5-2

30 ก.ย. 2555

"หงส์แดง"ลิเวอร์พูล ประเดิมชัยนัดแรกบุกไปถล่ม นอริช ซิตี 5-2 "หลุยส์ ซัวเรส" หัวหอกอุรุกวัยทำแฮตทริก ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ฟอร์มหรูบุกชนะ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล 2-1 ขณะที่ "ไก้เดือยทอง" บุกไปปราบ "ผีแดง" 3-2

                ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันเสาร์ที่ 29 กันยายน  "นกขมิ้น" นอริช เปิดรังต้อนรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ยังไม่ชนะในฤดูกาลนี้ แต่ลิเวอร์พูลก็สามารถทำได้สำเร็จโดยชนะไป 5-2 จากการทำแฮตทริกของ หลุยส์ ซัวเรส และไมเคิล เทอร์เนอร์และสตีเว่น เจอร์ราดอีกคนละลูก 

                ขณะที่"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ ทำศึกดาร์บี้แมทช์กรุงลอนดอน กับ "สิงโต
น้ำเงินคราม" เชลซี โดยทั้งสองทีมต่างจัดทีมชุดใหญ่ลงมาสู้กันเต็มที่ แต่เป็นเชลซีที่ได้ประตูออกนำก่อน
นาทีที่ 20 จากลูกฟรีคิกทางขวาของ ฆวน มาตา ที่เปิดไปเสาสอง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ได้โอกาสตวัดยิงเข้าไปเป็น 1-0

                ถึงนาทีที่ 42 อาร์เซนอล มาตามตีเสมอได้จากการต่อบอลขึ้นทางขวา อเลกซ์ แชมเบอร์เลน
ผ่านบอลไปหน้าประตูให้ แชร์วินโญ จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะพลิกยิงเข้าไป จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1
แบบที่เกมของอาร์เซนอลเหนือกว่าเล็กน้อย

                เข้าครึ่งหลังได้ 8 นาที เจ้าถิ่นมาพลาดเสียประตูอีกครั้งจากฟรีคิกของ มาตา เหมือนเดิม และ
คอสเซลนี กะจังหวะตัดบอลพลาดบอลแฉลบขาเข้าทางเสาสองเป็น 2-1 จากนั้น อาร์เซนอล เกือบจะตี
เสมอได้นาทีที่ 73 โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ตัวสำรองได้ยิงในเขตโทษบอลแฉลบ ดาวิด ลุยซ์ แต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังปัดออกไปหวุดหวิด

                ช่วงทดเวลาเจ็บเจ้าถิ่นพลาดโอกาสทอง เมื่อ ซานติ กาซอร์ลา จ่ายทะลุให้ ชิรูด์ หลุดไปแตะหลบ เช็ก ได้แล้ว แต่จังหวะยิงไปยิงเข้าข้างตาข่าย จบเกม เชลซี บุกมาชนะ 2-1 ทำให้อาร์เซนอลแพ้ในลีกเป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้


              ส่วนคู่สุดท้าย "ไก้เดือยทอง" ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ บุกไปเฉือนชนะ "ผีแดง"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงถิ่นโอลด์ แทร๊ฟฟอร์ด  3-2 โดยขึ้นนำไปก่อน 2 -0

                สำหรับผลคู่อื่นๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี ชนะ ฟูแลม 2-1  เอฟเวอร์ตัน ชนะ เซาแธมป์ตัน  3-1 เรดดิง เสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2  สโต๊ค ซิตี ชนะ สวอนซี ซิตี   2-0      ซันเดอร์แลนด์ชนะวีแกน 1-0

                ขณะที่เกมวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า จะเปิดสนามวิลล่า ปาร์ค เตะ
ศึกดาร์บี้แมทช์ รับการมาเยือนของเวสต์บรอมวิช เวลา 22.00 น. โดย พอล แลมเบิร์ต กุนซือเจ้าถิ่นหวังว่า
ลูกทีมจะโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง หลังจากเมื่อกลางสัปดาห์ไปชนะ แมนฯ ซิตี ในช่วงต่อเวลา 4-2 ทะลุเข้ารอบลีกคัพมาได้ ทำให้คาดว่า แลมเบิร์ต จะยังใช้นักเตะจากชุดดังกล่าวลงสนามต่อเนื่องกันหลายคน โดยเฉพาะ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ที่ยิงคนเดียว 2 ประตู

                อักบอนลาฮอร์ จะยืนเป็นกองหน้าคู่กับ ดาร์เรน เบนท์ ที่ได้พักในเกมล่าสุด แต่แดนกลางจะไม่มี สตีเฟน ไอร์แลนด์ หลังจากได้รับบาดเจ็บกระดูกแก้มแตกจากเกมที่ไปแพ้ เซาแธมป์ตัน 1-4 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น่าจะเลยช่วงกลางเดือนตุลาคมไปแล้วถึงจะกลับมาลงสนามได้ แต่ก็มีข่าวดีที่ แบรตต์ โฮลแมน ปีกตัวเก่งหายเจ็บกลับมาแล้ว และน่าจะผ่านการทดสอบความฟิตได้อย่างไม่มีปัญหา ส่วนแนวรับยังไม่มี ริชาร์ด ดันน์ กองหลังตัวหลักที่เจ็บ รอน ฟลาร์ จะทำหน้าที่เป็นหลักต่อไป

                ฝั่ง เวสต์บรอมวิช มีปัญหานักเตะในตำแหน่งฟูลแบ็ก หลังจากที่ล่าสุด เลียม ริดจ์เวลล์ ต้องไป
อยู่ในรายชื่อนักเตะบาดเจ็บอีกคน โดยเพิ่งเจ็บต้นขาจากเกมลีกคัพ ที่แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 และก่อนหน้านี้ก็
ต้องเสีย สตีเฟน รีด ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และโกรัน โปปอฟ นักเตะใหม่ก็ยังเจ็บโคนขาหนีบ จึงมีเพียงแค่
บิลลี โจนส์ เพียงคนเดียวที่เป็นฟูลแบ็กแท้ที่ฟิตในทีมตอนนี้ จึงอาจจะต้องเอา โยนาส โอลส์สัน ตัวเซ็น
เตอร์ออกมาเล่นแบ็ก

                แดนกลางยังคงไม่มี เจมส์ มอร์ริสัน ที่ยังเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า แนวรุก สตีฟ คลาร์ก ผู้จัดการทีมยังไม่สามารถใช้งาน ปีเตอร์ โอเดมวินกี กองหน้าเบอร์ 1 ของทีม เนื่องจากติดโทษแบนใบแดงเป็นนัดที่ 3
รวมทั้งจะไม่มี เฌอโรม โธมัส ที่เจ็บหัวเข่า จึงน่าจะเป็นโอกาสของ โลเมอู ลูคาคู ที่เป็นกองหน้าตัวจริงต่อไป ขณะที่อีกตำแหน่งยังมีทางเลือกที่ มาร์คุส โรเซนเบิร์ก และมาร์ค อองตวน ฟอร์ตูเน