
ล้วงตับสุดสัปดาห์:พระนาย'แดจังกึม'
ล้วงตับสุดสัปดาห์ : พระนาย 'แด จัง กึม' : โดย...สิงห์สนามข่าว
ภาษาวัยรุ่นจะบอกว่า “เงียบได้อีก” สำหรับทำเนียบรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นตัวแทนสยามประเทศบินลัดฟ้าไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่เมืองมะกัน
แต่จะว่าไปที่ทำงานรัฐบาลก็ไม่เงียบเท่าไร เพราะ "นายกฯ ปู" ได้มอบหมายให้รองนายกฯ เบอร์หนึ่ง “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” รักษาราชการแทน ซึ่งบังเอิ๊ญ บังเอิญ! ดันต้องมารักษาราชการแทนในช่วงที่ “ยงยุทธ” ก็มีปัญหาจากกรณีที่ดินอัลไพน์ ทำให้ “ท่านรักษาราชการนายกฯ” นั่งไม่ติดทำเนียบเหมือนทุกวัน มีงานนอกให้สื่อวิ่งตามหาตัวให้วุ่นตั้งแต่วันประชุมครม. ที่จู่ๆ ก็มีกำหนดการบินตรวจน้ำท่วมด่วนซะยังงั้น
ส่วนรองนายกฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ท่านอื่นๆ ก็พลอยทำงานกันน้อยลงด้วย แต่มีเรื่องฮาๆ ในช่วงที่วันก่อนมีการประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ บรรดากระจอกข่าวไปดักรอสัมภาษณ์ผลประชุม ก็ไปเจอะกับปลัดกระทรวงมหาดไทย “พระนาย สุวรรณรัฐ” ที่กำลังจะเป็น ส.ว. (สูงวัย) เพราะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้แล้ว
กระจอกข่าวก็ถามถึงปมปัญหาที่ดินอัลไพน์ของ “มท.1” ก็ได้รับคำตอบไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แต่ก่อนที่ปลัดมท.จะนั่งรถออกจากทำเนียบ ก็โดนยิงคำถามเด็ดไปว่า “เกษียณแล้วจะทำอะไร” ท่านปลัดหน้าขรึมคนนี้ตอบ “จะอยู่บ้านดูซีรีส์เกาหลี” และยังบอกความในอีกว่า ท่านยุ่งมากๆ คือท่านบอกว่าซีรีส์ที่จะดูคือ “แด จัง กึม” โธ่! ท่านครับ เขาเลิกฮิตกันไปนานแล้วนะความยุ่งของท่านในประเด็นนี้น่ะ
"ใครวิ่งเต้นเเละแทงเพื่อน!"
กระแสข่าวปรับครม.กลับมาอีกครั้งหลัง "พิษอัลไพน์" พ่นออกมา จนเก้าอี้เสนาบดีของ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" สะเทือน แว่วมาว่า ความเจ็บปวดจากฝ่ายอื่นๆ ที่ทำยังพอทน แต่เทียบไม่ได้กับการแทงกันเองของคนในพรรคที่หวังจะได้เป็นมท.1 สักครั้งในชีวิตนี้
เเม้ภาพการทำงานของ "ยงยุทธ" จะไม่โดดเด่นเท่าใด เทียบกับภาพที่ชาชิน เคียงข้าง "นายกฯ หญิง" เเทบทุกพื้นที่ อาจบางคนลืมไปแล้วว่าชายคนนี้คือ "สร.2" มิใช่ "เลขาธิการนายกฯ" หรือเลขาฯ ส่วนตัวที่ต้องเดินตามหลังนายทุกเวที
แต่บางคนที่ลุ้นตัวโก่งอยากจะเป็น "รมว.มหาดไทย" นั้น เป็นที่ทราบกันดีแถวๆ อาคารใหญ่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ว่า คนคนนี้กระซิบในใจแบบดังๆว่า "เค้าอยากเป็นใหญ่แถวคลองหลอด" ไม่รู้ว่ารองเท้าสึกไปกี่คู่ในการวิ่งเต้นหาใครต่อใครเพื่อเป็นแบ็กอัพให้ถึงฝั่งฝัน
จนหลายคนในพรรคหยิกแกมหยอกแถลงข่าวผ่านสื่อทั้งเปิดเผย และแบบปิดกันให้แซด! ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะทราบหรือไม่ว่างานนี้มีโจทก์มากมาย หากยังไม่รู้ตัวก็ถือไว้ว่าเป็นการแจ้งเตือนจากบรรดาแฟนคลับของ "ยงยุทธ" นะจ๊ะ
"อำลา อาลัย"
สิ้นเดือนกันยายนของทุกปี ข้าราชการ ที่อายุครบ 60 ขวบ ก็ถึงคราวอำลาตำแหน่ง เหตุครบวัยที่ต้องพักผ่อน
ในปี 2555 มีข้าราชการรัฐสภาสามัญ และลูกจ้างประจำ ของ “สภาผู้แทนราษฎร” ที่ต้องเกษียณ จำนวน 18 คน ซึ่ง 1 ในนั้น มีชื่อ “เลขาธิการสภาฯ พิทูร พุ่มหิรัญ” อยู่ด้วย
งานนี้ทางทีมงานสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ถึงกับปิดห้องประชุม ห้องโถงรัฐสภา จัดงานเลี้ยงอำลาอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับที่ “พิทูร” นั่งทำหน้าที่เลขาธิการสภา มาเกือบทศวรรษ และปฏิบัติหน้าที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สถาบันสภานิติบัญญัติ มากว่า 37 ปี
ก่อนวันอำลาตำแหน่งอย่างเป็นทางการ “พิทูร” เปิดห้องทำงาน พร้อมคุยเรื่องส่วนตัว อย่างเปิดใจ
มุมสำคัญที่สะท้อนผ่านตา และปากของ “ว่าที่ อดีต เลขาธิการสภาฯ” ต่อภาพการเมืองในสภาเขามองว่า “การเมืองในสภา รุ่นนี้ เล่นกันหนัก และแรงมาก บางจังหวะก็เล่นกันเอาถึงตาย”
พร้อมยกวลีเด็ด สมัยที่ "อดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช" มีบทบาทเป็นดาวเด่นในสภาหินอ่อน เปรียบเทียบว่า “ท่านสมัครเคยบอกว่า แม้ในสภา จะทะเลาะกันอย่างหนัก แต่พอออกห้องประชุมมา ก็ยกมือไหว้ ขอโทษ แล้วกอดคอ กินข้าว ดื่มกาแฟ คือ เขาไม่ได้เล่นเอากันถึงตาย แต่สมัยนี้... เมื่อเล่นบทในสภาหินอ่อนเสร็จ ออกจากห้องประชุมมา ก็ไม่มองหน้ากัน โกรธแค้นกันไป มันถึงทำให้สถานการณ์การเมืองในสภาเลวร้ายมาก จนจะปรองดองกันไม่ได้”
พูดเสร็จก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่พอถูกถามถึงชีวิตหลังเกษียณ “ว่าที่อดีต เลขาธิการสภาฯ” ก็บอกว่า "ใจหาย แต่หลังจากนี้ไปคงยังทำงานด้านอื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และสังคมต่อไป เพราะอย่างน้อย..ก็ยังมีไฟอยู่"
ซึ่ง “ท่านเลขาฯ” ยิ้มพร้อมสบสายตา และบอกเหมือนรู้ทันว่า “ทางที่เลือกไม่ใช่เส้นทางการเมืองอย่างแน่นอน” แหม ถนนสายการเมือง มันน่ากลัวจริงๆ ยุคนี้



