
'ถาวร'เชื่อ'ยงยุทธ'ถูกบีบให้ออก
'ถาวร' เชื่อการเมืองใน พท. บีบ 'ยงยุทธ' ให้ออก ด้าน 'ปู' ย้ำยังไม่ปรับครม.ช่วงนี้ ขณะที่ 'ยงยุทธ' ยันไม่มีใครบีบ ย้ำเต็มใจออกเอง
29 ก.ย. 55 นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เคยรื้อฟื้นกรณีที่ดินอัลไพน์ขึ้นมาตรวจสอบ กล่าวถึงกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยว่า ความจริงแล้วทันที่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติชี้ว่า การกระทำของนายยงยุทธ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง นายยงยุทธก็ขาดคุณสมบัติทันทีโดยไม่ต้องลาออก แต่การฝืนทำงานต่อนั้นเป็นกรรมวิธีทางการเมืองที่ให้ดูดี ส่วนการที่นายยงยุทธยังดำรงตำแหน่งต่อไปก่อนหน้านี้ แต่มาลาออกภายหลังเพราะผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ยังไม่ไฟเขียวให้ออก ตนมองว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในพรรคเพื่อไทย แต่ก็มีการนินทากันทั้งตลาดว่านายยงยุทธถูกการเมืองภายในพรรคเพื่อไทยบีบให้ลาออกไม่ใช่หรือ
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยไม่หวั่นไหว แม้พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น นายถาวร ย้อนถามว่า แล้วนายยงยุทธลาออกทำไม ถ้าหากไม่หวั่นไหว ทำไมไม่นั่งทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในระหว่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
'นายกฯ' ย้ำยังไม่ปรับครม.ช่วงนี้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการร่วมประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชติที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า “ดิฉันรู้สึกเสียดาย เพราะท่านยงยุทธทุ่มเท ทำงานให้คณะรัฐบาล รวมถึงการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ตั้งแต่ร่วมทำงานมา 1 ปี และเรียกได้ว่าท่านก็ไม่ได้ไปไหนด้วยเจตนารมณ์นี้ถือว่าเป็นความเสียสละของท่าน และเพื่อไม่อยากให้เกิดความกังวลใจท่านเองจึงได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะขอพัก ซึ่งเราก็เสียดาย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องเคารพการตัดสินใจของท่าน”
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการรักษาการแทนนั้นจะเป็นการมอบหมายงานมากกว่า โดยแบ่งเป็นสองส่วนคือ รองนายกรัฐมนตรี ก็จะปรับงานเพื่อมอบรองนายกรัฐมนตรีท่านอื่นๆเพิ่มเติมเข้าไป ส่วนงานกระทรวงมหาดไทย ก็จะมีรัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 คน โดยต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมครม.ออกมาเป็นมติครม.อีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า โอกาสนี้จะปรับครม.เลยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “วันนี้คงยังไม่ได้ทำ เพราะต้องมอบหมายงานก่อน เพราะจะไม่มีเวลา เนื่องจากต้องการให้งานต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการปรับครม.หรือไม่ต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง” เมื่อถามว่าเวลาที่เหมาะสมในการปรับครม.น่าจะเป็นช่วงใด นายกฯ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบแต่ตอนนี้ยังไม่ปรับ ต้องมอบหมายงานไปก่อน
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าการลาออกของนายยงยุทธครั้งนี้น่าจะมีผลต่อตำแหน่งส.ส.ของนายยงยุทธด้วย นายกฯ กล่าวว่า ในแง่ของกฎหมายนั้นเป็นไปตามที่นายยงยุทธชี้แจงไปแล้ว รวมทั้งฝ่ายกฎหมายก็ได้ชี้แจงไปแล้ว เมื่อถามว่าจะส่งผลไปถึงพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไปไม่ถึงตรงนั้น เป็นไปตามข้อกฎหมาย
เมื่อถามว่าวันนี้มีแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทยเพื่อวิ่งเต้นขอตำแหน่งรัฐมนตรีกันแล้ว จะดูแลปัญหานี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า การพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องพิจารณาจากความสามารถด้วย ไม่ใช่พิจารณาจากการวิ่งเต้น แต่เราเคารพการแสดงความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย และรับฟัง แต่การตัดสินใจอย่างไรนั้นต้องดูที่ความเหมาะสม ดูช่วงเวลา และตำแหน่งที่ผู้จะเข้ามารับผิดชอบด้วย
เมื่อถามว่า จะพิจารณารวมถึงอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ได้สิทธิคืนการเมืองแล้วหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า แต่ละคนล้วนมีความสามารถ ถือว่าเป็นคนมีประสบการณ์มาก ผ่านงานการเมืองมามาก แต่ต้องอยู่ที่องค์ประกอบ ว่าบุคคลนั้นต้องสมัครใจ เพราะบางคนพร้อมที่จะพักอยู่บ้าน ช่วยงานพรรค งานสังคม จึงอยู่ที่ปัจจัยนี้ มีตำแหน่งว่างหรือไม่ และ 3.มีความสามารถตรงกันหรือไม่ ไม่ใช่ว่ามีทั้งหมดแล้วต้องเอามาพิจารณา ต้องบอกว่าสมาชิกพรรคทุกคน สมาชิกเลขที่ 111 ทุกคนก็ดูแล ช่วยเหลือพรรค ช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้วไม่ว่าจะบทบาทไหน แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตนเองพร้อมเปิดรับ แต่วันนี้เรายังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ แต่วันนี้เอางานของรองนายกฯและกระทรวงมหาดไทยก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการตีความในศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลต่อตำแหน่งส.ส.ของนายยงยุทธ หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มอบให้นายยงยุทธเป็นผู้ตอบคำถามนี้ ซึ่งนายยงยุทธ กล่าวว่า ตนขอยกตัวอย่างกรณีนายสัก กอแสงเรือง อดีตส.ว.ก็ยังทำงานไปจนถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง ทั้งที่ก่อนนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของนายสักที่ผ่านมาในอดีตก็ถูกต้องทั้งหมด แต่หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งศาลก็ไม่ได้เอาผิดกับกรรมการกลั่นกรองในการที่คัดเลือกนายสักเข้ามา และเป็นไปตามข้อกฎหมายที่อยู่ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญด้วย
'ยงยุทธ'ปัดถูกบีบลาออก-ลั่นขอช่วยงาน'นายกฯ'สุดชีวิต
วันเดียวกันนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงมีกระแสข่าวว่าที่ลาออกเพราะเกิดจากความกดดันภายในพรรคเพื่อไทยว่า ตนไม่ยืนอย่างเดียว จะให้ยันท่าไหนก็ยันได้ทุกรูปแบบว่าพรรคที่ตนอยู่ไม่ใช่พรรคการเมือง ที่อยู่ๆก็จะบังคับคนนั้นบังคับคนนี้ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะถ้าทำอย่างนั้นตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทยก็จะมีสภาพเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมจากประชาชนไม่ได้เลย หากสังเกตให้ดีๆในพรรคเพื่อไทยเวลาพูดจะไปคนละทิศละทาง นั่นคือความงดงามของพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อพรรคมีมติพรรคก็จะเป็นมติในทิศทางเดียวกัน
"ถ้าผมถูกบังคับจะมานั่งอยู่อย่างนี้ทำไม ผมคงต้องไปแฉ ไปโวยกับสื่อว่าถูกบังคับ ผมไม่อยากออก ผมอยากอยู่ นายกฯยิ่งลักษณ์บังคับผม แต่นี่ผมไม่ได้พูดอย่างนั้นเลย ไม่ได้พูดสักคำ แต่ผมจะอยู่กับพรรค ถึงแม้จะไม่มีตำแหน่งอะไรก็ตาม เป็นสมาชิกธรรมดา หรือถ้าบอกว่าเป็นสมาชิกธรรมดาไม่ได้ผิดกฎหมาย ก็จะเป็นพลเมืองที่ยังไปนั่งทำงานอยู่ที่พรรค จนกระทั่งผมเดินไม่ไหวนั่นแหละ แล้วสภาพอย่างนี้หรือครับคนที่ถูกบังคับ” นายยงยุทธ กล่าว
เมื่อถามว่า จากนี้จะช่วยงานนายกรัฐมนตรีอย่างไร นายยงยุทธ กล่าวว่า ช่วยทุกอย่าง โดยที่นายกฯไม่ต้องออกปากตนก็ทำให้ แล้วยิ่งถ้าออกปากตนก็พร้อมทำสุดชีวิต
'องอาจ' ประเมิน 4 ข้อ 'ยงยุทธ' ยอมไขก๊อก
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการลาออกของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ จากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ว่า การลาออกดังกล่าวไม่ได้มาจากการการตัดสินใจของนายยงยุทธเอง แต่มาจากสาเหตุ 4 ประการคือ 1.เป็นการตัดอวัยวะที่มีปัญหา เพื่อรักษาชีวิตของรัฐบาลให้อยู่ได้นานที่สุด จึงมีใบสั่งจากผู้มีบารมีนอกประเทศให้ลาออก 2.กลุ่มคนเสื้อแดง และกลุ่มก๊วนต่างๆ เคลื่อนไหวให้ลาออก
นายองอาจ กล่าวว่า 3.พรรคประชาธิปัตย์และองค์กรต่างๆ ยื่นหนังสือให้องค์กรอิสระตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของนายยงยุทธ และ 4.รัฐบาลทนกระแสกดดันของสังคมไม่ไหว ทั้งนี้แม้ว่านายยงยุทธจะลาออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ลาออกจากส.ส. ซึ่งจะทำให้ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นส.ส.ที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 102 (6) ซึ่งในวันจันทร์ที่ 1 ต.ค.นี้ พรรคจะประชุมส.ส.เพื่อพิจารณาล่าชื่อส.ส. 1 ใน10 ยื่นให้ประธานสภาฯ ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป ยืนยันว่าที่พรรคดำเนินการไม่ได้จงเกลียดจงชังนายยงยุทธ แต่เป็นการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย
พท.วอนปชป.หยุดขยายผลกรณี“ยงยุทธ”ลาออก
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาไทย ของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐว่า ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ยุติการเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับกรณีของนายยงยุทธได้แล้ว เพราะนายยงยุทธได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์อีก เพราะจะส่งผลเสียหายต่อการบริหารงานของรัฐบาลได้ พรรคประชาธิปัตย์ควรยุติการเล่นเกมการเมืองแล้วหันมาร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประเทศจะดีกว่า
สำหรับการปรับครม.นั้น นายวิชาญ กล่าวว่า ภาคกทม.จะไม่กดดันให้มีการปรับครม.เพื่อเพิ่มสัดส่วนของภาคกทม. แต่พร้อมยอมรับการตัดสินใจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทยที่จะพิจารณาในเรื่องของตัวบุคคล อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายกรัฐมนตรีน่าจะยังไม่ปรับครม.ในขณะนี้



