
'เซาเปาโล'เมืองรถติด180กิโลเมตร
เวิลด์วาไรตี้ : 'เซาเปาโล' เมืองรถติด 180 กิโลเมตร
นอกจากกรุงเทพมหานครของเราแล้ว ก็ยังมีอีกหลายเมืองใหญ่ในโลกที่ผจญปัญหาจราจรติดขัดอย่างน่าระอา หรืออาจสาหัสหลายเท่า อย่างที่เซาเปาโล เมืองใหญ่สุดของบราซิล โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์ ที่จะเห็นไฟสีแดงทอดยาวบนถนนไกลสุดลูกหูลูกตา การจราจรขาเข้าขาออกท้ายแถวยาวรวมกัน 180 กิโลเมตรโดยเฉลี่ย และวันแย่สุดๆ อาจยาวถึง 295 กิโลเมตรเลยทีเดียว สภาพจราจรจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและวัฒนธรรมของประชากรราว 11 ล้านคนในนครแห่งนี้อย่างสุดเลี่ยง
ฟาเบียนา เครสโป ชาวเมืองเซาเปาโลที่ใช้เวลาไปกลับที่ทำงานราว 4 ชั่วโมงต่อวัน กล่าวว่า พวกเรากลายเป็นทาสของการจราจร เพราะเราจะต้องวางแผนชีวิตโดยสภาพจราจรเป็นตัวกำหนด มีเรื่องเดียวที่คุณแม่ลูกสอง ต้องขอบคุณการจราจรติดสาหัสคือ ทำให้เธอพบกับชายคนหนึ่งที่สบตากันไปกันมาระหว่างรถวิ่งๆ หยุดๆ เป็นชั่วโมงเมื่อ 9 ปีก่อน และกลายมาเป็นสามีของเธอทุกวันนี้
เป็นเรื่องดีไม่กี่เรื่องที่ได้ยินได้ฟัง เมื่อเทียบกับเสียงบ่นผ่านรายการวิทยุ ในเซาเปาโล ก็มีรายการวิทยุรายงานข่าวจราจรตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนกัน สถานีวิทยุ ซุล อเมริกา ทราฟฟิก ตั้งขึ้นมาเมื่อ 7 ปีก่อน มีผู้ฟังกลุ่มใหญ่ทำหน้าที่เป็นนักข่าวรายงานสภาพจราจรและระบายความรู้สึกไปด้วย นักข่าวที่ทำงานกับสถานีมาตั้งแต่ก่อตั้ง กล่าวว่า สถานการณ์มีแต่แย่ลงเพราะรถใหม่ออกมาเรื่อยๆ
อุตสาหกรรมรถยนต์ในบราซิลผลิตรถมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังซื้อของชาวบราซิลมีมากขึ้นตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเป็นเจ้าของรถยนต์สักคันเป็นความใฝ่ฝัน เพื่อจะได้เลี่ยงระบบขนส่งมวลชนอันย่ำแย่ของเมือง และเป็นเครื่องหมายหนึ่งของชนชั้นกลาง แต่ยอดขายรถยนต์ที่แง่หนึ่งดีต่อการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ก็ทำให้เซาเปาโลกลายเป็นทะเลรถยนต์อันกว้างใหญ่ ชาวเมืองคนหนึ่งกล่าวว่า ถนนที่นี่เหมือนสงคราม ทุกคนกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เพราะอยากไปเร็วๆ กันหมด
แต่สำหรับผู้บริหารธุรกิจระดับสูงและมหาเศรษฐี มีอีกทางเลือกที่ทำให้พวกเขาสามารถลอยอยู่เหนือปัญหาจราจรได้ นั่นก็คือการใช้บริการเฮลิคอปเตอร์รับจ้าง ซึ่งนอกจากหนีจราจรติดหนักแล้วยังเพื่อเลี่ยงอาชญากรรมด้วย อย่างนายเซร์จิโอ อัลซีไบดาเอส ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ใช้บริการแท็กซี่ลอยฟ้าเดือนละสองสามครั้ง กล่าวว่า หากจ้างเฮลิคอปเตอร์ ก็จะเดินทางไปประชุมได้วันละ 3-4 งาน หากกลับไปใช้รถ คงเป็นไปไม่ได้
ด้าน นายจอร์จ บิตทาร์ เจ้าของ เฮลิมาร์ต แอร์ แท็กซี่ กล่าวว่า บริษัทมีอัตราขยายตัวถึง 10% โดยที่เฮลิคอปเตอร์ 16 ลำที่มีอยู่ แทบไม่ได้จอดบนพื้นได้นานนัก ยอมรับว่า หากจราจรบนถนนยิ่งแย่เท่าไหร่ ก็จะดีต่อเราเท่านั้น
นั่นคงเป็นวิกฤติที่ถูกพลิกเป็นโอกาสได้ไม่กี่อย่าง เพราะนอกเหนือจากนี้แล้ว ล้วนเป็นผลทางลบต่อเศรษฐกิจ เคลาดิโอ บาเบียร์รี ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมและวิศวกรจากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล กล่าวว่า การจราจรติดขัดทำให้ต้นทุนค่าครองชีพและทำธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นมาก เช่น หากคุณมีรถบรรทุกหนึ่งคัน วิ่งส่งของได้แค่ 6-8 เที่ยวแทนที่จะเป็น 15-20 เที่ยว คุณต้องใช้รถบรรทุกสองคัน ผลคือทุกอย่างก็จะแพงขึ้น
นักวิชาการท่านนี้กล่าวว่า ปัญหาใหญ่คือ บราซิลแย่มากในเรื่องการวางแผน ขณะที่การจะแก้ไขการจราจรได้ต้องเริ่มที่การมองหาทางออกระยะยาวอย่างจริงจังเท่านั้น ไม่มีเมืองไหนในโลกที่จะลงมือบริหารเพื่อยุติการจราจรติดขัดเท่านั้น เพราะเมื่อใดที่ถนนคล่องตัว คนก็จะกลับไปหารถของตัวเองอีก หัวใจคือการหาสมดุล ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกว่าการใช้ระบบขนส่งสาธารณะคุ้มค่า เพราะเร็วกว่าการขับรถ เซาเปาโลจำเป็นต้องลงพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างเร่งด่วน แทนการสร้างถนนและทางด่วนเพิ่ม เพียงเพื่อให้รถไปเต็มถนนอีก



