
'ธิดา'แฉ'บลูสกาย-พธม.'จับมือปลุกม็อบ
'ธิดา' แฉ 'บลูสกาย-พันธมิตรฯ' จับมือปลุกม็อบไล่ตีแดง หลังเมินสั่งห้ามมวลชน ด้าน 'ทนายเสื้อแดง' ร้อง 'ดีเอสไอ' สอบรายงาน คอป.
28 ก.ย.55 นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกฯนปช.พร้อมแกนนำนปช.ร่วมแถลงข่าว โดยนายวรวุฒิ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงพยายามหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกับคนเสื้อเหลืองมาตลอด แม้ว่าเรามีมวลชนมากกว่าแต่เราก็ไม่เคยทำร้ายคนเสื้อเหลืองที่มีจำนวนไม่มาก แต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่หน้ากองปราบปราม จากเหตุการณ์ที่มีการปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดงกับคนเสื้อเหลืองเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะตำรวจที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าคนเสื้อแดงถูกกระทำก่อน เราจึงจำเป็นต้องปกป้องตัวเอง โดยขอตำหนิแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ไม่ห้ามปรามมวลชนในวันที่เกิดเหตุ แต่ปล่อยให้มีการปะทะซึ่งเห็นว่าเป็นการจงใจให้เกิดความวุ่นวายเพื่อให้ทหารออกมาอีกใช่หรือไม่
ทั้งนี้ในส่วนของคนเสื้อแดงอยากขอร้องให้ตั้งแต่นี้ไปคนเสื้อแดงต้องมีสติ เพราะเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นอีก คนเสื้อแดงต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย ตรงไหนมีฝ่ายตรงข้ามอยู่ก็อย่าเข้าไปเราต้องไม่ลงหลุมที่พันธมิตรฯขุดไว้
นางธิดา กล่าวว่า ในเหตุการณ์ที่มีการปะทะระหว่างคนเสื้อแดงกับเสื้อสีอื่น วันนี้ชัดเจนแล้วว่าสถานีโทรทัศน์สถานีหนึ่งได้ยุยงประชาชนให้ไล่ตีคนเสื้อแดง เป็นการชี้ให้เห็นว่าเป็นการรวมกำลังกันระหว่างช่องบลูสกายและกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อทำลายคนเสื้อแดงใช่หรือไม่
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนในฐานะประธานนปช.ยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่เคยเกรงกลัว เพราะเราผ่านประสบการณ์มามากพอสมควร คนเสื้อแดงคิดเพียงว่าวันนั้นเป็นการแสดงของฝ่ายที่ต้องการสร้างความวุ่นวายหน้ากองปราบเท่านั้น
ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาไปเป็นวันที่ 29 ต.ค.นี้ ขอเรียกร้องให้คนเสื้อแดงไม่ต้องไปร่วมการแสดงกับพวกเขา เพราะนางดารุณี กฤตบุญญาลัย และคนเสื้อแดงไม่ได้เป็นฝ่ายสร้างปัญหา แต่เป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จงใจสร้างความรุนแรงเพื่อให้เกิดความรุนแรงลักษณะอื่นตามมา เป็นละครหลายฉากที่เราต้องไม่ต่อความยาวสาวความยืด หากเราจะทำอะไรก็จะทำเองไม่ต้องไปเป็นเครื่องมือของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และสถานีโทรทัศน์ช่องบลูสกาย พร้อมกันนี้ขอฝากถามไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่ารับผิดชอบอะไรได้หรือไม่ที่ยุยงให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันผ่านช่องบลูสกาย
นางธิดา กล่าวถึงกรณีที่นายเทพพนม งามลี ที่อ้างว่าเป็นประธานนปช. จ.สุรินทร์ ยื่นหนังสือขับไล่นายยงยุทธ วิชันดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กรณีที่ดินอัลไพน์นั้น ตนยืนยันว่าเขาไม่ใช่ประธานนปช. จ.สุรินทร์ เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาที่ชี้ให้เห็นว่าใน จ.สุรินทร์ ต้องได้ประธานนปช.ตัวจริง จึงจะแก้ไขให้มีการเลือกตั้งประธานนปช.จ.สุรินทร์ขึ้นโดยที่แกนนำส่วนกลางจะไปรับรองเอง ทั้งนี้คุณสมบัติของประธานนปช.ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดต้องไม่ทำลายมิตร ต้องไม่ก้าวล่วงเรื่องภายในของมิตรอย่างพรรคเพื่อไทย ขณะเดียวกันอยากขอร้องฝ่ายการเมืองในพรรคเพื่อไทยที่แตกแยกกันหลายกลุ่มอย่าใช้คนเสื้อแดงเป็นเครื่องมือเพื่อหาผลประโยชน์
นางธิดา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมานายยงยุทธ เป็นมิตรที่ดีของทั้งแกนนำ และคนเสื้อแดง และในยามที่พรรคเพื่อไทยตกต่ำนายยงยุทธ ก็ยืนอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาตลอด ดังนั้นไม่ว่านายยงยุทธ จะตัดสินใจอย่างไรเราถือว่านายยงยุทธ ยืนอยู่ข้างประชาชนจึงขอให้กำลังใจ และสนับสนุนนายยงยุทธ ต่อไปไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรก็ตาม
นายวรวุฒิ กล่าวว่า กรณีที่อ้างว่าเป็นแกนนำ จ.สุรินทร์ แล้วมีการยื่นหนังสือเรียกร้องจริยธรรมให้หน่วยงานต่างๆนั้น ขอร้องอย่ามาอ้างตัวเป็นเสื้อแดง เพราะเสื้อแดงไม่เรียกร้องหาผลประโยชน์ เอาไปเรียกร้องเงินทอง บอกเป็นแกนนำสุรินทร์ แต่ทำภายใต้เงินพรรคการเมืองหนึ่งจ้างมานั้นเอง
'ทนายเสื้อแดง' ร้อง 'ดีเอสไอ' สอบรายงาน คอป.
นายคารม พลพรกลาง ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจของญาตินายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุรุนแรงทางการเมืองเมื่อปี 2553 เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิต 92 ศพ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชายชุดดำในรายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เนื่องจากการสรุปรายงานดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสำนวนการสอบสวนคดีอื่นๆ ทั้งที่ข้อเท็จจริงการสอบสวนยังไม่พบว่ามีชายชุดดำ หรือชายชุดมีความเชื่อมโยงกับมวลชนเสื้อแดงอย่างไร
ด้านพ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่าต้องพิจารณาข้อเท็จจริง โดยดีเอสไอจะเลือกพิจารณาเฉพาะจุดที่ คอป.ระบุว่ามีชายชุดดำ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับสำนวนการสอบสวนเดิม และจะขอให้คอป.ส่งหลักฐานว่าสิ่งที่กล่าวอ้างนั้นมีข้อพิสูจน์อย่างไร แต่เบื้องต้นตามสำนวนของดีเอสไอยังไม่ปรากฎว่ามีชายชุดดำถูกดำเนินคดีก่อการร้าย รวมถึงยังไม่มีใครถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตายหรือพยายามฆ่า นอกจากนี้ชายชุดดำที่ปรากฏตามภาพของสื่อยังไม่ทราบว่าเป็นบุคคลใด ส่วนภาพที่ปรากฏแสงไฟจากปลายกระบอกปืนที่ถนนตะนาวยังไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในบริเวณดังกล่าวรวมถึงอาวุธที่ถูกระบุว่าเป็นปืนอาก้าก็ไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บจากอาวุธดังกล่าว
พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวถึง กรณีที่รายงาน คอป. ระบุว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เกี่ยวข้องกับชายชุดดำนั้น ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าเสธ.แดง เคยก่อเหตุ ซึ่งการฝึกอาวุธที่สนามหลวงก็เป็นลักษณะการฝึกวินัย ทำอย่างเปิดเผยในช่วงกลางวัน ทั้งนี้หากดีเอสไอต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงาน คอป.อาจเรียกคณะทำงานเข้าให้ข้อมูลเนื่องจากการทำงานของ คอป.แบ่งเป็นคณะแยกตามเรื่อง



