
'เต็งเส่ง'ชม'ซูจี'ช่วยปฏิรูปการเมือง
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า กล่าวชื่นชมนางอองซาน ซูจี ในที่ประชุมสหประชาชาติ พร้อมวอนโลกช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจพม่า
28 ก.ย. 55 ประธานธิบดี เต็ง เส่ง ของพม่า กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ครั้งที่ 67 ที่นครนิวยอร์กว่า พม่าอยู่บนเส้นทางที่ไม่ย้อนกลับเพื่อมุ่งสู่การเป็นประชาธิปไตย และกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เพื่อเป็นสมาชิกใหม่ร่วมกับประชาคมโลก
ผู้นำพม่ายังกระทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการกล่าวชื่นชมนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านว่า เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการปฏิรูปการเมือง และประเทศของเขาได้ทิ้งยุคแห่งความเป็นเผด็จการของเมื่อ 5 ทศวรรษก่อนไว้เบื้องหลัง อันเป็นการสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในพม่าในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนางซูจี ได้รับเลือกตั้งให้เป็น ส.ส. หลังถูกกักบริเวณในบ้านพักนานถึง 15 ปี
นับเป็นครั้งแรก ที่การกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ท่ามกลางผู้นำโลก ได้ถูกถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ของพม่าด้วย และเป็นครั้งแรกที่ผู้นำพม่ากล่าวยกย่องนางซูจี โดยบอกว่า ในฐานะพลเมืองของพม่า เขาขอแสดงความยินดีต่อนางซูจี ที่ได้รับเกียรติสูงสุดในสหรัฐ ที่เล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นของเธอในการพัฒนาประชาธิปไตย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นางซูจีเพิ่งได้รับมอบเหรียญเชิดชูเกียรติ จากสภาคองเกรสสหรัฐ ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดที่สภาสหรัฐมอบให้กับพลเรือน
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 18 เดือนก่อน และได้พยายามให้มีการปฏิรูปออกมาหลายรูปแบบ ขณะที่ล่าสุด ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ประกาศว่า สหรัฐจะผ่อนคลายมาตราการคว่ำบาตรเพื่อนำเข้าสินค้าจากพม่า
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ยังบอกให้นานาประเทศ มองพม่าในมุมมองที่ต่างไปจากเดิม เพราะจำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อประโยชน์และดีกว่าเดิม เขายังได้กล่าวถึงความสำเร็จที่รัฐบาลพม่า ดำเนินการไปแล้ว รวมถึงการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองหลายร้อยคน การจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม และยกเลิกการคงวบคุมสื่อและยอมให้มีการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศ
เขาบอกด้วยว่า สิ่งที่สำคัญพอๆ กับการปฎิรูปทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ก็คือความพยามที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเพื่อสร้างความปรองดองกับชนกลุ่มน้อย ซึ่งรัฐบาลได้ตกลงหยุดยิงกับกลุ่มติดอาวุธแล้ว 10 กลุ่ม เพื่อสร้างมาตราการความมั่นใจว่าจะมีการเจรจาสันติภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มีข้อตกลงทางสันติภาพในที่สุด
เขายังได้พูดถึงความรุนแรงในรัฐยะไข่ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธยะไข่และมุสลิม โรฮิงญา โดยบอกว่า ประชาชนชาวพม่ามีสิทธิ์ที่จะอาศัยอยู่ในพม่า และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยชาวคริสต์ พุทธ มุสลิมและฮินดูเพื่อสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำเสนอรายงาน และข้อเสนอแนะต่อเขาต่อไป
ประธานธิบดีเต็ง เส่ง เยือนนครนนิวยอร์ก ช่วงเดียวกับที่นางซูจี อยู่ระหว่างเยือนสหรัฐนาน 17 วัน แม้ว่าบางคนจะมองว่าการเยือนของนางซูจี จะดึงความสนใจ แต่ดูเหมือนประธานาธิบดีเต็ง เส่ง จะไม่ได้คิดเช่นนั้น และยังแสดงความยินดีต่อนางซูจีด้วย
วอนโลกช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจพม่า
ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง กล่าวว่าพม่ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่เพื่อเป็นสมาชิกใหม่ร่วมกับประชาคมโลก เสถียรภาพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่รัฐบาลไม่มีเงินทุนมากพอสำหรับการลงทุนเพื่อการพัฒนา รวมถึงยังขาดทรัพยากรมนุษย์ และประชากรยังขาดศักยภาพ จึงต้องการความช่วยเหลือทางเทคนิค และเขาหวังว่าการยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากพม่าของทั้งสหรัฐและชาติตะวันตกจะเปิดทางให้เงินลงทุนจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้าสู่พม่าได้โดยตรง พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้ชาวพม่าที่ลี้ภัยในต่างประเทศ กลับบ้านเพื่อร่วมกันสร้างชาติ และให้คำมั่นว่าจะมีการผ่อนปรนข้อบังคับตรวจคนเข้าเมืองสำหรับชาวพม่าที่ถือสัญชาติอื่น
ถ้อยแถลงของเต็ง เส่ง มีขึ้นหลังการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในวันเดียวกัน ซึ่งเขาบอกต่อที่ประชุมว่า ภายในเวลาอันสั้น ชาวพม่าได้สร้างความเปลี่ยนแปลงน่าอัศจรรย์ ดำเนินการปฏิรูปประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรมที่จะไม่มีการถอยหลังกลับอีกแล้ว แต่การปฏิรูปเป็นสิ่งที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน จำเป็นต้องอาศัยความอดทน
ขณะเดียวกันเต็ง เส่ง ย้ำว่าเขาอยากจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเพียงสมัยเดียว แต่การตัดสินใจใดๆ ในอนาคตก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของประเทศชาติและการตัดสินใจของประชาชน
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP , AP)



