ข่าว

แดงเฮ!ศาลให้ประกันตัว'เจ๋ง ดอกจิก'

แดงเฮ!ศาลให้ประกันตัว'เจ๋ง ดอกจิก'

28 ก.ย. 2555

ศาลให้ประกันตัว 'เจ๋ง ดอกจิก' อ้างสำนึกผิดแล้ว ไม่ยุ่งการเมือง

                  28 ก.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกว่า เมื่อเวลา 11.15 น. ศาลอ่านคำสั่งที่นางการุณา มอริส ภรรยาของนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.มหาดไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำเลยที่ 7 ร่วมกับแกนนำนปช.ก่อการร้าย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายยศวริศ เป็นครั้งที่ 2 พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 600,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลอาญาเมื่อคำสั่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายยศวริศ หลังจากศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายยศวริศ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา กรณีกล่าวปราศรัยเวที นปช.ข่มขู่ คุกคาม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
 
                  ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของจำเลยที่ 7 ในชั้นไต่สวนแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 7 เบิกความว่าเมื่อศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวแล้ว ขณะนี้จำเลยที่ 7 สำนึกในความผิดของตัวเอง ซึ่งจำเลยได้ทำหนังสือขอโทษต่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้งเจ็ดโดยลงเนื้อหาในหนังสือพิมพ์มติชนและข่าวสดติดต่อกัน 3 วัน และจำเลยที่ 7 ยังให้คำมั่นสัญญาต่อศาลว่า จะไม่กล่าวร้ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลผู้อื่นให้เกิดความเสียหายโดยเฉพาะองค์กรศาลอีก รวมทั้งแสดงเจตนาว่าจำเลยที่ 7 จะไม่ขึ้นปราศรัยบนเวทีและแถลงข่าวว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวไม่ปราศรัยแสดงความเห็นทางการเมืองใด ๆ อีกต่อไป
 
                  โดยเมื่อโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 7 ต่อศาลแล้ว ศาลมีอำนาจจะออกหมายขังไว้ระหว่างพิจารณาเว้นแต่ว่าศาลจะอนุญาตปล่อยชั่วคราว ซึ่งต่อมาศาลได้ปล่อยตัวจำเลยที่ 7 โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่เมื่อจำเลยที่ 7 ฝ่าฝืนเงื่อนไข ศาลก็สามารถที่จะเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวได้ ซึ่งถือเป็นการลงโทษที่ไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไข ไม่ใช่เป็นการลงโทษเพราะจำเลยจะกระทำการใดๆที่เป็นความผิดทางอาญา และไม่ใช่เป็นการแก้แค้นด้วยการโกรธชิงชังในตัวจำเลย ขณะที่ตามกฎหมายก็ไม่ได้ห้ามจำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวอีก ซึ่งจำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาได้

                  แต่เมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาที่จำเลยที่ 7 ถูกศาลเพิกถอนปล่อยชั่วคราวตั้งวันที่ 22 ส.ค.2555เป็นเวลาเดือนเศษแล้วเชื่อว่าเพียงพอที่จะทำให้จำเลยหลาบจำที่จะไม่ฝ่าฝืนเงื่อนไขของศาลอีก ประกอบกับระยะเวลาที่ผ่านมาจำเลยได้ทำหนังสือขอโทษสำหรับการกระทำของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งเจ็ดและลงพิมพ์หนังสือขอขมาต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในนสพ.รายวัน 2 ฉบับ   พฤติการณ์ของจำเลยก็พอที่จะให้เห็นว่ารู้สำนึกในการกระทำผิดเงื่อนไขทั้งจำเลยแสดงความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นว่าหากได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอีกครั้งหนึ่ง ก็ยินยอมสละสิทธิ์ของตนเองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่จะไม่ขึ้นปราศรัยบนเวทีและจะแถลงข่าวว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ปราศรัยแสดงความเห็นใดๆทางการเมืองอีกต่อไป จึงเป็นการสนับสนุนให้เด่นชัดว่าจำเลยรู้สำนึกต่อการกระทำที่ผ่านมา

                 นอกจากนี้ คดีนี้มีจำเลยและจำเลยบางส่วนที่เป็นส.ส.ได้รับเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญฯที่ศาลไม่อาจพิจารณาพิพากษาคดีจำเลยเหล่านั้นระหว่างเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ อีกทั้งข้อเท็จจริงในคดีที่สลับซับซ้อนจำนวนมาก จึงคาดว่าการพิจารณาพิพากษาคดีนี้คงต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรและจำเลยก็มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีความอาญาที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวได้

                ดังนั้นเพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นจำเลยที่ดี จึงมีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยที่ 7 ระหว่างพิจารณาอีกครั้งโดยตีราคาประกัน 6 แสนบาท และเพื่อควบคุมให้จำเลยได้ปฏิบัติตนเป็นจำเลยที่ดีจึงเห็นสมควรกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวใหม่ รวม 2 ประการ คือ 1.ห้ามจำเลยกระทำการใดๆอันมีลักษณะเป็นการดูหมิ่นหรือยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง หรือก่อให้เกิดอันตรายกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น หรือความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการใดๆเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน และห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากศาล  2. ให้ถือคำแถลงของจำเลยต่อศาลที่ยินยอมจะสละสิทธิ์ส่วนตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่จำเลยจะไม่ขึ้นปราศรัยบนเวที และจะไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ปราศรัยแสดงความคิดเห็นใดๆทางการเมืองอีกต่อไป อันเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขของการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในครั้งนี้

               ท้ายคำสั่ง ศาลกำชับให้จำเลยปฏิบัติตนเป็นจำเลยที่ดี และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลได้กำหนดไว้ข้างต้นอย่างเคร่งครัด หากปรากฏข้อเท็จจริงใดๆว่าจำเลยฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าวหรือมีเหตุผลสมควรเป็นอย่างอื่นศาลก็จะมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรเหมาะสมต่อไป

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำสั่งศาล นายยศวริศ ได้ยกมือท่วมหัวไหว้ศาล ส่วนนางกรุณา มอริส ภรรยาซึ่งดีใจถึงกับน้ำตาไหล เข้าสวมกอดและหอมแก้มนายยศวริศ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเข้ามาแสดงความยินดีด้วย  ขณะที่หลังจากศาลอาญา มีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวนายยศวริศแล้ว จะได้ส่งหมายปล่อยตัวจำเลยไปยังเรือนจำ ซึ่งคาดว่านายยศวริศ จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำหลักสี่ ในวันนี้ เวลา 16.00 น