
แม่ค้าขายผักผูกคอตายหนีแก๊งทวงหนี้โหด
แม่ค้าขายผักสดผูกคอตายหนีหนี้ 3,000 จากแก๊งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด สามีเผยเห็นเมียเครียด 7 วัน ไม่ปริปาก รู้เพียงหายืมเงินเพื่อนบ้าน เพื่อไปจ่ายดอกเบี้ยแต่ไม่พอ ขณะที่แก๊งเก็บเงินกู้ตามถึงวัดดูศพว่าตายจริงหรือไม่ พร้อมขอใบมรณบัตรไปยืนยันนายทุนใหญ่ วอนรัฐแ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ในงานฌาปนกิจศพของนางสุนทรา โสกุล อายุ 46 ปี ที่วัดถนนหัก อ.นางรอง โดยนายล้วน โสกุล อายุ 54 ปี อยู่เลขที่ 45 หมู่ 11 บ้านโคกอิ่ม ต.ถนนหักอ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ สามีผู้ตาย เล่าว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ส่วนภรรยามีอาชีพขายผักในตลาดสดเทศบาลนางรอง มีบุตรด้วยกัน 4 มีครอบครัวแล้ว 1 คน ยังเรียนหนังสือ 3 คน
วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนเดินออกมาทำธุระนอกบ้าน พบภรรยาผูกคอกับต้นมะขามเทศหน้าบ้านเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะไม่เคยมีเรื่องทะเลาะภายในครอบครัว หลังจากนั้นได้นำศพภรรยามาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดถนนหัก ปรากฏว่า ในวันรุ่งขึ้นมีชายฉกรรจ์ 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกสีดำมาจอดในวัด เพื่อดูศพว่าผู้ตายคือนางสุนทราจริงหรือไม่ แล้วขี่รถออกไป
ภายในวันเดียวกันมีรถจักรยานยนต์แบบเดียวกันเข้ามาอีกครั้ง แล้วติดต่อขอใบมรณบัตรของผู้ตาย จึงคิดว่าสาเหตุที่ภรรยาผูกคอตาย น่าจะมาจากการทวงหนี้ของชายฉกรรจ์กลุ่มนี้
จากการสอบถามเพื่อนแม่ค้าด้วยกัน ทราบว่า ภรรยาได้กู้เงินนอกระบบเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาทต่อวัน และต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอกให้ครบภายใน 10 วัน ซึ่งภรรยาจะต้องหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยวันละ 600 บาท เงินต้นอีก 300 บาท รวมจะต้องจ่ายเงินให้แก๊งทางหนี้วันละ 900 บาทต่อวัน
นายล้วน ยังเล่าด้วยว่า ก่อนหน้านี้ขายผักสดได้ราคาดี มีกำไรวันละกว่า 1,000 บาท หลังเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงที่ผ่านมา ขายผักไม่ได้ มีลูกค้ามาซื้อน้อยลงกว่าเท่าตัว ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นภรรยามีอาการเครียด และขอยืมเงินเพื่อนบ้าน เพื่อนำไปจ่ายหนี้ แต่มาพบว่าผูกคอตายดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความหวาดกลัวว่า แก๊งทวงหนี้จะมาทวงหนี้และทำร้าย เพราะเคยมีลูกหนี้รายอื่นถูกแก๊งดังกล่าวตบหน้า พร้อมขู่ฆ่ามาแล้ว ประกอบกับเคยเห็นแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวในอ.นางรองถูกพังร้านมาแล้วเพราะไม่จ่ายดอกเบี้ย
"อยากจะเรียกร้องให้ผู้ใหญ่หาทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งขณะนี้ขบวนการดังกล่าวได้แพร่ระบาดอย่างหนัก หรือมีการเพิ่มบทลงโทษกับแก๊งที่มาก่อเหตุทำลายข้าวของ ข่มขู่ เพราะขณะนี้ครอบครัวมีความรู้สึกหวาดผวาแก๊งทวงหนี้เป็นอย่างมาก" นายล้วนกล่าว



