ข่าว

รวบแท็กซี่ข้อหาฆ่าปาดคอสาวนิตยสารเครืออมรินทร์

รวบแท็กซี่ข้อหาฆ่าปาดคอสาวนิตยสารเครืออมรินทร์

24 พ.ค. 2552

รวบแล้วโชเฟอร์แท็กซี่ผู้ต้องสงสัยฆ่าเชือดคอ ผช.บก.สาว นิตยสาร SHAPE ในเครืออมรินทร์พริ้นติ้ง ตำรวจนำตัวแถลงข่าวท่ามกลางเพื่อนและญาติประท้วงกว่า 100 คนให้ปล่อยตัว แต่ตำรวจยันมีหลักฐานแน่นหนาจึงขออนุญาตศาลเข้าจับกุม แม้นผู้ต้องหาจะยังปฏิเสธก็ตาม

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 24 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกองกำกับการสืบสวนนครบาล 7 พร้อมด้วยฝ่ายสืบสวน สน.ตลิ่งชัน จับกุมตัวนายสัญชัย หรือชัย สังข์แป้น อายุ 31 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่ผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุใช้มีดเชือดคอและแทง น.ส.อรอัจฉรา พรหมผลิน อายุ 27 ปี ผู้ช่วยบรรณาธิการ กองบรรณาธิการนิตยสาร SHAPE เครือ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

เสียชีวิตหมกศพอำพรางคดีภายในห้องพักเลขที่ 216 อาคารชัยพฤกษ์อพาร์ตเมนท์ ถนนชัยพฤกษ์ แขวงและเขตตลิ่งชัน กทม. เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยนำตัวมาสอบสวนที่กองสืบสวนนครบาล7 โดยมี พ.ต.อ.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบก.น.7 พ.ต.ท.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ รอง ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ท.นิกร ด้วงฉุน สว.สส.สน.ตลิ่งชัน ร.ต.ท.สุชาติ นาสารีย์ รอง สว.สส.สน.ตลิ่งชัน ร่วมสอบปากคำ

 เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสัญชัยมาพร้อมกับนางเสาวนีย์ ช้างเขียว อายุ 36 ปีภรรยาที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยพักอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามห้องผู้ตาย ท่ามกลางการสอบสวนที่เป็นไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากมีชาวบ้านจากชุมชนริมทางรถไฟชัยพฤกษ์ ซึ่งเป็นเพื่อนและญาติพี่น้องของผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย เดินทางมารวมตัวกันกว่า 100 คน เพื่อประท้วงให้ปล่อยตัว พร้อมโวยวายกล่าวหาว่าตำรวจจับแพะและกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้ต้องสงสัยไว้ทั้งที่ไม่มีหลักฐานทำให้ เจ้าหน้าที่ต้องล๊อคประตูทางเข้า กก.สืบสวน บก.น.7 เอาไว้และสั่งห้ามไม่ให้กลุ่มผู้สื่อข่าวหรือบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่โดยเด็ดขาด

 จากการสอบถาม นายสุวรรณ์ สังข์แป้น อายุ 58 ปี อาชีพขายอาหารตามสั่งซึ่งเป็นพ่อของนายสัญชัย เปิดแผยว่า ลูกชายตนเล่าให้ฟังว่า คืนที่เกิดเหตุนั้นยังนอนอยู่กับภรรยาในห้องและไม่ได้ยินเสียงเอะอะแต่อย่างใด พอช่วงเช้าตื่นขึ้นมาปรากฏว่า มีตำรวจมาตรวจสอบศพหญิงสาวถูกฆ่าตายอย่างสยดสยองในห้องตรงข้ามกัน จึงรู้สึกกลัวผีและขอพาภรรยาย้ายออกมานอนที่บ้านตนตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา โดยตลอดเวลาที่ทั้งคู่มาพักอยู่กับตนก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาเชิญตัวไปให้ปากคำแล้ว ถึง 3 ครั้ง ซึ่งลูกชายตนก็พาภรรยาไปทุกครั้ง จนกระทั่งเมื่อเวลา 20.00 น.วานนี้ (23 พ.ค.) ตำรวจก็นัดให้เดินทางไปให้การถึงในที่เกิดเหตุอีกเป็นครั้งที่ 4 แต่พอลูกชายตนพาภรรยาไปตามนัด กลับถูกนำตัวมาควบคุมไว้ที่ กก.สืบสวน บก.น.7 ทั้งคืนจนถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะเอาอย่างไร

 แนวทางการสืบสวนระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีทั้งพยานและหลักฐานค่อนข้างแน่นหนาเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับสองสามีภรรยาคู่นี้ได้ เนื่องจากคืนวันที่เกิดเหตุ มีพยานซึ่งอยู่ข้างห้องที่เกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายคนต่อสู้กัน เมื่อชะโงกหน้าไปแอบมองก็พบ นายสัญชัย ซึ่งในมือถืออาวุธมีดและกำลังคร่อมร่างผู้ตายอยู่ จึงรีบโทรศัพท์ไปแจ้งที่เบอร์ 191 โดยศูนย์วิทยุ 191 ก็มีหลักฐานเป็นเทปบันทึกเสียงผู้แจ้งเอาไว้ แต่กว่าสายตรวจจะมาถึงเหตุการณ์ทุกอย่างก็สงบไปแล้ว จนกระทั่งช่วงเช้าเจ้าของอพาร์ตเมนท์ต้องให้คนปีนขึ้นไปตรวจสอบจากทางระเบียงหลังห้อง และพบศพผู้ตายถูกฆาตกรรมหมกไว้ในห้องน้ำ ในสภาพสวมเพียงชุดชั้นใน

 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนใช้เวลาในการสอบปากคำสองผัวเมียนานกว่า 5 ชั่วโมงกระทั่งนางเสาวนีย์ ผู้เป็นภรรยาก็ยอมเปิดปากบอกมาแล้วว่า คืนที่เกิดเหตุมีรอบเดือน เมื่อนายสัญชัย เกิดอารมณ์ทางเพศจึงไม่สามารถร่วมประเวณีกันได้ ทำให้นายสัญชัย หงุดหงิดหายหน้าออกจากห้องไป เมื่อย้อนกลับมาอีกครั้งช่วงกลางดึกก็พบว่า นายสัญชัย มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเต็มไปหมด และยังถือมีดเปื้อนเลือดกลังมาด้วย หลังจากที่นายสัญชัยล้างเนื้อตัวและอาวุธเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้ชักชวนให้นั่งรถแท็กซี่ ขับออกไปจากอพาร์ตเมนท์ ก่อนที่จะนำ นางเสาวนีย์ ไปปล่อยไว้ที่หน้าห้างท๊อปซูเปอร์มาร์เก็ต ปากซอย แล้วรีบขับรถนำเสื้อผ้ากับอาวุธมีดไปทิ้งทำลายหลักฐานก่อนกลับมาที่ห้องอีกครั้งในช่วงสายวันถัดมา

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเก็บหลักฐานสำคัญทางคดีนี้ไว้ได้โดยเฉพาะคราบเลือดในรถแท็กซี่ ของนายสัญชัย คราบเลือดที่ติดอยู่ในห้องพัก โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้แสงแบล็กไลน์ตรวจก็พบรอยเท้าของคนร้ายเปรอะเปื้อนเลือดปีนออกทางประตูด้านหลังเพื่อเข้าข้างห้อง 215 ที่ติดกัน และยังพบคราบเลือดภายในห้องน้ำ เนื่องจากคนร้ายเข้าไปล้างร่างกาย นอกจากนี้ยังพบรอยเท้าของคนร้ายเปรอะเปื้อนเลือดเดินออกจากห้องกลับไปที่ห้องพักของตนเอง และเจ้าหน้าที่ยังพบคราบเลือดภายในห้องของนายสัญชัยอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบกางเกงชั้นในตัวที่ น.ส.เสาวนีย์ ใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งอ้างว่ามีรอบเดือน โดยจะนำไปให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 กระทั่งเวลา 20.00 น.วันนี้(24 พ.ค.) พ.ต.ท.กิตติเดช จันทร์เพ็ญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สน.ตลิ่งชัน ได้นำสำนวนพร้อมหลักฐานไปยื่นต่อศาลจว.ตลิ่งชัน เพื่อออกหมายจับเลขที่ 833/2552 ลงวันที่ 24 พ.ค. นายสัญชัย ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากนั้นได้นำตัวมาควบคุมที่ สน.ตลิ่งชัน เพื่อเตรียมส่งศาลฝากขังในวัน 25 พ.ค. อย่างไรก็ตามผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา