
'มาร์ค'ติง'เฉลิม'จ่อใช้กม.คุมม็อบ
'อภิสิทธิ์' ติง 'เฉลิม' เตรียมใช้กฏหมายคุมม็อบ แนะ กสม. เสนอกติกาการชุมนุม ด้าน ส.ส.ปชป. แฉ 'ประชา' ล็อบบี้ผู้พิพากษาขอประกันตัว 'เจ๋ง'
27 ก.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงแนวทางของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ต่อการจัดการเกี่ยวกับการชุมนุมที่ระบุว่าหากสีใดชุมนุมก่อน อีกสีหนึ่งห้ามชุมนุมในพื้นที่เดียวกันว่า เห็นด้วยเพียงครึ่งเดียว แต่ที่บอกว่าใครจองพื้นก่อนได้ก่อนนั้น คงต้องบอกว่าใช้ไม่ได้ เพราะเราต้องเคารพในเสรีภาพของฝ่ายที่ไปจัดกิจกรรม หรือมีเหตุที่จะไป ส่วนการที่จะไปเพื่อจะไปต่อต้านคนกลุ่มที่ไปหรือมวลชนที่ไปนั้น อันนี้มันไม่ควรเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างก็เปิดโอกาสให้ตัวเองทำกิจกรรมไปมันก็จบ และเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงานเรื่องนี้มากขึ้นเพราะ รู้อยู่แล้วว่าสังคมยังอยู่ในภาวะซึ่งมีความขัดแย้งกันอยู่ ก็ต้องไปป้องกัน
เมื่อถามว่า ควรมีการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในที่สาธารณะหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ร่างพรบ.ชุมนุมในที่สาธารณะยังค้างอยู่ในสภา แต่รัฐบาลนี้ไม่ได้หยิบมายืนยันให้พิจารณาต่อ ซึ่งร่างพรบ.ฉบับนี้หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตว่า มันเป็นกฎหมายที่ต้องออกมาเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม แต่ขณะเดียวกันก็มีความกังวลว่า มันจะไปละเมิดสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนก็เข้าใจ แต่ตนก็บอกว่า ถ้าไปดูกฎหมายในหลายประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จะมีความชัดเจนกว่ากฎหมายของเรา เช่น ห้ามค้างคืน บางกรณีก็เหมือนกับห้ามมาปิดถนนหนทางอยู่ ถ้าจะใช้เส้นถนนในการเดิน ต้องกำหนดว่า จะเดินจากไหน ไปไหน เพื่อแสดงออกให้คนเขารับรู้ แต่ว่าประเทศเรานั้นยังไม่เคยมานั่งถกกันในทุกๆฝ่าย
“ผมคิดว่าฝ่ายที่ควรจะมาทำหน้าที่บทบาทตรงนี้ คือ กรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ ซึ่งการที่จะคงไว้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ก็คือการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ กับการบริหารจัดการการชุมนุม ซึ่งจำเป็นต้องมี ส่วนจะหยิบยกร่างนี้มาพิจารณาอีกครั้งหรือไม่นั้นผมไม่อยากให้ไปยึดติดต่างใดร่างหนึ่งหรือหรือทำให้เกิดความระแวงว่าจะเป็นการจำกัดสิทธิการชุมนุม ใจผมถึงบอกว่าอยากให้องค์กร เช่น กรรมการสิทธิฯ เขาเป็นเจ้าภาพไปเลย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส.ส.ปชป. ชี้กระบวนการยุติธรรมล้มเหลว-รับใช้การเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง การปฏิบัติงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ถามนายกรัฐมนตรี ว่าจากผลสรุปของคอป.ชี้ชัดว่า การชุมนุมของนปช.มีลักษณะเป็นกองกำลังใช้อาวุธโจมตีเจ้าหน้าที่ และได้รับความร่วมมือจากการ์ดนปช. ซึ่งขณะนี้การ์ดนปช.เข้ามามีตำแหน่งในฝ่ายบริหาร อยากถามว่า รัฐบาลได้ดำเนินคดีกับการ์ดนปช.ดังกล่าวอย่างไร และได้ดำเนินการกับคนเสื้อแดงตามที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า เป็นผู้สังหารพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิตอย่างไรบ้าง
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแทนนายกฯ ว่า รายงานคอป.ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พนักงานสอบสวนรับฟังหรือไม่ก็ได้ คอป.ก็ยังเอาการ์ดพันธมิตรฯมาร่วมเป็นกรรมการด้วย แต่ยืนยันว่า ไม่มีการรับใช้ทางการเมือง กระบวนการยุติธรรมยังน่าเชื่อได้ หากพบว่า การ์ดนปช.ไม่ว่ามีตำแหน่งอะไร ถ้าผิดก็จับหมด โดยคดีที่มีการดำเนินการทั้งหมดส่วนใหญ่มาจากรัฐบาลที่แล้ว และผู้ที่ตกเป็นจำเลยส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดงและการ์ดนปช. แต่จากคำตัดสินของศาลในคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง ศาลชี้ชัดว่า เป็นการเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ประกอบกับเมื่อเดือนมิ.ย. มีทนายความของนายกิตติชัย แข็งขัน ที่บาดเจ็บจากการชุมนุมได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ข้อหาพยายามฆ่า ยืนยันว่า งานนี้ไม่มีมวยล้ม ทุกอย่างจะเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม
นายนิพิฏฐ์ ถามต่อว่า ตนไม่ได้ถามเรื่องนายพัน คำกอง แต่ร.ต.อ.เฉลิมกลับมาตอบเรื่องนี้ ตนไม่อยากว่า ร.ต.อ.เฉลิมโง่ แต่คิดว่าไม่ฉลาด ขณะนี้กระบวนการยุติธรรมล้มเหลว มีการรับใช้การเมือง โดยตนมีเทปบันทึกภาพที่พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ไปล็อบบี้ผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อขอประกันตัวนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำคนเสื้อแดง ที่ถูกคุมขังในคดีก่อการร้าย แต่ดีใจที่ผู้พิพากษาไม่ให้ประกันตัวตามที่พล.ต.อ.ประชารับรอง เพราะไม่เชื่อถือในตัวพล.ต.อ.ประชา แม้จะพยายามไป ล็อบบี้ก็ตาม เพราะไม่เคยมีรมว.ยุติธรรมเดินไปบนศาลเพื่อรับรองคดีอุกฉกรรจ์ นอกจากนี้ตนฝันถึงผลการสอบสวนคดีก่อการร้ายเห็นว่า ในสำนวนสอบสวนแผ่นที่ 7 บรรทัดที่ 24 ได้ระบุชื่อคนยิงพล.อ.ร่มเกล่าว่า มีอักษรย่อ “ส” แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดี เพราะอยู่ในกลุ่มนปช.
ขณะที่พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ขอใช้สิทธิถูกพาดพิงชี้แจงว่า ยอมรับได้ไปพบกับอธิบดีศาลคนหนึ่งจริงที่โรงแรมรามาการ์เดนท์ แต่ไม่ได้ไปล็อบบี้ เป็นการพบกันในงานของสำนักงานอัยการสูงสุดจัดสัมมนาเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่เชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน ดังนั้นนายนิพิฏฐ์ไม่ได้พูดความจริง ตนทำงานเพื่อประชาชน เมื่อมีใครร้องเรียนมาก็ให้ความช่วยเหลือเต็ม เช่นกรณีนายเจ๋งนั้น ภรรยานายเจ๋งมาร้องเรียนให้ช่วยประกันตัว ตนก็ดำเนินการให้กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้การช่วยเหลือถือว่า ตนแสดงออกถึงความเป็นผู้นำในการให้กฎหมายบังคับใช้ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นหน้าที่ที่กระทรวงต้องดูแลผู้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อศาลยังไม่ตัดสินก็ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายนิพิฏฐ์ ร.ต.อ.เฉลิม และพล.ต.อ.ประชา ก็ได้พูดจาตอบโต้กันไปมา โดยนายนิพิฏฐ์และพล.ต.อ.ประชา ต่างไล่ให้แต่ละฝ่ายไปหาหมอ เพื่อรักษาโรคความจำเสื่อม ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิมต่อว่า นายนิพิฏฐ์ว่า ไม่มีสมบัติผู้ดีที่มากล่าวหาตนว่าเป็นคนโง่ ถึงตนโง่ ตนก็เป็นด็อกเตอร์ เป็นอดีตรัฐมนตรีและเป็นรองนายกฯ ซึ่งใช้เวลาในการตอบโต้พาดพิงกันไปมากว่า 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงว่า รัฐบาลที่แล้วไม่เคยให้รมว.ยุติธรรมไปดำเนินการให้กับใคร เพราะความใกล้ชิด การที่พล.ต.อ.ประชาชี้แจงก็เห็นว่า ไม่ควรใช้สถานะของตัวเองปะปนกับกรมคุ้มครองสิทธิฯ ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า ไม่ก้าวก่ายการสอบสวนของพนักงานสอบสวน แต่ที่ผ่านมาร.ต.อ.เฉลิมและอธิบดีดีเอสไอให้สัมภาษณ์ว่า คดีนายพัน คำกองจะเป็นบรรทัดฐานในอีก 35 คดีที่เหลือ ไม่ทราบว่า พูดมาจากตำราใด เพราะเป็นคนละเหตุการณ์ ไม่สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานกันได้ ถ้าทำอย่างตรงไปมา ตนก็เห็นด้วย อย่าเอาการเมืองเข้าแทรก พร้อมเข้าสู่กระบวนการปกติ ไม่หนีไปไหน แต่งานนี้ต้องไม่มีไอ้ปื๊ดมาเกี่ยวข้อง
ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิม ตอบโต้ว่า ตามหลักกฎหมายการที่ไม่ประสงค์ผล แต่เล็งเห็นผลก็ถือว่า มีเจตนาแล้ว เพราะการยิงไปยังรถตู้ท่ามกลางประชาชนที่สัญจรไปมาก็เล็งเห็นผลได้ ทำให้นายอภิสิทธิ์ ลุกขึ้นตอบโต้ปิดท้ายว่า ถ้าจะเอาคนที่เล็งเห็นผล ก็ขอให้เอาคนที่สั่งนปช.ออกมาชุมนุมมาลงโทษด้วย



