
"บีจี"เจ๊าเจ้าท่า ชลบุรีจี้2แต้ม ปลาทูแพ้กิเลน ทีโอทีเฉือนนาวี
"กระต่ายบีจี" บางกอกกล๊าส เอฟซี หวิดเจ๊งคารังต้องออกแรงหืดก่อนไล่ตีเจ๊า "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี 1-1 ทำสถิติยังไม่แพ้ใครและนำจ่าฝูงลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป ขณะที่ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ฟอร์มสดถล่ม "เจดีย์ใหญ่" นครปฐม เอฟซี 3-0 กลับมารั้งตำแหน
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ 11 ของฤดูกาลประจำวันที่ 24 พฤษภาคม มีเตะ 4 คู่ เกมที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ คลอง 6 “กระต่ายบีจี” บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมนำจ่าฝูงที่ยังไม่เคยแพ้ใครมี 24 คะแนนเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือน “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี ทีมอันดับ 5ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักมีกองเชียร์ทั้งสองทีมเข้ามาชมกันเต็มอัฒจรรย์ทั้งสองฝั่ง
เริ่มเกมมาทั้งสองทีมบุกใส่กันทันที กระทั่งนาทีที่ 37 เสียงเชียร์เจ้าบ้านต้องเงียบกริบ เมื่อทีมเยือนพลิกได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะโต้กลับเร็ว พิพัฒน์ ต้นกันยา จ่ายบอลออกทางขวาหน้ากรอบเขตโทษให้ นิรุตน์ คำสวัสดิ์ ซัดเสียบเสาไกลเข้าอย่างสวยงามให้สิงห์เจ้าท่าออกนำในครึ่งแรก 1-0 แต่พอแก้เกมลงมาใหม่ครึ่งหลังนาที 49 เจ้าบ้านได้เฮสนามแทบแตกเมื่อ ศุภชัย คมศิลป์ เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวามาให้ อำนาจ แก้วเขียว โหม่งตุงตาข่ายตีเสมอเป็น 1-1 หลังจากนั้นเกมสู้กันอย่างสนุกแต่ยิงเพิ่มไม่ได้ จบเกมเสมอกัน 1-1 บางกอกกล๊าสมี 25 แต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไปและยังไม่แพ้ใคร ส่วนการท่าเรือไทยมี 15 แต้มตกไปอยู่อันดับ 6
ที่สนามสิรินธร "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ที่โดน โอสถสภา เอ็ม-150 ที่ลงเตะไปก่อน 1 วันแซงขึ้นเป็นรองจ่าฝูงพบ "เจดีย์ใหญ่" นครปฐม เอฟซี เปิดเกมมาได้ 19 นาที โคเน่ โมฮัมเหม็ด พาบอลเลี้ยงตะลุยเข้าไปยิงให้เจ้าถิ่นออกนำ 1-0 ในครึ่งแรก เข้าสู่ครึ่งหลังลงมาเล่นได้ 2 นาที พิภพ อ่อนโม้ เลี้ยงเดี่ยวเข้าไปยิงให้ชลบุรีหนีห่างเป็น 2-0 ถัดไปนาที 83 อาทิตย์ สุนทรพิธ เปิดลูกเตะมุมให้ โยชิอากิ มารุยาม่า โขกประตูตอกฝาโลงให้ชลบุรีชนะ 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 23 แต้มกลับมาเป็นรองจ่าฝูงอีกครั้งและมีแต้มตามหลังบางกอกกล๊าสแค่ 2 คะแนนแต่ชลบุรีเตะน้อยกว่า 1 นัด
ที่สนามกีฬากาญจนบุรี (กลีบบัว) "ฮัลโหล" ทีโอที เอฟซี ทีมอันดับ 9 พบ "ตะหานน้ำ" ราชนาวี-ระยอง ทีมอันดับ 14 เกมครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ เข้าสู่ครึ่งหลังเกมเริ่มสนุกมากขึ้น นาที 64 ไกรสร ศรียันต์ ยิงให้เจ้าถิ่นออกนำก่อน 1-0 แต่กองเชียร์ฮัลโหลดีใจได้ไม่นาน นาที 67 รัฐพร แซ่ตั๋น มายิงตีเสมอให้ราชนาวีเป็น 1-1 เกมทำท่าจะจบด้วยการเสมอกันแต่ในช่วงเวลานาที 92 สุเชาว์ นุชนุ่ม มายิงจุดโทษทำประตูชัยให้ทีโอทีเฉือนชนะไป 2-1 ท่ามกลางการประท้วงของนักเตะราชนาวีและกองเชียร์ที่ขว้างขวดเข้ามาในสนาม ผลจากเกมนี้ทำให้ทีโอทีพุ่งไปอยู่อันดับ 5 ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่าการท่าเรือไทยที่มี 15 แต้มเท่ากัน
ที่สนามกีฬาสมุทรสงคราม “ปลาทูคะนอง” สมุทรสงคราม เอฟซี ทีมอันดับ 13 พบ "กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 ท่ามกลางบรรยากาศแฟนบอลเนื่องแน่นเหมือนเดิม เกมครึ่งแรกนาที 28 พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ซัดบอลเต็มข้อไปถูกขา เอกศักดิ์ บัวเบา กองหลังสมุทรสงครามลอยโด่งเข้าประตูให้ทีมเยือนนำ 1-0 ถัดไปนาที 45 วิศรุต พันนาสี ของเมืองทองฯทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษ แต่ ทรงวุฒิ บัวเพ็ชร กัปตันทีมเจ้าถิ่นยิงไม่ผ่านมือ กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายประตูทีมเยือน หลังจากนั้นไม่มีการทำประตูได้อีก จบเกมสมุทรสงครามพ่ายคาบ้านตัวเอง 0-1 ทำสถิติแพ้เป็นนัดที่ 7 ของฤดูกาลอยู่ในโซนท้ายตาราง
"ขุนแผน"พ่ายศรีสะเกษในดิวิชั่น 1
ผลฟุตบอลดิวิชั่น 1 นัดที่ 9 ของฤดูกาล ปตท. เสมอ สงขลา 1-1 สุพรรณบุรี แพ้ ศรีสะเกษ 1-2 นครสวรรค์ แพ้ รัตนบัณฑิต 2-3 ขอนแก่น เสมอ ฮอนด้า 1-1
สูตลซัด 3-1 แชมป์เลกแรกดิวิชั่น 2
ผลฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ภาคใต้ สตูล ชนะ พัทลุง 3-1 ทำให้คว้าแชมป์เลกแรกไปครอง ส่วนอีกคู่ กระบี่ เสมอ นครศรีธรรมราช 2-2, ภาคกทม.และปริมณฑล ม.เกษมบัณฑิต ชนะ กรุงเทพมหานคร 6-0 นอร์ทฯกรุงเทพ-สารวิทยา แพ้ ว.นอร์ทกรุงเทพฯ 0-1 ภาคกลางและตะวันออก นครนายก แพ้ ขุนศึกสระบุรี 0-3 อยุธยา ชนะ ลพบุรี 2-1 ระยอง ชนะ โรสเอเชีย ปทุมธานี 1-0, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สกลนคร เสมอ อุบล ยูไนเต็ด 1-1 บุรีรัมย์ ชนะ มหาสารคาม 4-1 นครราชสีมา เสมอ มุกดาหาร 3-3, ภาคเหนือ แพร่ แพ้ เชียงราย 0-6, พิษณุโลก .. พิจิตร



