
'ยุทธศักดิ์'ไม่อยากเห็นม็อบสีเสื้อปะทะ
ยุทธศักดิ์" ระบุไม่อยากเห็นม็อบสีเสื้อปะทะกันอีก อยากให้เกิดความปรองดองและร่วมมือกันในทางที่ดีมากกว่า พร้อมยอม ช่วงการเปลี่ยนผ่านทางราชการเป็นจุดอ่อนแก้ไฟใต้
วันที่ 27 ก.ย.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองเเละเสื้อแดงที่หน้ากองปราบปรามเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ว่า ตามรายงานข่าวไม่มีแจ้งมาว่ามีกลุ่มฮาร์ดคอร์แฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อหวังให้การปะทะขยายวงกว้างเป็นประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใด และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวไปแล้วว่า ต่อไปหากมีการชุมนุมอย่างนี้อีกก็ควรจะต้องมีการเตรียมการระวังให้ดีล่วงหน้า ไม่ใช่ปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายมาอยู่ด้วยกัน ควรจะเตรียมการว่าเมื่อฝ่ายหนึ่งมาแล้วอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ต้องอยู่ในบริเวณเดียวกัน และตำรวจต้องดูแลทั้งสองฝ่าย แต่อย่าไปปล่อยโดยนึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็จะมีการเคลื่อนไหวอีก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น อยากให้เกิดความปรองดองและร่วมมือกันในทางที่ดีมากกว่า และเราจะได้แก้ปัญหาของประเทศชาติในหลายทางด้วย
“ทุกคนควรจะมองในเรื่องส่วนรวมมากกว่าเพราะว่า ความปรองดองมันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว และความร่วมร่วมมือกันกำลังจะไปในทางที่ดีถ้าหากว่ายังมีสิ่งแบบนี้เกิดขึ้นอีกภายในประเทศ มันก็ไม่ได้สร้างการพัฒนาความเจริญให้กับประเทศเรา และก็จะเป็นภาพที่ไม่สวยงามในต่างประเทศด้วย ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ในฐานะที่ดูแลเรื่องความมั่นคงก็กำลังติดตามอยู่ แต่ยังไม่มีรายงานในทางที่ไม่ดีเกิดขึ้น” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
รับช่วงการเปลี่ยนผ่านทางราชการเป็นจุดอ่อนแก้ไฟใต้
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวถึงปัญหาความรุนแรงในประเทศด้านต่างๆว่า ความรุนเเรงไม่ได้มีแค่ภาคใต้ เเต่ยังมีภาคอีสานที่ต้องจับตาดูต่อไปในอนาคต เนื่องจากใกล้ปลายปีซึ่งเป็นช่วงที่ศาลโลกจะพิจารณาหลายๆอย่าง ซึ่งเรามีงานมากในเรื่องของการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดนทั้งภาคใต้เเละภาคอีสาน ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางการข่าวเป็นห่วงเรื่องอะไรหรือไม่เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของราชการโดยมีการปรับเปลี่ยนกำลัง และการโยกย้าย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้มีอะไร นอกจากให้ระมัดระวังไว้
“การเปลี่ยนผ่านหน่วยนั้นถือเป็นจุดอ่อน เพราะคนเข้ามาใหม่ก็จะต้องปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่ และเข้ากับประชาชนในพื้นที่ด้วย และต้องมีการปฐมนิเทศกันพอประมาณ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่จะต้องมีการระมัดระวังให้ดี ซึ่งก็ได้เตือนไปแล้ว และทราบว่าทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว” รองนายกระฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทราบว่าวันนี้จะมีการประชุมที่โรงเเรมเอสซี จ.ปัตตานี ซึ่งตนได้เรียนไปแล้วว่า ต่อไปจะมีคณะประสานงานรณรงค์เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นวันแรกของการประสานงานกันระหว่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)และหน่วยงานต่างๆจาก ภาคประชาชน ภาคสังคม รวมทั้งอาจจะมีบุคคลที่กลับใจจะเข้ามาร่วมงานเพื่อหาหนทางปฎิบัติว่าจะรณรงค์ร่วมกันแก้ปัญหาอย่างไรต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่าตำแหน่งแม่ทัพภาค 4 ตอนนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนใช่หรือไม่ และตรงนี้จะช่วยในการเจรจาพื้นที่ได้อย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยังไม่มีการปรับเปลี่ยน และวันนี้เป็นการเริ่มต้นประชุมกันครั้งแรกที่จะตั้งคณะทำงาน อาจจะเป็นในรูปของคณะกรรมการเพื่อวางแผนรณรงค์ให้เกิดสันติในการแก้ปัญหา และอาจจะใช้คณะกรรมการชุดนี้ในการพูดคุยด้วยก็ได้ เพราะไม่เพียงแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นยังมีประชาชนในพื้นที่ ยังมีบุคคลที่กลับใจที่เราพิจารณาแล้วมาร่วมเป็นคณะกรรมการในการประชุมร่วมเป็นคณะกรรมการในการประชุมร่วมกันด้วย ก็จะเป็นการตั้งคณะกรรการที่จะปฏิบัติในพื้นที่ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อไป



