
สายลับ'แท็กซี่'กองหนุน..ตำรวจจับโจร
สายลับ'แท็กซี่' กองหนุน..ตำรวจจับโจร : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
ภัยจากอาชญากรรมในเมืองหลวงเกิดขึ้นแทบทุกวัน ขณะที่กำลังตำรวจที่จะมาป้องกันปราบปรามจับกุมไม่เพียงพอ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.แม่ทัพตำรวจเมืองหลวง มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนตำรวจ ช่วยแจ้งเบาะแส ล่าสุด ได้รับความจากร่วมมือจาก "แท็กซี่จิตอาสาร่วมแจ้งภัย 191" กว่า 600 คัน สมัครเป็น "สายลับ" คอยแจ้งเหตุอาชญากรรม ตลอดจนเบาะแสต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวาดล้างจับกุม !!
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เล็งเห็นว่า คนขับรถแท็กซี่ต้องทำงานอยู่บนท้องถนนตลอด 24 ชม. ขณะเดียวกันอาชีพนี้ก็เสี่ยงต่อการถูกจี้ชิงทรัพย์ ทาง บช.น.จึงมีการอบรมคนขับแท็กซี่ให้มีความรู้ในการสังเกต จดจำ รูปพรรณสัณฐานของคนร้าย ทะเบียนรถ เส้นทางการหลบหนี โดยจะให้ผู้ประกอบอาชีพขับแท็กซี่เป็นผู้แจ้งเหตุที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่ต้องเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้าย เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้
พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ผบก.สปพ. หรือ ผู้การ 191 เสริมว่า สายลับแท็กซี่ เพียงแค่แจ้งเบาะแสมาที่ สายด่วน 191 ไม่ได้ต้องการให้เป็น "ฮีโร่" แต่อยากให้เป็น "ฮีโร่เบื้องหลัง" มากกว่า เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา จึงได้เริ่มฝึกอบรมคนขับแท็กซี่รุ่นที่ 1 รวม 200 คน จนครบ 3 รุ่น 600 คน เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ทั้งนี้ การอบรมคนขับแท็กซี่เป็นสายลับเบื้องต้น เพียงเป็นการทำความรู้จักคุ้นเคยกัน สร้างไหวพริบ เทคนิคการป้องกันตัว รวมถึงให้คนขับแท็กซี่มีความรู้ในการสังเกต จดจำ รูปพรรณสัณฐานของคนร้าย ทะเบียนรถ เส้นทางการหลบหนี เป็นต้น
"เมื่อพบเห็นเหตุอาชญากรรมทุกรูปแบบ สายลับแท็กซี่จะแจ้งมาที่ 191 สมมุติพบเห็นโจรกระชากสร้อย คนขับแท็กซี่ก็จะโทรมาแจ้งที่ 191 และอาจจะติดตามคนร้ายไปห่างๆ จนกระทั่งตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ ก็มีรางวัลจากกองทุนช่วยเหลือแท็กซี่จิตอาสา ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของผู้ขับรถแท็กซี่ที่ช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ขอเพียงให้แท็กซี่แจ้งเบาะแสมาให้จับคนร้ายได้เพียงคนเดียวก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว" พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ กล่าว
นอกจาก คนขับแท็กซี่จะเป็นสายลับให้ตำรวจแล้ว ขณะเดียวกันแท็กซี่ก็อาจเป็นเหยื่อของอาชญากรรม หรืออาจเป็นผู้ก่ออาชญากรรมเสียเอง พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ บอกว่า โครงการนี้ก็อาจจะช่วยตรวจสอบและคัดกรองคนขับแท็กซี่ที่ไม่ดีได้ระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม บรรดาแท็กซี่ทั้ง 600 คนที่เข้าร่วมเป็นสายลับตำรวจ อาจจะไม่เพียงพอในการช่วยเหลือแจ้งเบาะแสอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ครอบคลุมนัก พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ตั้งใจว่าจะอบรมคนขับแท็กซี่ให้ครบทุกคัน คาดว่าในกรุงเทพฯ มีแท็กซี่อยู่ประมาณ 1 แสนคัน แต่จะเปลี่ยนวิธีการอบรมจากเดิม ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปอบรมตามอู่หรือสหกรณ์แท็กซี่แทน โดยจะขอความร่วมมือจากอู่แท็กซี่ ให้งดเก็บค่าเช่าในช่วงอบรม เนื่องจากใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น
ด้าน นายอุดร ขันตี ประธานชมรมแท็กซี่อาสา หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ "แท็กซี่จิตอาสาร่วมแจ้งภัย 191" มองว่า โครงการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี ช่วยให้แท็กซี่ใหม่มีความรู้ มีความระมัดระวัง รู้จักปฏิเสธผู้โดยสารที่อาจเป็นภัยต่อแท็กซี่ แต่โดยส่วนตัวก็เคยช่วยเหลือสังคมบนท้องถนนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ตลอดจนการช่วยเหลือเพื่อนแท็กซี่ถูกจี้ชิงทรัพย์ รวมถึงการแจ้งเหตุอาชญากรรมก็เคย แต่บางครั้งไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนาย อย่างที่เคยเจอเหตุผู้หญิงถูกกระชากกระเป๋า เคยแจ้งให้ตำรวจในพื้นที่นั้นๆ รับทราบ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร แต่เมื่อมีโครงการลักษณะนี้ขึ้นมาก็ช่วยทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าจะได้รับความร่วมมือจากตำรวจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากเจอเหตุอาชญากรรมซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแนะนำให้เพียงแค่แจ้งเบาะแสเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย นายอุดร มองว่า เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว แค่โทรศัพท์แจ้งตำรวจอย่างเดียวไม่ทันกาล ทำให้คนขับแท็กซี่ต้องตัดสินใจขับรถชนคนร้ายก็มี หรืออย่างที่เกิดเหตุเพื่อนแท็กซี่ถูกจี้ พวกเราก็ไปล้อมกรอบคนร้ายไว้ แล้วค่อยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม
เห็นตำรวจเมืองหลวงเร่งเสริมทัพ "สายลับ" ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ ตลอดจน รปภ.ที่ประจำอยู่ทุกห้างร้านตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ คงรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น !!
..............
(หมายเหตุ : สายลับ'แท็กซี่' กองหนุน..ตำรวจจับโจร : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)



