ข่าว

แค่หนังตัวอย่าง

แค่หนังตัวอย่าง

27 ก.ย. 2555

แค่หนังตัวอย่าง : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

              เหตุการณ์ความวุ่นวายที่กลายเป็นจลาจลขนาดย่อม มีการลงไม้ลงมือ ทุบตีปะทะกันถึงเลือดตกยางออกระหว่างม็อบเสื้อเหลือง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกับม็อบเสื้อแดง แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่หน้ากองปราบปรามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไม่อาจมองเห็นเป็นเรื่องเล็ก ไร้สาระไปได้เลย
   
              ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมามักง่าย หลบเลี่ยงหลีกหนีความรับผิดชอบด้วยการรวบรัดตัดบท สรุปว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุที่มิได้จงใจ อ้างว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
   
              เพราะทั้งหมดล้วนเป็นผลพวงอันมาจากความบ้าคลั่งที่ต่างฝ่ายต่างสั่งสม ปลุกเร้า ปลุกระดมความเกลียดชังระหว่างกันมาเป็นแรมปี ตะบี้ตะบันเลือกข้างเลือกฝ่ายกันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง หลักการและเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น    ไม่เชื่อลองเข้าไปดูอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์เว็บบอร์ดเสื้อแดง-เสื้อเหลือง เปิดโทรทัศน์ไม่ว่าจะเป็นจอเหลือง จอแดง หรือจอสีฟ้า สีน้ำเงิน พลิกหน้าหนังสือพิมพ์ พินิจพิจารณาเนื้อหาสาระที่ต่างฝ่ายต่างนำเสนอล้วนแต่เป็นเรื่องของการเอาดีเข้าตัวชั่วโยนให้คนอื่น ด่าทอตำหนิ โจมตีแต่ฝ่ายตรงกันข้ามได้แทบทุกเม็ด
   
              ผูกขาดความถูกต้องดีงามไว้กับฝ่ายของตัวเอง ไม่ยอมรับกับความแตกต่างทางความคิด ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
   
              บิดเบือนหลักการทั้งหลายได้อย่างแยบยลเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายของตัวเอง
   
              ข้างหนึ่งคลั่งเจ้า อ้างสถาบันโจมตีฝ่ายตรงข้ามได้เป็นวรรคเป็นเวร อีกฝ่ายก็ต้มตุ๋นชาวบ้านราษฎร แทนที่จะตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายซึ่งกุมอำนาจรัฐ ปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติ ประชาชนก็กลับตั้งหน้าตั้งตาสรรเสริญเยินยอ สอพลอรัฐบาล ตรวจสอบแต่กับฝ่ายตรงกันข้ามอยู่นั่นแหละ
   
              พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พูดจาคำว่าคนดีขึ้นมาเท่านั้นเป็นเดือดเป็นแค้นกันแทบชักดิ้นชักงอ แต่กลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับพฤติกรรมใจบาปหยาบช้า ดื้อด้านปราศจากมโนธรรมสำนึกในกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์
   
              ไม่มีใครเป็นเดือดเป็นร้อนเลยกับการที่คนระดับรองนายกรัฐมนตรีบางคนและผู้บัญชาการตำรวจบางนายช่างมีเวลาว่างเหลือเฟือ อ้างว่าไปดูการแข่งรถฟอร์มูลา 1 ที่สิงคโปร์ หรือกรณีทัวร์สื่อมวลชนล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินของประธานรัฐสภา รวมทั้งประเด็นเกี่ยวด้วยจรรยาบรรณของนักเล่าข่าวบางคนซึ่งถูกชี้มูลความผิดจากป.ป.ช.
   
              ต่างฝ่ายต่างแหลมคมกับการวิพากษ์วิจารณ์ใครก็ตามที่ไม่ใช่พวก อยู่คนละข้างคนละสีเท่านั้น หากเป็นฝ่ายตรงกันข้ามละก็เอาถึงตาย แต่เป็นพวกตัวเองกลับเกี้ยเซียะ ช่วยเหลือกัน
   
              ยิ่งไปกว่านั้นยังยั่วยุ ปลุกเร้าความรู้สึกชิงชังรังเกียจโกรธแค้นระหว่างกัน ข้างหนึ่งดูถูกดูแคลนอีกฝ่ายว่ากินหญ้า โง่เป็นควาย อีกฝ่ายก็ว่าอีกข้างหนึ่งเป็นพวกสลิ่ม แมลงสาบ
   
              ถ้อยคำที่ใช้ก็เต็มไปด้วยความรุนแรง หยาบคาย ถ่อย สถุล ครบถ้วน
   
              ดังนั้น ผลที่ออกมาลำพังเพียงแค่เลือดตกยางออกจึงน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่เรื่องเกินเลยหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะพัฒนาบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมืองในอนาคต หากต่างฝ่ายต่างยังยืนหยัดปักหลักเลือกข้างกันต่อไป โดยไม่แยแสใส่ใจ ยอมรับตรรกะ หลักการและเหตุผลใดๆ
   
              โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเหล่าบรรดาผู้นำ หัวขบวนทั้งหลายยังคงปราศจากซึ่งหิริโอตตัปปะ มุ่งจะใช้เลือดเนื้อ ชีวิตของประชาชนเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจให้แก่ตัวเอง
   
              ถึงขนาดตีกันเองในระหว่างคนเสื้อเหลืองซึ่งสวมเสื้อ "เรารักในหลวง” กับคนเสื้อแดงที่สวมเสื้อ "เรารักพระบรมฯ” เกมนี้ถึงกับเอาสงครามกลางเมืองมาเดิมพัน