
ตำรวจมาช้าเคลมเร็ว
ตำรวจมาช้าเคลมเร็ว : เลียบค่าย โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]
ระยะนี้มีแฟนคลับคอลัมน์เลียบค่ายหลายรายส่งอีเมลมายังผม แจ้งเบาะแสความทุกข์ร้อนที่อยากให้หน่วยงานรัฐโดยเฉพาะ “คุณพี่ตำรวจ” บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้เหมือนๆ กัน
นั่นคือปัญหาโจรผู้ร้ายที่อาละวาดตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือน เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน บางรายน่าเห็นใจ หัวขโมยเข้าบ้าน โจรกรรมทรัพย์สินซ้ำแล้วซ้ำอีก จนข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านแทบไม่มีเหลือกันอยู่แล้ว
ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง แจ้งตำรวจ ไม่เคยตามจับกุมใครได้ และที่เสียความรู้สึกยิ่งกว่า คือทุกครั้งที่แจ้งตำรวจกว่าจะมายังที่เกิดเหตุก็ใช้เวลานานแสนนาน ทั้งที่โรงพักกับสถานที่เกิดเหตุห่างกันไม่ถึง 5 กิโลเมตร
มาถึงแล้วแทนที่จะหาหลักฐานให้ละเอียด กลับทำเพียงสอบถามเจ้าของบ้านอะไรหายบ้าง เดินดูโน่นดูนี่อีกเล็กน้อย ไม่ทันจะทั่วบริเวณบ้านก็แจ้นกลับโรงพักไปเสียแล้ว
พูดง่ายๆ คือ คุณพี่ตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกันแบบ “มาช้าเคลมเร็ว”
ความจริงแล้ว คดีลักทรัพย์ตามเคหสถาน อย่างน้อยควรมีเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานหาลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ ขณะที่ตำรวจโรงพักเจ้าของพื้นที่ควรจะตระเวนหาข้อมูลจากพยานแวดล้อมให้ได้มากที่สุด เผื่อจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการติดตามลากคอวายร้าย
ผมยกตัวอย่างเช่นหมู่บ้านสร้างใหม่สไตล์โมเดิร์น ในเครือธุรกิจบ้านจัดสรรชื่อดัง ที่ตั้งโครงการอยู่ลำลูกกาคลองสาม จ.ปทุมธานี
ท้องที่รับผิดชอบของโรงพักใด ท่าน “ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี” น่าจะรู้ดี
สองสามเดือนมานี้เกิดคดีงัดแงะบ้านเรือนในยามวิกาลถี่ยิบ รายล่าสุดเจ้าของบ้านเป็นหญิงสาววัยทำงาน ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เพียงลำพัง
คืนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทั้งๆ ที่ปิดประตูหน้าต่างก่อนขึ้นห้องนอนอย่างรัดกุมแล้ว แต่เช้ามากลับพบว่าประตูหลังบ้านโดนงัด และกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมหายไป
หลังเกิดเหตุเจ้าของบ้านรีบแจ้งตำรวจตั้งแต่เช้าตรู่ แต่กว่าตำรวจจะมาปาเข้าไปเกือบเที่ยง แถมมาถึงที่เกิดเหตุก็ไม่ได้เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุตามหลักที่ควรจะทำ กลับทำแค่สอบถามเจ้าของบ้านไม่กี่คำถาม พอเสร็จปั๊บก็หายจ้อยไปทันที
หมู่บ้านแห่งนี้เกิดคดีลักทรัพย์มาแล้วนับสิบครั้ง ทุกครั้งตำรวจไม่เคยจับกุมคนร้ายได้
ลองพิเคราะห์กันดูเถอะครับ...สาเหตุเป็นเพราะอะไร?



