ข่าว

'ผบช.น.'แจงกมธ.ตร.ปัดขนม็อบบุกปชป.

'ผบช.น.'แจงกมธ.ตร.ปัดขนม็อบบุกปชป.

26 ก.ย. 2555

'คำรณวิทย์' แจง กมธ.ตร. ปัดขนม็อบบุก 'ปชป.' ชี้เจตนาแค่ทำความเข้าใจ ระบุลูกน้องชุมนุมให้กำลังใจ พร้อมขู่คาดโทษปล่อยสถานบริการลอบค้าประเวณี

                            26 ก.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการประชุมคณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีวาระการประชุมพิจารณาขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กรณีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) นำกำลังตำรวจ 300 นาย ไปที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นการคุกคามพรรคการเมือง โดยมีการเชิญพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และจเรตำรวจ เข้าชี้แจง ทั้งนี้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงแทน

                            โดยนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ อาจจะเข้าข่ายผิดกฎของคณะกรรมการข้าราชตำรวจ(ก.ตร.) หลายข้อ และมีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่ ทั้งนี้นายสาธิต ได้นำคลิปภาพงานฉลองวันเกิดของนายอดิศร เพียงเกษ แกนนำนปช. ที่มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยร่วมงานด้วย และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวปราศรัยในงาน ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า “รูปภาพนั้น ให้คนที่รักเคารพรัก ติดยศให้ผิดตรงไหน อีกประเด็นหากเปลี่ยนรัฐบาล ผมก็จะลาออกทันที”

                            ทั้งนี้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ทักท้วงว่างานเลี้ยงนี้ไม่ใช่งานของพรรคเพื่อไทย และนายอดิศร ก็ไม่ใช่สมาชิกพรรคเพื่อ ทำให้นายสาธิต ต้องชี้แจงและถอนคำพูดดังกล่าว ทั้งนี้กรณีที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่าหากเปลี่ยนรัฐบาล ก็จะลาออกจากการเป็นข้าราชการนั้น เห็นว่าการที่จะแต่งตั้งหรือปรับเปลี่ยนโยกย้าย ก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ไม่ได้เกี่ยวกับนักการเมือง ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ตนทนไม่ได้หากตำรวจที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้จะได้ดี เพราะพฤติกรรมแบบนี้จะสร้างรอยด่างพร้อยให้วงการตำรวจ

                            พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวชี้แจงว่า หลังจากที่ตนเดินทางกลับจากการไปราชการที่ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็ได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นตรวจสอบวินัย กรณีที่ตนนำรูปภาพที่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประดับยศให้ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรุ่นพี่ที่ตนเคารพรักและตนมีเจตนาจะไปชี้แจงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกับบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจในสำนักงานฯ ว่าจะทำหนังสือทำความเข้าใจกับนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปชุมนุม

                            ทั้งนี้ในวันดังกล่าวเมื่อตนเดินลงมาจากสำนักงานฯ ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนหลายนายบอกว่าจะเดินทางไปด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่าจะเดินทางไปเป็นจำนวนมาก แต่ได้ทราบในช่วงดึกว่าตำรวจชั้นประทวนของ สน.ทองหล่อ ได้ชักชวนกันไปที่พรรคประชาธิปัตย์ และทราบว่ามีการขึ้นสโลแกนว่า “ใครว่างเวรไปให้กำลังใจน.1” ซึ่งยืนยันว่าตำรวจไม่มีใครเกณฑ์ได้ และตนก็ห้ามแล้วว่าอย่าให้มีตำรวจมาชุมนุม เพราะเกรงว่าจะมีปัญหา

                            “ผมเป็นตำรวจ จะทำร้ายประชาชนไม่ได้ และตั้งใจจะเดินทางไปแบบเงียบๆ จริงๆ เพียงแต่จะไปยื่นหนังสือทำความเข้าใจเท่านั้น ซึ่งตำรวจกับนักการเมืองไม่เหมือนกัน ตำรวจปลุกม็อบไม่ได้ คนพวกนี้ปลุกไม่ได้มันอยู่ที่ใจ” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวและว่า ภายหลังที่มีการเข้าใจกันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางไปยังพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการปลุกม็อบไป ซึ่งได้ชี้แจงพร้อมสั่งการ และทราบว่ามีการออกคำสั่งไปหลายโรงพักให้นำกำลังไปให้ได้ประมาณ 150 นาย และสน.บางซื่อ กับสน.พญาไท อีกสน.ละ 30 นาย

                            ทั้งนี้ตามปกติหากมีการชุมนุม ตนจะสั่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อยหรือ 150 นาย ไปดูแลรักษาความสงบในสถานที่ชุมนุม ซึ่งเหตุการณ์ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ 200 นาย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อย และอีก 100 นายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาให้กำลังใจตน อย่างไรก็ตามยืนยันว่าที่ตนเดินทางมาชี้แจง ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง ตนเป็นคนยอมรับความจริง ไม่มีเจตนายุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง ตนอยู่กับพรรคพวกพี่น้องตำรวจ เรื่องที่เกิดขั้น เพราะมีการยื่นเรื่องตรวจสอบตนก่อน จึงใช้สิทธิเพื่อยื่นเรื่องทำความเข้าใจเท่านั้น ส่วนหลังจากนี้จะมีใครไปยื่นตรวจสอบอะไรอีกนั้น ก็ยินดีไปชี้แจง และยืนยันว่าตนมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

                            ด้านนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ตนมองเรื่องนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะจะทำให้กระทบกับวงการตำรวจทั้งหมด รวมทั้งในส่วนของการเมือง หรือพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีระเบียบวินัย หากจะร้องเรียนหรือต้องการชี้แจงอะไร ก็มาร้องเรียนที่รัฐสภาก็ได้ ตนไม่อยากจะตำหนิใคร แต่ใครที่ทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลเช่นนั้น ซึ่งประชาชนได้ให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้มาก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาเป็นม็อบเสียเอง รวมทั้งนำรถของราชการนำกำลังมาชุมนุม ทั้งนี้กรณีดังกล่าวตนเห็นชัดเจนว่าเป็นการเกณฑ์คนมาชุมนุมที่หน้าที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน

                            “เหตุการณ์นี้ผมคิดว่าไม่สมควรทำ วินัยของตำรวจควรจะมีมากกว่านี้ ต้องรักเกียรติวินัยของตำรวจ หากคุณทำตัวเหมือนคนธรรมดา แล้วจะไปปราบม็อบได้ยังไง จะเอาอะไรไปบีบหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เหรอ แค่เราชี้แจงเขาไปก็จบแล้ว ผมไม่เห็นด้วยที่เอาเวลาทำงานของราชการเกณฑ์คนมาชุมนุมกันแบบนี้ ผมมองว่าสิ่งที่ท่านชี้แจงไม่เป็นความจริง อยากให้พิจารณาตัวเองว่าสิ่งที่ทำถูกต้องหรือไม่ เกียรติวินัยของคุณไปอยู่ไหน” นายฉลอง กล่าว

                            ทั้งนี้ระหว่างมีการชี้แจงนั้น ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้น เนื่องจากพ.ต.อ.(พิเศษ) ศรศักดิ์ แก้วรักษา นายกสมาคมกฎหมายปกครองไทย ที่เข้าร่วมฟังการประชุม ได้ตะโกนว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ อยากรู้อะไรให้ถามตนได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวพ.ต.อ.(พิเศษ) ศรศักดิ์ ออกจากห้องประชุมทันที หลังจากนั้นจ.ส.ต.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนขอขอตั้งคำถามกับนายสาธิต ที่เป็นผู้ยื่นเรื่องนี้เข้ามาสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งหากเป็นตนนั้น เรื่องไร้สาระแบบนี้จะไม่ยื่นอย่างแน่นอน เพราะเหตุการณ์นี้ยังไม่มีผลเสียอะไรที่เกิดขึ้น และมีเป้าหมายเดียว ที่ต้องการจะพูดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ต้องหาและเมื่อตำรวจไปพบ ทำไมไม่จับกุม ทำให้นายฉลอง ต้องกล่าวตัดบทว่า ตนในฐานะเป็นรองประธานฯ ขอชี้แจงว่า จ.ส.ต.ประสิทธิ์ พูดแบบนี้ไม่ถูกต้อง เรามานั่งในที่นี้ในฐานะกรรมาธิการ ที่ต้องทำงานร่วมกัน ต้องรับฟังเหตุผลของทั้ง 2 ฝ่ายอย่าเอาเรื่องสี เรื่องพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้อง กรรมาธิการจะมาซักถามกันเองเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ตนเข้าใจว่าจ.ส.ต.ประสิทธิ์ เคยเป็นตำรวจมาก่อน มีชีวิตจิตใจและต้องการปกป้องตำรวจ แต่เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง

 

'ผบช.น.' ขู่คาดโทษปล่อยสถานบริการลอบค้าประเวณี

                            พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กล่าวถึงกณีชุดเฉพาะกิจ บช.น. และตำรวจ สน.ห้วยขวางตรวจค้นสถานบริการไฮคลาสเอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ พบหญิงสาวต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน 16 คนเยาวชนอายุ ต่ำกว่า 18 ปี 1 คนและเปิดสถานบริการผิดประเภทว่า มาตรการดำเนินการในเรื่องนี้ต้องทำให้ทุกอย่างเข้าระบบเป็นไปตามกฎหมายและมีใบอนุญาตให้ถูกต้อง โดยการจับกุมเมื่อคืนนี้มีการส่งชุดตรวจสอบสถานบริการ บช.น.เข้าไปสืบสวนหาข่าวก่อน แต่การจับกุมจะมีเส้นมีสายไม่ได้และพบคนต่างด้าวด้วยก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย

                            "การจับกุมครั้งนี้มีต่อการขอต่อใบอนุญาตครั้งต่อไปอย่างแน่นอน และต้องตรวจสอบด้วยว่า เจ้าของสถานบริการทำความผิดแล้วมาขอต่อใบอนุญาตได้อย่างไร ส่วนท้องที่จะมีความผิดฐานปล่อยปละละเลยรู้เห็นเป็นใจให้มีการลักลอบเปิดสถานบริการหรือไม่ต้องรอการายงานจากชุดจับกุมก่อน ว่าท้องที่มีส่วนรู้เห็นมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งการจัดโซนนิ่งด้วยต้องรอเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรายงานผลมาเช่นเดียวกัน เรื่องนี้ผมสั่งการไปแล้วและขอยืนยันว่า เมื่อคืนที่ผ่านมานั้นเป็นการเข้าจับจริงไม่ได้มีการขอจับแต่อย่างใด และอยากฝากไปถึงสถานบริการอื่นๆที่มีการลักลอบค้าประเวณีด้วยว่า เรื่องแบบนี้มันควรจะจบลงได้แล้วต้องทำทุกอย่างให้มันถูกต้องตามกฎหมายจะดีกว่า" ผบช.น. กล่าว