ข่าว

'หนุ่ม-สาว'ทำประโยชน์ชุมชนไทย

'หนุ่ม-สาว'ทำประโยชน์ชุมชนไทย

27 ก.ย. 2555

หนุ่มสกอต-สาวปราจีน มุ่งมั่นทำคุณประโยชน์ชุมชนไทยในต่างแดน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ

                  5 ธันวาคม 2554 เป็นวันที่ "รัฐดาภรณ์ ทิพย์เวช สโคเลส " วัย 53 ปี ดีใจและภูมิใจที่สุดในชีวิต เมื่อได้รับแจ้งจากท่านทูตธนาธิป อุปัตติสฤงค์ ที่เป็นผู้ยื่นชื่อไปยังสำนักพระราชวังว่า มีพระบรมราชโองการให้ "รัฐดาภรณ์" ได้รับเครื่องราชปฐมดิเรกคุณาภรณ์ในฐานะคนไทยในต่างแดนทำคุณประโยชน์เพื่อประเทศชาติ และในวันที่ 24 พฤษภาคม 2555 ท่านทูตเป็นตัวแทนพระองค์มามอบให้ ซึ่งเป็นวันที่รู้สึกดีใจสุดชีวิตจนไม่มีคำบรรยาย น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มไหลรินลงมาอย่างไม่รู้ตัว

                  "รอส สโคเลส" สามีเข้ามากอดและจูบหน้าผาก ตบหัวเบาๆ และพูดด้วยความภูมิใจว่า เราควรได้รับเกียรติเครื่องราชนี้เป็นอย่างมาก เพราะเห็นทำงานทุ่มเท เสียสละอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมานานนับสิบปี

                   วันนี้ของ "รัฐดาภรณ์" ครูสาวชาวจังหวัดปราจีนบุรี ถือว่าถึงสูงสุดของชีวิต มีวันนี้ได้เพราะแรงหนุนจาก "รอส" สามีวิศวกรชาวสกอตแลนด์ คู่ชีวิตที่แต่งงานครองคู่กันมานานถึง 25 ปีแล้ว

                   ชีวิตในวัยสาวของ "รัฐดาภรณ์" ดำรงมาเฉกเช่นคนทั่วไป เมื่อเรียนจบก็ทำงานเป็นครูสอนหนังสือ จากนั้นแต่งงานกับคนไทยก็ลาออกจากงานมาค้าขาย จนมีปัญหาครอบครัวและเลิกรากัน ตอนนั้นรู้สึกเคว้งคว้าง ตั้งต้นไม่ถูกว่าจะทำอะไรดี กลับไปเป็นครูสอนหนังสือก็ต้องสอบบรรจุใหม่อีก ระหว่างนี้เพื่อนแนะนำให้ไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กป่วยโรคภูมิแพ้ที่ดูไบ ตอนนั้นเธอคิดเพียงว่า ต้องมีงานทำหาเลี้ยงชีพและเลี้ยงลูก จึงตัดสินใจเดินทางไปทำงานที่นั่น

                   โชคดีเป็นของเธอ เมื่อได้งานที่ดีทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ทำงานเกินนี้จะได้เป็นค่าล่วงเวลา มีเงินสวัสดิการให้ ขยันทำงานจนมีเงินเก็บเป็นค่าตั๋วเดินทางกลับบ้าน ได้ท่องเที่ยวพักร้อน มีชีวิตที่สุขกายตามอัตภาพ แต่ในใจแม้จะเหงาบ้างในบางเวลา แต่ก็มีลูกซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจช่วยให้คลายความอ้างว้างลงได้

                   ในที่สุดชีวิตก็พลิกผัน ในปี 2539 เมื่อเพื่อนฝูงที่รู้จักกัน ชวนไปปาร์ตี้บาร์บีคิว ที่นั่นได้พบกับ "รอส สโคเลส" เป็นครั้งแรก

                    ความที่ "รอส" ชื่นชอบประเทศไทยอยู่แล้วเป็นทุนเดิม โดยเฉพาะแม่ของรอสก็ชื่นชอบประเทศไทยมาก โดยรู้จักประเทศไทยจากการอ่านหนังสือ ดูสารคดี เห็นมีธรรมชาติสวยงาม ที่สำคัญทั้งสองประเทศมีระบบกษัตริย์เหมือนกัน จึงทำให้รอสสนใจซักถามพูดคุยทำความรู้จักกับหญิงสาวชาวไทยทันที

                    "พอรู้ว่าคุณรัฐดาภรณ์เดินทางมาจากประเทศไทยก็ไปพูดคุยบอกว่าผมต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย ขอให้เขาแนะนำสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ แล้วก็ซักถามเรื่องอื่นๆ รวมถึงเรื่องส่วนตัวด้วย เขาก็ตอบโดยไม่ปิดบัง "

                     หลังจากได้รู้จักกันครั้งแรก ฝ่ายชายเริ่มสานสายสัมพันธ์ด้วยการชักชวนไปท่องเที่ยว รับประทานอาหารและใช้เวลาว่างด้วยกัน การดูแลและให้เกียรติฝ่ายหญิง แม้จะเรื่องเล็กน้อย แต่สร้างความประทับใจให้ไม่น้อย

                     การให้เกียรติถึงแม้ว่าส่วนใหญ่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เช่นการไปรับประทานอาหารด้วยกัน ก็ให้เราเลือกร้าน เลือกอาหาร ยอมรับสภาพที่เรามีลูกแล้วก็ไม่รังเกียจ สำคัญเขายอมรับในสิ่งที่เราเป็น สร้างความประทับใจให้ตลอด ทุกเรื่องที่เราเห็นว่าดี เขาบอกให้ทำเลย จึงทำให้เป็นความประทับใจ จนในที่สุดเขาก็ขอแต่งงาน

                     "ผมประทับใจและชื่นชอบเขามาตลอด เพราะทุกครั้งที่คุยกันแต่ละเรื่องเขามักจะนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ คือ ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง และเลือกที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่นก่อนเสมอ จึงทำให้ชอบมาก คุยกันบ่อยๆ ผมก็ชวนเขาไปทานข้าวบ้านเพื่อน ทุกคนเห็นดีด้วยที่เราจะคบหาเป็นแฟน เพื่อนบอกว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นคนฉลาด จากนั้นผมก็ชวนรัฐดาภรณ์ไปพบทำความรู้จักกับพ่อแม่พี่น้องที่บ้าน ในประเทศสก็อตแลนด์ ทุกคนก็ให้การต้อนรับอย่างดี"

                      หลังวันวาเลนไทน์เพียง 4 วัน ทันทีที่ชายหนุ่มกลับจากทำงานกลางทะเล ด้วยความรักและต้องการอยู่เป็นครอบครัว จึงตัดสินใจไปพบหญิงสาวเพื่อขอแต่งงานทันที ทั้งที่ยังสวมชุดเครื่องแบบขุดเจาะน้ำมัน มือก็เลอะน้ำมัน แต่ด้วยความคิดถึงจึงขอแต่งงาน

                      "คุณคือคนที่ใช่สำหรับชีวิตผมแล้ว คุณจะแต่งงานกับผมไหม"

                      คำพูดบอกรักเพียงสั้นๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของฝ่ายหญิงพองโต หูอื้อ ไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอยู่นาน น้ำตารื้นรินขอบตา ทำได้เพียงยืนนิ่งแล้วก็พยักหน้ารับทั้งน้ำตา เขาก็เข้ามาสวมกอด

                      แต่สิ่งที่ค้างคาใจสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน คือ เรื่องราวที่เคยผ่านมาแล้ว "รัฐดาภรณ์" เอ่ยปากถามตรงๆ ว่าคิดดีแล้วใช่ไหม เพราะเธอเคยมีลูกมาแล้ว เขาก็ตอบว่า พร้อมจะรักทุกสิ่งที่เรารัก

                      จากนั้นอีก 4 เดือนทั้งคู่ก็แต่งงานกัน หลังจากนั้นรอสให้ภรรยาลาออกจากงานประจำเพื่อเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว ดำรงชีวิตคู่ที่เหมาะสมกัน ทั้งคู่ยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้ไม่ยากนัก อยู่ด้วยการให้เกียรติ สุภาพ รับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน

                      "เราต่างยอมรับวัฒนธรรมของกันและกัน ไทยเราทำอาหารรับประทานปลาร้า กะปิ เหม็นๆ เขาก็ไม่ว่า เพราะเขาก็กินชีสเหม็นเหมือนกัน หรือเรามีเพื่อนคนไทยมาที่บ้านเยอะเขาก็ต้อนรับด้วยความยินดี คุยกันได้ทุกเรื่อง"

                      ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ต้องเดินทางติดตามสามีไปอยู่ต่างประเทศ รัฐดาภรณ์ใช้เวลาว่างหลังจากการดูแลสามีไปช่วยงาน กิจกรรมของสถานทูตประจำประเทศไทย ทั้งงานบุญ ประเพณี วันสำคัญของชาติ ต้อนรับบุคคลสำคัญที่เดินทางมาเยี่ยมเยือน รวมถึงการรวบรวมเหล่าชาวไทยที่เดินทางไปอยู่ต่างประเทศเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้จะอยู่ต่างบ้านต่างเมือง

                      ช่วงนั้นสถานกงสุลในดูไบจะจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทางกงสุลขอความร่วมมือมายังคนไทยให้ช่วยทำอาหารเป็นซุ้มๆ เพื่อเลี้ยงคนไทยทุกคน ที่จะมาร่วมงาน เราก็จัดการเรี่ยไรบ้าง ลงแรงบ้าง ทำอาหารคาวหวานจำนวนมาก แล้วเราก็แต่งกลอนเทิดพระเกียรติในหลวง จัดการแสดงบนเวที พอมีงานครั้งต่อไปทางกงสุลก็ต้องตามตัวตลอด ส่วนมากจะเป็นเรื่องการแสดง พัฒนาจนไปสู่การช่วยเหลืองานในทุกเรื่อง

                       จนกระทั่งย้ายมาอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียจนถึงปัจจุบันนาน 8 ปี ก็ยังคงอาสาช่วยเหลืองานมาโดยตลอด จนได้รับการเสนอชื่อรับเครื่องราชปฐมดิเรกคุณาภรณ์ในฐานะคนไทยในต่างแดนทำคุณประโยชน์

                     "ที่ผ่านมาทำเพราะรู้สึกสนุกกับการทำงาน กำลังใจสำคัญคือสามีที่คอยให้กำลังใจ และสนับสนุนมาตลอด เขายินดีที่เราทำเพื่อประเทศ ตัวเขาเองก็มาเป็นลูกมือช่วยเหลือบ้างที่มีเวลา ตอนนี้ก็ได้รับความไว้ใจให้มีตำแหน่งเป็นรองประธานชมรมสตรีไทยในอินโดนีเซียอีกด้วย"

............................
(หนุ่มสกอต-สาวปราจีน มุ่งมั่นทำคุณประโยชน์ชุมชนไทยในต่างแดน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ)