
'จิรายุ'ร้อง'DSI'เอาผิดกทม.ปม'BTS'
'จิรายุ' ยื่นข้อมูล 'ดีเอสไอ' ปม 'บีทีเอส' เพิ่ม เอาผิด กทม.บิดเบือนข้อมูล ขณะที่ 'สุขุมพันธุ์' ตรวจสถานีบีทีเอส 'โพธินิมิตร' คาดเริ่มเดินรถ 5 ธ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.ย. 55 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้พิจารณากรณีที่กทม.ต่อสัญญารถไฟฟ้า BTS ไปอีก 13 ปี
โดยนายจิรายุ กล่าวว่า ตนได้พบข้อมูลใหม่ กรณีที่กทม.ต่อสัญญาไปอีก 13 ปี วงเงิน 190,000 ล้านบาทให้เอกชน โดยพบว่า ส่วนราชการกทม.หรือบริษัทกรุงเทพธนาคม (KT) จำกัด ได้ดำเนินการจัดซื้อขบวนรถหรือเช่ารถมาเอง แล้วปล่อยให้มีการเดินรถบนรางรถไฟฟ้า ทั้งๆ ที่รางรถไฟฟ้าถูกสร้างโดยเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ทั้งนี้มองว่า การกระทำของกทม.ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานร่วมทุน ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ ปี 2535 และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ ปี 2542 ดังนั้นตนมองว่าส่วนราชการกทม.ยังมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริงในสมุดปกขาว หน้า 82 และ 83 โดยกทม.และบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ได้อ้างคำวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ครบถ้วน แต่หยิบยกเฉพาะข้อความบางส่วนขึ้นมาเท่านั้น ทำให้ประชาชนอาจเข้าใจผิดได้ว่า การที่กทม. หรือบริษัทกรุงเทพธนาคม จะว่าจ้างบริษัทรถไฟฟ้า BTSC เดินรถไฟฟ้านั้น กทม.เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สุดท้ายเองทั้งหมดรวมทั้งค่าโดยสาร โดยเอกชนจะได้รับเพียงค่าจ้างเดินรถเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ร่วมรับผลกำไรหรือขาดทุน หรือได้รับผลตอบแทนอื่นนอกจากค่าจ้างจึงไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯแต่อย่างใด จึงถือเป็นการบิดเบือนข้อมูลต่อประชาชน
"ผมคาดหวังให้ดีเอสไอพิจารณาคดีนี้อย่างเที่ยงธรรม เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อเป็นตัวอย่างและเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีอื่นต่อไป"
ด้านนางศิวาพร ชื่นจิตต์อิสระ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้รับมอบหนังสือเเทนนายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการคดีพิเศษ โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งคาดว่าในครั้งนี้นายกรัฐมนตรี อาจจะมอบให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมแทน โดยจะมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวในวันที่ 10 ต.ค. และคาดว่าจะสามารถมีข้อสรุปออกมาในวันดังกล่าวด้วย
'สุขุมพันธุ์' ตรวจ BTS สถานีโพธินิมิตรคาดเดินรถ 5 ธ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางนินนาท ชลิตานนท์ รองปลัดกทม. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายสายสีลมช่วงตากสิน - เพชรเกษม ที่บริเวณสถานีโพธินิมิตร (S9)
โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวภายหลังว่า ปัจจุบันงานโครงสร้างและสถาปัตยกรรมสถานีโพธินิมิตร อยู่ที่ร้อยละ 75 ส่วนที่สถานีตลาดพลู (S10) โครงสร้างและสถาปัตยกรรมร้อยละ 71 ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนในฝั่งธนบุรี ทดลองฟรี ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. - พ.ค. 56 อย่างไรก็ตามหากเปิดให้บริการใน 2 สถานีดังกล่าวจะมีประชาชนเพิ่มขึ้นอีกหลักหมื่นต่อวันต่อเที่ยวคน เพราะการก่อสร้างในส่วนต่อขยายสถานีกรุงธนบุรี และสถานีวงเวียนใหญ่ มีประชาชนใช้บริการ 70,000 คนต่อเที่ยววัน สำหรับอัตราค่าโดยสารนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณา แต่จะกำหนดให้อัตราค่าโดยสารถูกลงอย่างแน่นอน ส่วนสถานีอีก 2 สถานีที่เหลือ คือ สถานีวุฒากาศ (S11) และสถานีบางหว้า (S12) จะก่อสร้างแล้วเสร็จและทันให้บริการในวันที่ 12 ส.ค. 56
นายธีระชน กล่าวว่า ขณะนี้ติดปัญหาที่สถานีบางหว้า เนื่องจากสถานีดังกล่าวเป็นจุดเดียวกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สายสีน้ำเงิน ซึ่งรฟม.ต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จก่อน กทม.จึงจะสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ เนื่องจากระบบไอซีอี เกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัย เพราะสถานีบางหว้าอยู่ด้านล่างของโครงสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตามกทม.จะประสานรฟม. เร่งรัดให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้เชื่อว่าก่อนหน้านี้มีเรื่องการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของรฟม. แต่เมื่อลงพื้นที่จริงพบว่าระดับปฏิบัติงานไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้นกทม.จะใช้วิธีประสานงานกับรฟม. อย่างต่อเนื่องต่อไป
ส่วนกรณีที่มีผู้พิการมาร้องให้มีการก่อสร้างลิฟท์ในทุกสถานีนั้น ในส่วนของสถานีใหม่ที่มีการก่อสร้าง กทม.ได้มีการออกแบบให้มีลิฟท์ สำหรับคนพิการอยู่แล้ว แต่สถานีอื่น ๆ อีก 54 ตัว จะเร่งดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2556 นอกจากนี้กทม. มีแนวคิดสร้างทางยกระดับ บริเวณถนนพระราม 3 ซึ่งกทม.มีรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) โดยจะทำระบบขนส่งรถรางโมโนเรล-ไลท์เรล บริเวณช่องนนทรี เพื่อคืนช่องทางจราจรให้กับประชาชนด้วย
นายอมร กิจเชวงกุล กรรมการผู้อำนวยการบริษัทกรุงเทพธนาคม (เคที) กล่าวว่า การเปิดให้บริการใน 2 สถานี ที่จะเริ่มในวันที่ 5 ธ.ค.นี้นั้น เคทีได้มีการจัดเตรียมขบวนรถ จำนวน 2 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ เพื่อรองรับประชาชนในการเดินทาง โดยจะรับจากสถานีวงเวียนใหญ่ มาอีก 2 สถานี
ทั้งนี้สาเหตุที่ประชาชนไม่สามารถเดินทางในขบวนรถเดิมได้ เพราะต้องเปลี่ยนขบวนรถ เนื่องจากในส่วนของ 2 สถานี สามารถใช้รางรถไฟได้เพียงรางเดียวเท่านั้น ส่วนอีกรางใช้สำหรับการก่อสร้างอีก 2 สถานีที่เหลือ ซึ่งประชาขนอ่จจะต้องเวลาในการเดินทางมากขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามหากก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด จึงจะสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ



