ข่าว

'บิ๊กอ๊อด'สั่งเฝ้าระวังเหตุป่วนใต้

'บิ๊กอ๊อด'สั่งเฝ้าระวังเหตุป่วนใต้

26 ก.ย. 2555

'ยุทธศักดิ์' จับตาเหตุป่วนใต้ 26-28 ก.ย.นี้ สั่ง กอ.รมน. - ศอ.บต.ประเมินยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ระบุพื้นที่สีแดงเหลือแค่ 15% ด้าน'ประยุทธ์'ชี้ ดับไฟใต้ไม่ง่ายไม่มีสูตรสำเร็จ

               26 ก.ย.55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการเลิกใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า อีก 2 เดือนเศษจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินหรือไม่ ทั้งนี้มีการมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ว่าอยู่ในสถานภาพที่เหมาะสมหรือไม่ โดยให้แยกประเด็นของสถานการณ์ว่าเกี่ยวกับความมั่นคง เป็นเรื่องส่วนตัวหรือเป็นคดีปกติ ไม่ใช่ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่อสู้และฆ่าฟันกันแล้วจะเป็นคดีความมั่นคงทั้งหมด พร้อมกับแยกพื้นที่ว่าพื้นที่ไหนที่เกิดเหตุขึ้นบ้าง และดูความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ด้วย หากยกเลิกแล้วประชาชนจะให้ความร่วมมือหรือไม่ ดังนั้นต้องดูหลายอย่าง

              “ก่อนครบกำหนดที่ พรก.ฉุกเฉินจะครบ 3 เดือน จะเรียกประชุมหน่วยงานเพื่อรับทราบและประเมินอีกครั้ง และจะนำเป็นข้อตัดสินว่าจะต่อหรือไม่ต่ออายุ โดยจะไม่ดูเฉพาะจุดแต่จะดูภาพรวม และในแต่ละจังหวัดมีพื้นที่ไหนบ้างที่มีสถานการณ์ที่ดีขึ้น ได้รับความร่วมมือจากประชาชนดีขึ้น และการเคลื่อนไหวของผู้ก่อความรุนแรงเป็นอย่างไรบ้างในแต่ละอำเภอ”รองนายกฯ กล่าว

             พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยังระบุถึงพื้นที่สีแดงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยว่า อย่างที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ระบุว่า ไม่เกิน 15% ทั้งนี้ไม่ได้เรียกว่าพื้นที่สีแดง เขาเรียกว่า พื้นที่ที่ยังมีการดำเนินการในการปฏิบัติการรุนแรง  โดยใน จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา ประมาณ 12% กว่าๆ ปัตตานี ก็มากหน่อยเกือบ 20% รวมแล้ว ทั้ง 3 จังหวัดก็ 15%  จากพื้นที่ทั้งหมด ทั้งนี้จำนวนแนวร่วมของแต่ละจังหวัดเรามีอยู่  แต่เราไม่ต้องพูดยอดหรอก

              ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการขอเข้ามอบตัวของกลุ่มผู้ก่อเหตุ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า กำลังมีการพูดคุยกันอยู่กับอีกกลุ่มที่จำนวนไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้วหรือใกล้เคียงกับ 90 คน โดยมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนกับกลุ่มที่แล้วก็ได้ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และมีบางกลุ่มที่คอยดูว่ากลุ่มที่มอบตัว 93 คน ได้รับการดูแล คุ้มครองอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ยังมีหลายหนทาง การพูดคุยไม่ได้เป็นหนทางเดียวของฝ่ายความมั่นคงของทหาร ก็จะมาจากหน่วยปฏิบัติในพื้นที่

             เมื่อถามว่า จะมีแกนนำอย่าง มะแซ อุเซ็ง สะแปอิง บาซอและระดับแกนนำใหญ่ที่จะเข้ามาเจรจา รองนายกฯ กล่าวว่า  “ก็กำลังดำเนินการกันอยู่กับหลายบุคคล อีกไม่นานก็จะได้เห็นรายชื่อทั้งระดับแกนนำและระดับผู้ร่วมปฏิบัติ แต่อย่าเพิ่งให้พูดเลยในรายละเอียดเพราะจะทำให้เสียหายต่อการดำเนินงานของผู้ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้"

            ทั้งนี้ เมื่อถามว่า ถ้ามีการเจรจาแล้วจะเกิดเหตุอย่างที่อำเภอสายบุรีหรือไม่  และจะมีคำเตือนภัยอะไรออกมาบ้างหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ก็เพิ่มความเข้มงวดอย่างมากในการปฏิบัติ เพราะจากสถิติที่เราจับกุมจากการปฏิบัติ วันที่ 28 กัก.ย.นี้ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ทุกปีจะมีการปฏิบัติในสามจังหวัดด โดยวันที่ 26 -28 ก.ย. เกิดทุกครั้ง ซึ่งได้คุยกับ ผบ.ทบ.แล้วว่า ต้องเพิ่มการระมัดระวังดูแลความมั่นคง  โดยจะดูทุกจุดไม่ใช่แค่จุดสำคัญไม่ใช่จุดสำคัญเท่านั้น โดยเฉพาะ จ.ยะลา  อาจจะเป็นเพราะ 1.ปลายเดือนนี้มีการผลัดเปลี่ยนกำลังทหารที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ 2.มีการโยกย้ายตัวผู้ว่าราชการจังหวัด  อย่างผู้ว่ายะลาก็จะเกษียณอายุราชการ และที่ต้องดูจังหวัดยะลาเป็นพิเศษเพราะจากสถิติเกิดที่ยะลามากกว่าจังหวัดอื่น ที่จะเกิดเหตุการณ์ทุกครั้ง แต่ปีนี้เราระวังมาก แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การพลั้งพลาดของการข่าว ไม่ใช่การพลั้งพลาดเรื่องนโยบาย แต่เป็นเรื่องช่องว่างของการปฏิบัติ ดังนั้นต้องลงไปพูดใน 2-3 วันนี้

 

“ประยุทธ์”ชี้ ดับไฟใต้ไม่ง่ายไม่มีสูตรสำเร็จ 

            พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นห่วงว่าช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้จะมีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ท่านคงห่วงในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา ส่วนผู้ปฏิบัติทำมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งเป็นข้อห่วงใยที่จะต้องนำมาปฏิบัติ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นซับซ้อนจึงจะต้องแก้ไขกันไป  การแก้ปัญหา ไม่เหมือนกับการตัดเสื้อตัวหนึ่งแล้วใส่ได้ทุกคน เพราะกฎหมายและวิธีการแก้ในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน บางพื้นที่ใช้ พรก.ฉุกเฉิน แต่บางพื้นที่ไม่ได้ใช้ จะเห็นว่ามีหลายมิติไม่มีสูตรใดสำเร็จ อย่าคิดอะไรตื้น ๆ ง่าย ๆ ถ้าคิดง่าย ๆ คงแก้ได้ทั้งโลก

            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ท่านทรงเสด็จต่อเนื่องอยู่แล้ว และท่านไม่ได้ทรงเกรงกลัวอะไร เป็นการแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ทั้งหมดไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ปลอดภัยทั้งหมด แต่เป็นเพียงบางพื้นที่มีประมาณ 10-15 % เท่านั้น เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วเราประโคมข่าวจะกลายเป็นว่าภาคใต้มีความรุนแรงทั้งหมด ซึ่งความจริงเป็นเพียงบางพื้นที่ที่มีการปลุกระดม และมีการทำผิดกฎหมาย

             “ประชาชนมี 2 ฝ่าย คือประชาชนที่มีเป็นฝ่ายเรา 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ก่อความรุนแรงก็มี 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการความสันติ อีกฝ่ายต้องการความรบอย่างเดียว ต้องการจะเอาชนะ โดยมีทั้งพวกยาเสพติด อิทธิพล เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือ พวกเลว ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องที่ไม่อยากให้จบ เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ ซึ่งเราจะต้องทำอย่างไรให้ทั้งสองอย่างไปด้วยกัน ใครจะมอบตัวก็มา ใครไม่มอบตัวก็รบกัน คนไหนไม่มอบตัวก็รบกันปะทะกัน โดยวิธีการทางทหาร หรือ ใช้ ป.วิอาญา มันจะแก้อะไรได้มากกว่านี้ ดังนั้นอย่ามาเสนอว่าไม่ทำอย่างนั้นไม่อย่างนี้ ถามว่าคนเสนอเคยทำหรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว