
ฝนหนัก!ภูเก็ตจมน้ำท่วมขังหลายจุด
ภูเก็ตวุ่นฝนตกหนักน้ำท่วมขังหลายจุด ขณะที่หลายจังหวัดเจอน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ปิดเส้นทาง ด้านนร.พิจิตร ต้องพายเรือไปเรียน ส่วนที่กรุงเก่าซ้อมแผนฉุกเฉินรับน้ำท่วมรอบนิคมฯ สหรัตนนคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 55 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีฝนตกหนักมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจรทำให้การสัญจรไปมาค่อนข้างติดขัดและลำบาก นอกจากนี้ในบางเส้นทางรถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ โดยเฉพาะจุดที่เป็นปัญหาซ้ำซากในเขตเทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ บริเวณถนนผังเมืองสาย ก สี่แยกโรงพยาบาลป่าตอง ซึ่งระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร - 1เมตร ทำให้เจ้าหน้าเทศบาลเมืองป่าตองได้นำรถมาปิดบริเวณต้นทาง เพื่อห้ามรถใช้เส้นทางดังกล่าว รวมทั้งนำกำลังอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนมาคอยอำนวยความสะดวกในจุดต่างๆ นอกจากนั้นยังมีน้ำท่วมขังอีกหลายจุด เช่น บริเวณสี่แยกโลมา ระดับน้ำประมาณ 30 เซนติเมตร บางช่วงของถนนทวีวงศ์ และถนนไสน้ำเย็น มีระดับน้ำประมาณ 20-30 เซนติเมตร
ขณะที่ในเขตเทศบาลนครภูเก็ตก็พบว่ามีน้ำท่วมขังในหลายจุด เช่น บริเวณสี่แยกถนนศรีสุทัศน์-อำเภอ บริเวณถนนสุรินทร์ หน้าบริษัทเอสยูภูเก็ต จำกัด ถนนสายนาคา-สวนหลวง ร.9 ถนนเยาวราช บริเวณสี่แยกโลตัส เป็นต้น ทั้งลักษณะการท่วมจะเป็นการระบายไม่ทัน เนื่องจากคูระบายน้ำค่อนข้างเล็ก และในบางจุดเป็นที่ราบลุ่มทำให้น้ำจากที่สูงไหลมารวมกันและระบายไม่ทัน
อย่างไรก็ตามศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้ออกประกาศฉบับที่ 2 (39/2555) เรื่อง ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง ลงวันที่ 26 กันยายน 2555 ว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออกของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูลระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก อันอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในบริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ฝาง อพยพหนีน้ำป่าจากดอยผ้าห่มปกกลางดึก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ดอยผ้าห่มปก ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดน้ำป่าพัดโคลนจำนวนมากลงสู่ลำน้ำแม่ใจ ทำให้เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งน้ำร้อนต้องประกาศให้ประชาชนที่อาศัยอยู่จุดเสี่ยงริมทางน้ำกว่า 200 คน อพยพไปรวมกันที่วัดเปียงกอกและโรงเรียนโป่งน้ำร้อนเพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามน้ำป่าที่เชี่ยวกรากได้พัดเอาโคลนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบ้านใหม่ไชยราม หมู่ 19 ต.เวียง อ.ฝาง ขณะที่ท่อนไม้ขนาดใหญ่หลายท่อนที่ไหลมาจากอุทยาน แห่งชาติผ้าห่มปกยังไปติดคอสะพานกีดขวางทางน้ำทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายศักดิ์ชาย วงศ์กนิษฐ์ นายอำเภอฝาง ได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ เข้าช่วยเหลือประชาชนในการลำเลียงเด็กและผู้สูงอายุออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและช่วยขนย้ายทรัพย์สินมีค่าหนีน้ำ ซึ่งต่อมาระดับน้ำได้เริ่มลดลงและเข้าสู่ภาวะปกติในเช้าวันที่ 26 ก.ย. สำรวจเบื้องต้นไม่พบความเสียหายกับบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างสาธารณะ มีเพียงโคลนจำนวนมากที่ทิ้งไว้หลังน้ำลดซึ่งเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เข้าไปช่วยกันทำความสะอาดแล้ว
นายอำเภอฝาง กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สำหรับพื้นที่อำเภอฝางมีหลายจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เกิดเหตุขึ้นที่บ่านเปียงกอก ต.โป่งน้ำร้อน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ในปีนี้อำเภอฝางได้รับงบประมาณจากรัฐบาลในการขุดลอก เปิดทางระบายน้ำหลายจุด ทำให้ลดความรุนแรงของน้ำป่าเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มาก
ด้าน ว่าที่ ร.ต.สมัย คำชมภู นายอำเภอดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ทำให้ระดับน้ำในลำห้วยแม่ลายที่ไหล ผ่านบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เพิ่มระดับและความรุนแรงของกระแสน้ำจนพัดสะพานข้ามระหว่างที่ทำการอุทยานไปยังบ้านพักของอุทยานขาดเสียหาย แต่ไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวบาด เจ็บหรือเสียชีวิต หลังเกิดเหตุอุทยานแห่งชาติแม่ตระไคร้กำลังเร่งซ่อมแซมความเสียหาย เพื่อรองรับการเดินทางมาของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่ใกล้จะมาถึง
พิษณุโลก ฝนตกหนักดินสไลด์ทับเส้นทางนครไทย-ด่านซ้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีดินสไลด์ลงจาก เขาบ่อโพธิ์ ม.1 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย ลงมาปิดทับเส้นทางถนนสายนครไทย-ด่านซ้าย ยาวประมาณ 100 เมตร จนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจบ่อโพธิ์ ต้องระดมกำลังกันมาช่วยอำนวยความสะดวก และติดตั้งป้ายแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ด้านเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ อบต.บ่อโพธิ์ ได้นำรถเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้ามาทำการเกรดดินที่ปิดทับเส้นทางอยู่ออกนอกพื้นผิวการจราจร อย่างยากลำบาก เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีดินไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กันอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา และสามารถเปิดเส้นทางได้ โดยต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลให้รถที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ติดขัดยาวกว่า 3 กิโลเมตร
ด้านนายบุญเรือง โสคำภี กำนันตำบลบ่อโพธิ์ กล่าวว่า พื้นที่เขาบ่อโพธิ์ อ.นครไทย จุดนี้เป็นจุดที่เกิดเหตุดินโคลนสไลด์ลงมาเป็นประจำ เนื่องจากสภาพดินเป็นดินทรายที่เสื่อมสภาพ จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาแก้ไขอย่างจิงจัง เพราะช่วงฤดูฝนของทุกปีจะเกิดเหตุลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ จนชาวบ้านต่างวิตกกังวลกลัวจะเกิดดินสไลด์ลงมาและส่งผลให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะถนนสายนี้เป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดพิษณุโลกไปยังจังหวัดเลย และยังเป็นเส้นทางที่มีนักท่องเที่ยวใช้เดินทางไปยัง อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูเรือ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติภูเรือ จึงอยากวอนให้ทางภาครัฐเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ปภ.ระนอง เตือน 84 หมู่บ้านเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากการที่ จ.ระนองได้เกิดรับผลกระทบจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมภาคกลาง ส่งผลให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ลักษณะอากาศเช่นนี้ส่งผลให้ จ.ระนองเกิดฝนตกหนักในช่วงตั้งแต่วันที่ 25-29 ก.ย. นี้ และล่าสุดจากที่ จ.ระนอง เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา จนพบว่าระดับน้ำในลำคลองสายสำคัญเพิ่มระดับสูงขึ้น และเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้
ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง จึงได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะ 84 หมู่บ้านเสี่ยงภัยในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในช่วงระหว่างวันที่ 25 ก.ย. - 29 ก.ย. นี้ และเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงในทะเล อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย และเร่งประสานขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศโดยใกล้ชิดและให้แจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ และพร้อมเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทันที
ผอ.อุตุฯสงขลา เตือนใต้ฝนหนัก
นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา เปิดเผยว่า สภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ มีฝนตกหนักครอบคลุมหลายพื้นที่ในแทบทุกจังหวัดของภาคใต้ ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย เป็นสาเหตุทำให้ ร่องความกดอากาศต่ำกำลังปานกลางพาดผ่าน ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง
นายวันชัย กล่าวต่อว่า ในช่วงนี้ฝนจะตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งอันดามัน ซึ่งหลายจุดสุ่มเสี่ยงกับปัญหาน้ำท่วมขัง และพื้นที่เชิงเขาต้องระมัดระวังปัญหาดินเลื่อนไหล หรือดินสไลด์ ส่วนฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนหนักมากในพื้นที่ตอนบนโดยเฉพาะจังหวัดชุมพร จะได้รับอิทธิพลฝนที่เคลื่อนตัวมาจาก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ส่วนจังหวัดอื่นๆ ของฝั่งตะวันออกของภาคใต้จะมีฝนตกหนักกระจายทั่วพื้นที่
ทั้งนี้พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งอันดามันจะยังมีฝนตกถึงหนักมากต่อเนื่องไปจนถึงตนเดือนตุลาคม ส่วนพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยจะยังมีฝนตกต่อเนื่องเช่นกันไปจนถึงปลายเดือนกันยายน นี้ และที่สำคัญคลื่นในทะเลชายฝั่งตะวันออกระยะนี้จะมีกำลังแรงและมีระดับความสูงประมาณ 2-3 เมตร จึงขอให้ชาวเรือประมงขนาดเล็ก และเรือประมงชายฝั่งเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงวันที่ 26-30 ก.ย.55 นี้
นร.พิจิตรต้องพายเรือไปเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์แม่น้ำยมที่ท่วมขังในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ที่ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง นักเรียนต้องลุยน้ำที่ท่วมขังบริเวณถนนที่น้ำท่วมขังเพื่อเข้าออกบ้าน ส่วนพื้นที่น้ำท่วมสูง ผู้ปกครองต้องนำเรือออกมาคอยรับบุตรหลาน ที่กลับจากโรงเรียน เพื่อพายเรือ กลับบ้านที่น้ำท่วมสูงระดับท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ผู้ปกครองจึงต้องพายเรือมารับบุตร หลานเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากต้องใช้เส้นทางพายเรือข้ามแม่น้ำยมที่มีกระแสน้ำไหลแรง
สำหรับแม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดพิจิตร ขณะนี้ส่งผลกระทบท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอ ตลอดระยะทาง 127 กิโลเมตรที่แม่น้ำยมไหลผ่านจังหวัดพิจิตรและยังบ่าเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว ซึ่งเก็บเกี่ยวแล้วในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อำเภอวชิรบารมี สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง และโพทะเล ระดับน้ำแม่น้ำยมยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงานชลประทานจังหวัดพิจิตร ร่วมกับสำนักงานชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ยังคงเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำยมลงแม่น้ำน่านเพื่อลดระดับน้ำของแม่น้ำยมที่ยังคงเพิ่มขึ้นเนื่องจากน้ำเหนือที่ไหลมาสมทบกับน้ำสะสมในพื้นที่
ในส่วนชาวบ้านบ้านย่านยาว ตำบลวังจิก อำโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ช่วยกันใช้รถเข็นนำเรือเหล็กซึ่งต่อขึ้นเองความยาวกว่า 4 เมตร เพื่อนำลงน้ำเพื่อใช้ในการสัญจร เข้าออกในหมู่บ้านและเป็นพาหนะในการหาปลาในช่วงที่น้ำท่วม หลังจากน้ำแม่น้ำยมเอ่อเข้าท่วมขังพื้นที่ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และพื้นที่ริมแม่น้ำยม รวมไปถึงพื้นที่ทุ่งนาที่เก็บเกี่ยวแล้ว โดยน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่แล้วกว่า 1 สัปดาห์ และคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 1 ถึง 2 เดือนสถานการณ์จงจะเข้าสู่ภาวะปกติ ชาวบ้านจึงต้องเพิ่มปริมาณเรือเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งานเนื่องจากขณะนี้ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรแทนรถ
ด้านนายสุวิทย์ วัชโรทยางกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือขณะนี้ได้มีการแจกจ่ายถุงยังชีพจากองค์กรต่างๆไปแล้วจำนวน 2,850 ชุด ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรอนุมัติจัดสรรวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยจัดสรรเงินทดรองราชการ ช่วยเหลืออำเภอที่ประสบภัย ตามระเบียบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน , อำเภอ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ด่าเนินการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยในเบื้องต้น ,ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 8 กำแพงเพชร นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร จำนวน 2 ลำ, และ กำลังพล ยุทโธปกรณ์จากจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ และตชด.31 ลงพื้นที่ช่วยเหลือ ประชาชนในการขนย้ายข้าวของ และเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
ซ้อมแผนฉุกเฉินรับน้ำท่วมรอบนิคมฯ สหรัตนนคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ต.บางพระครู อ.นครหลวง มีการซ้อมแผนปฏิบัติการการตอบโต้ ภาวะฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย โดยมีนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นประธาน มีหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่นิคมสหรัตนนคร ผู้ประกอบการโรงงาน และชาวชุมชนที่อาศัยอยู่รอบนิคม ร่วมในการซ้อมแผน นายวีรพงศ์ กล่าวว่า การซ้อมแผน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจจะมีปริมาณมากในช่วงฤดูฝนนี้
โดยจำลองเหตุการรณ์ระดับน้ำบริเวณแนวถนนด้านหน้านิคม เป็นเกณฑ์ 3 ระดับ คือ 1. สีฟ้า ระดับน้ำต่ำกว่าถนนประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นภาวะปกติ 2. สีเหลืองระดับน้ำต่ำกว่าถนน ระหว่าง 0.5 ถึง 1 เมตร อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมรับมือ 3. สีส้มระดับน้ำที่ต่ำกว่าถนนไม่เกิน 0.5 เมตร อยู่ในสภาวะเสี่ยงต้อการถูกน้ำท่วม หากระดับน้ำต่ำกว่าถนนหน้านิคมไม่เกิน 0.5 เมตร กนอ.จะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้ทำการขนย้ายวัตถุดิบเครื่องจักร ตลอดจนอพยพแรงงานชุมชนที่อยู่รอบนิคมไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทาง กนอ.ได้เตรียมไว้ มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชม. ซึ่งการซ้อมแผนวันนี้ได้รับความร่วมมือจากส่วนงานต่างๆ เป็นไปอย่างดี สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ภายในโรงงาน แม้ว่าการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมมีความคืบหน้าไปร้อยละ 35 โดยมั่นใจว่าจะสามารถสร้างเสร็จทันภายในเดือนตุลาคมนี้เพราะมีกำลังทหารจากองทัพบกเป็นผู้รับผิดชอบ การดำเนินการเป็นไปตามแผนทุกอย่าง
นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าขณะนี้โรงงานในนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่ง และสถานประกอบการอีก 2 แห่ง มีโรงงานทั้งสิ้น 2,200 โรงงาน เปิดดำเนินการไปแล้ว 2 พันกว่าโรง เหลือเพียง 80-90 โรงยังไม่เปิดดำเนินการ นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่ง นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ได้ทำเขื่อนป้องกันน้ำท่วม เสร็จสิ้น ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนสหรัตนนครดำเนินการได้ร้อยละ 35 ส่วนสถานประกอบการอีก 2 แห่ง ทำเสร็จไปแล้ว มั่นใจว่าปีนี้จะสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ถึงขนาดนี้ยังไม่มีโรงงานย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ
ขณะที่ นายปราโมทย์ พัฒนมงคล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท katolec (Thailand) เปิดเผยว่า ทางผู้ประกอบการ ได้มีการพุดคุยกันถึงเรื่องความพร้อมในการเตรียมรับสภาวะน้ำท่วมโดยยื่นเรื่องราวไปยัง นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ขอความมั่นใจเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนกันน้ำชั่วคราวต้องให้เสร็จโดยเร็ว เขื่อนถาวรต้องมีแผนชัดเจน ในการดำเนินการระบบสาธารณูประโภค ต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้ง 3 เรื่องนี้หากมีความชัดเจนเชื่อว่าผู้ประกอบการจะไม่ย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น ซึ่งปีนี้จากการติดตามข่าวดูแลแล้วสภาพน้ำคงไม่สูงมาก แต่ทางผู้ประกอบการได้มีการเตรียมการกันบางแล้ว มีการเตรียมกระสอบทรายไว้ป้องกัน หากน้ำมาจะมีการเตรียมย้ายเครื่องจักรไปอยู่ที่สูง ถ้าปริมาณน้ำยังสูงขึ้นคงต้องมีการย้าย เครื่องจักรไปอยู่ที่อื่น เห็นทุกส่วนร่วมมือกัน ทำให้เกิดความมั่นใจได้ระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์



