
'มาร์ค'จี้'ปู'จัดการปลด'ยงยุทธ'
'มาร์ค' จี้ 'ปู' จัดการปลด 'ยงยุทธ' ระบุหมดความชอบธรรม โต้ 'แม้ว' รธน.แค่ติด 'เครื่องกันขโมย' งง 'รมว.กห.' บอกเหลืองแดงปะทะกันเป็นเรื่องเล็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กรณีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ว่า นายยงยุทธ ขาดคุณสมบัติไม่มีความชอบธรรมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตรงไหนทั้งสิ้นไม่ว่าจะนั่งหัวโต๊ะ ครม. ตรวจน้ำท่วม หรือจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรองนายกฯ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องเร่งแก้ปัญหานี้ ตนกับนายยงยุทธ โดยส่วนตัวไม่มีอะไรกันเลย ส่วนตัวก็เป็นคนน่ารัก แต่ว่าวันนี้บรรทัดฐานทางการเมืองมันต้องมี และควรจะทำตัวให้เป็นตัวอย่าง เมื่อมีกรณีเช่นนี้ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองมันเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามวันนี้ตนไม่แน่ใจตกลงคนเป็นคนเซ็นคำสั่งไล่ หรือปลดคนายยงยุทธออกจากราชการ
"น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ต้องมีความรับผิดชอบ เพราะหากครม.มีบุคคลที่ขาดคุณสมบัติหรือขาดความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่ง แล้วก็ถ้าเจ้าตัวเขาไม่ทำอะไร คนเดียวที่จะมีอำนาจในการที่จะขยับทำตรงนี้ก็คือนายกรัฐมนตรี ความรับผิดชอบก็อยู่ที่นายกฯ อยู่แล้ว"
โต้ 'แม้ว' รธน.แค่ติด 'เครื่องกันขโมย'
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าสำนักงานตำรวจกองปราบวานนี้ว่ามีหลายแง่มุม และเหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมตำหนิ รมต.กลาโหมว่า ไม่ควรมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะลุกลามบานปลายได้
"มีหลายแง่มุมนะครับ แต่สิ่งแรกที่ผมคิดว่าทุกคนต้องช่วยกันก็คือว่า เหตุการณ์อย่างนี้ไม่ควรเกิดขึ้น แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรามีความตั้งใจกันว่าเราจะสร้างสังคมที่จะลดความขัดแย้งให้เกิดความปรองดองแล้ว การใช้กำลังในลักษณะที่เป็นความรุนแรงอย่างนี้ ไม่ควรจะเป็นที่ยอมรับ แล้วก็ที่ได้ชี้ให้เห็นก็คือว่าสถานที่ที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมการบริหารจัดการ ทราบอยู่แล้วนะครับ จริง ๆ ไม่ต้องมีการข่าวอะไรลึกลับ แต่ว่าทราบอยู่แล้วจากเบาะแสต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ว่าจะมีกลุ่มคน 2 กลุ่ม ซึ่งเห็นไม่ตรงกัน จะไปชุมนุม จะเป็นการไปให้กำลังใจ หรือจะเป็นการไปทำอะไรก็แล้วแต่ ทางเจ้าหน้าที่น่าจะต้องมีแผนในการที่แยกคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกัน ไม่ให้เกิดการปะทะกัน ดังนั้นก็ต้องตั้งข้อหาได้หมดเหมือนกัน"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า รัฐบาลจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่จะแก้เพียงรายมาตราว่า ก็ยังสับสนอยู่ เพราะว่าในวันเดียวกันหรือใกล้เคียงกันนั้น ทางคณะกรรมการที่รัฐบาลได้ตั้งขึ้นให้มาดูแลเรื่องนี้ มีแนวโน้มที่จะสรุปว่าให้เดินหน้าในการลงมติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
"ทางฝ่ายรัฐบาล หรือคุณทักษิณนั้นส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่นะครับ ว่าพูดอะไรแล้วต้องเป็นไปตามนั้น มันสะดวกที่จะเปลี่ยนแปลง ก็สะดวกที่จะเปลี่ยนแปลง"
เมื่อถามว่า แต่ประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่าจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นประเด็นที่พยายามจะบอกมีระเบิดอยู่ในบ้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่พอใจขณะนี้ก็คือว่า มีเครื่องกันขโมยอยู่ ไม่ใช่ระเบิด เพราะฉะนั้นถ้าดูแลบ้านดีๆ ก็ไม่มีปัญหาแต่ว่าถ้าคิดจะไปขโมยของจากบ้าน สัญญาณก็ดังขึ้น สัญญาณดังขึ้นแล้วก็อาจจะถูกจับ ถูกดำเนินคดีอะไรไป ก็เลยมาบอกว่าเราจะทำอะไรไม่ได้ ตนว่าต้องเปรียบเทียบให้ถูกต้องอย่างนี้
เมื่อถามว่าในอดีต พ.ต.ท.ทักษิณ เคยมีเสียงข้างมาก เคยมีอำนาจในอดีตมาแล้ว หากวันนี้ยังอยากได้อำนาจแบบนั้นอีก แล้วสังคมไทยจากนี้ไปจะตกอยู่ในชะตากรรมแบบไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คือบทเรียน ตนก็ดูแล้วเหมือนกับพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่ได้เรียนรู้ แต่ว่าบทเรียนไม่ใช่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หรือรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ล่มสลาย
"บทเรียนคือประเทศได้รับความเสียหายมหาศาลมาแล้วจนถึงวันนี้ แม้กระทั่งเรื่องที่เราคุยกันเมื่อกี้ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากตรงนั้นนั่นแหละ เพราะฉะนั้นก็น่าเป็นห่วงว่า ถ้ายังไม่เรียนรู้ และยังมีความพยายามปลุกระดมให้เกิดความเข้าใจว่า ประชาธิปไตยแปลว่าอำนาจที่ใช้ได้โดยไร้ขอบเขตเพียงเพราะมีกระบวนการการเลือกตั้งนั้น ผมว่าจะเป็นปัญหาครับ ไปดูประวัติศาสตร์ของโลก ประวัติศาสตร์ของประเทศอื่นสิครับ ไม่มีใครเขาถือหลักประชาธิปไตยแบบนั้นหรอกครับ"
งง 'รมว.กห.' บอกเหลืองแดงปะทะกันเป็นเรื่องเล็ก
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเหตุปะทะระหว่างคนเสื้อแดง และเสื้อเหลืองที่หน้า กองปราบปรามวานนี้ว่า เหตุการณ์อย่างนี้ไม่ควรเกิดขึ้น การใช้กำลังในลักษณะที่เป็นความรุนแรงอย่างนี้ ไม่ควรจะเป็นที่ยอมรับ และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม่จึงมีเหตุเกิดขึ้น เพราะน่าทราบอยู่แล้วจากเบาะแสต่างๆ ก่อนหน้านี้ว่าจะมีกลุ่มคน 2 กลุ่ม ซึ่งเห็นไม่ตรงกันจะไปชุมนุม เจ้าหน้าที่น่าจะต้องมีแผนในการที่แยกคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกัน แต่กลับปล่อยให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ตนแปลกใจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยได้อย่างไร



