
'มท.1'มอบ'เด็จพี่'ยื่นสอบความเป็นสส.
'มท.1' มอบ 'พร้อมพงศ์' ยื่นสอบความเป็น สส. แสดงสปิริตการทำหน้าที่ ยัน'เทพพนม'ร้องกกต.ปลด'ยงยุทธ'ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค ด้าน'เฉลิม'หนุน 'ยงยุทธ' ทำหน้าที่ต่อ อัด'แดงสุรินทร์' ทำให้พรรคยุ่ง แนะควรมาคุยกันในพรรคก่อน ขณะที่'ปชป.'เตรียมยื่นศาลรธน. วิน
เมื่อเวลา 09.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติความเป็น สส. ของนายยงยุทธ หลังจากที่คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อกพ.) กระทรวงมหาดไทย มีมติสั่งลงโทษไล่นายยงยุทธ ออกจากราชการ กรณีทุจริตที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้ เพื่อให้ฝ่ายค้าน และประชาชน คลายความสงสัย ในการทำหน้าที่ของนายยงยุทธ รวมถึงการแสดงสปิริตในการดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ได้แนบเอกสารของที่ประชุม อกพ. ความเห็นของกฤษฎีกา และ พรบ.ล้างมลทิน ปี 2550 ให้กกต. พิจารณาด้วย ยืนยันว่านายยงยุทธ ไม่ถอดใจลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดเสียหาย ไม่เหมือนในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่สั่งสลายการชุมนุมช่วงเดือน เม.ย.- พ.ค. 53 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 98 ศพ พร้อมตั้งคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ จึงขอเรียกร้องฝ่ายค้านยุติการกดดัน เพราะเห็นว่าเป็นแค่เกมการเมือง หลังจากนี้ขอให้รอการวินิจฉัยของ กกต. ก่อนที่จะชี้ขาดคุณสมบัติความเป็น สส. ของนายยงยุทธ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายยงยุทธ ควรยุตติบทบาททางการเมืองเพื่อความสง่างามหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าไม่จำเป็น และยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป เพราะกฤษฎีกาได้ให้แนวทางปฏิบัติไว้แล้ว เชื่อว่าไม่ว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ต้องฟังกฤษฎีกา เพราะหากฟังข้อเรียกร้องจากฝ่ายค้าน รัฐบาลก็ไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างราบรื่น ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง นายยงยุทธ มีความสง่างามอยู่แล้ว เพราะไม่มีนักการเมืองคนไหนมาตรวจสอบตัวเอง เหมือนอย่างนายยงยุทธ
"ขอเรียกร้องให้ฝ่ายค้าน เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ มากกว่าการให้ร้าย หรือลดความเชื่อถือของรัฐบาลและนายยงยุทธ เพราะถือว่าไม่มีประโยชน์ต่อประเทศ และนายอภิสิทธิ์ ควรนำเวลาวิจารณ์รัฐบาล ไปดูแลปัญหาน้ำท่วมใน กทม. ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. จะดีกว่า" นายพร้อมพงศ์ กล่าว
ยัน"เทพพนม"ร้องกกต.ปลด"ยงยุทธ"ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค
นายพร้อมพงศ์ กล่าวกรณีที่ นายเทพพนม นามลี ประธานคณะกรรมการ นปช.แดงสุรินทร์ มายื่นขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสมาชิกภาพ สส. ว่า เราก็น่าจะรู้ว่า นายเทพพนม เป็นคนของใคร และจากที่ตนตรวจสอบกับกลุ่มคนเสื้อแดงสุรินทร์ ก็ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับการยื่นเรื่องของ นายเทพพนม เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของ นายเทพพนม เท่านั้น เรื่องนี้ทางพรรคเพื่อไทยไม่ห่วงว่าจะถูกยุบ เป็นเพียงข้ออ้างของ นายเทพพนม ที่ยื่นเรื่องดังกล่าวเท่านั้น เพราะวันนี้ นายยงยุทธ ก็ได้แสดงสปิริตยื่นเรื่องให้ตรวจสอบตัวเองแล้ว เชื่อว่า กกต.คงให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ควรหยุดเล่นประเด็นการเมืองในเรื่องนี้ ส่วนฝ่ายค้านจะยื่นกระทู้ถามสดในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ก็พร้อมที่จะตอบ
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่มีการปะทะกันหน้ากองปราบเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า มองว่าเป็นเรื่องปกติที่อาจจะมีความเข้าใจผิดกัน จนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน แต่ทำให้คนไทยทั้งประเทศไม่สบายใจ ทางพรรคเพื่อไทยก็ได้ให้ สส.ไปทำความเข้าใจกับกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งนี้หากมีการละเมิดก็ขอให้ดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้เข้าทางฝ่ายตรงข้าม และเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงครั้งใหม่เกิดขึ้น จนทำให้รู้สึกว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
“เฉลิม” หนุน “ยงยุทธ” ทำหน้าที่ต่อ อัด“แดงสุรินทร์” ทำให้พรรคยุ่ง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดสุรินทร์ไปยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า "ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่บริสุทธิ์ใจ หากเขาเป็นสมาชิกพรรคจริงก็ควรเข้ามาหารือกันที่พรรค มาคุยกันให้ได้ข้อยุติ ที่ผ่านมา นายยงยุทธ ต้องถือว่าเป็นผู้ใหญ่ เป็นหัวหน้าพรรคที่ต้องระกำลำบากมามาก เมื่อพรรคมีปัญหาก็ยังอยู่ช่วยเหลือตลอด อีกทั้ง กฤษฎีกาก็ได้บอกชัดเจนว่า สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ตนก็เห็นว่า นายยงยุทธ ยังมีคุณสมบัติพร้อมและสนับสนุนให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีต่อไป ส่วนที่ท่านไปยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองนั้น ตนเห็นว่าเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อที่จะหาข้อยุติให้รอบด้านที่สุด"
เมื่อถามว่า การที่คนเสื้อแดงสุรินทร์ไปยื่นเรื่องนั้นเพราะมีความต้องการให้มีการปรับครม.หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่อยากลงลึกไปถึงขนาดนั้น แต่การกระทำนี้ตนไม่เห็นด้วย ควรมาคุยกันในพรรค หรือทำเรื่องผ่าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ในฐานะที่เป็นแกนนำ นปช.คนหนึ่งก็ได้ หรือว่าต้องการแค่ให้เป็นข่าวเท่านั้น และที่สำคัญการปรับครม.ก็เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ในเมื่อนายกฯว่ายังไม่ปรับ เราก็ต้องฟัง
เมื่อถามว่า ตอนนี้ที่มีการขย่ม นายยงยุทธ เป็นอย่างมากเพราะมีคนต้องการตำแหน่งเยอะหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ขย่มอย่างไรก็ไม่ทรุด เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นคนหลักการแน่น เรื่องของเรื่องคือคนในพรรคทำให้เรื่องยุ่งเอง หากจะแสดงความบริสุทธิ์ใจต้องก็มาคุยกันในพรรค"
ปชป.เตรียมยื่นศาลรธน. วินิจฉัยคุณสมบัติ”ยงยุทธ”
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมว.ต่างประเทศเงา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยที่ภายหลังการประชุมครม.เงา พรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงเรื่องคุณสมบัติตำแหน่งของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลความผิด และถูกคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (อกพ.)กระทรวงมหาดไทย ไล่ออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ในกรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีมติจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้วินิจฉัยตำแหน่งของนายยงยุทธ และจะถามกระทู้สดกระทรวงมหาดไทย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 27 ก.ย.นี้
นายองอาจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพิจารณาเรื่องที่วิปฝ่ายค้านจะยื่นกระทู้สดถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องที่ ปปช.ชี้มูลความผิดร้ายแรง นายยงยุทธ โดยมีความเห็นว่า เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศจะกลับมาวันที่29ก.ย.นี้ จึงเห็นว่าการยื่นกระทู้สดโดยที่นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ อาจไม่เกิดประโยชน์ในการตรวจสอบการทำงานจึงจะยื่นกระทู้สดเรื่องนี้เพื่อถามนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า
" ยืนยันการดำเนินการตรวจสอบของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เกมการเมืองเพื่อหวังทำลายนายยงยุทธ แต่เป็นการสร้างบรรทัดฐานในการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ประโยชน์ใดๆไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ในตำแหน่ง และการดำเนินการเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีความโกรธแค้นกับนายยงยุทธหรือคนที่เกี่ยวข้องแต่ทำตามหลักฐานที่พบ"นายองอาจ กล่าว
นายองอาจ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนสาเหตุที่พรรคเพื่อไทยและกระทรวงมหาดไทย พยายามออกมาปกป้อง นายยงยุทธ เพราะคดีที่ดินอัลไพน์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนในกระทรวงมหาดไทยและนักการเมืองหลายคนในรัฐบาลชุดนี้นั้น เดิมที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นที่ดินของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ที่ทำพินัยกรรมบริจาคให้วัด อัยยิการาม จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในปี 2512 ต่อมาได้มีการขายที่วัดให้กับบริษัทอัลไพน์ เรียลเอสเตส จำกัด จดทะเบียนวันที่ 19 ม.ค.2533 โดยบริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตทมีคนมีบทบาทอย่างสำคัญในรัฐบาล บางคนอยู่ในบ้านเลขที่ 111 หนึ่งในนั้น คือ พี่ชายรมช.มหาดไทยในปัจจุบัน และบริษัท อัลไพน์กอล์ฟ แอนด์สปอร์ตคลับ ที่เป็นของอดีตนายกรัฐมนตรีที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อแม่บ้าน คนขับรถ และรปภ. ซึ่งต่อมาในวันที่ 17 ส.ค. 2544 เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็นภรรยาอดีตนายกฯและลูก ๆ ทำให้ในปี 2545 มีความพยายามให้ที่ธรณีสงฆ์สามารถให้เอกชนเข้ามาซื้อขายได้
"ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่กระทรวงมหาดไทยและคนในพรรคเพื่อไทยจะพยายามเลี่ยงบาลีและมาช่วยอุ้มนายยงยุทธ"นายองอาจ กล่าว



