
'พายัพ'เผยแดงปะทะเหลืองจะถี่ขึ้น
“พายัพ” เผย “แดงปะทะเหลือง” จะถี่ขึ้น ชี้มีคนจ้องสร้างสถานการณ์ "ธิดา" อ้างเรื่องเข้าใจผิดไม่บานปลาย เผยปม "ยงยุทธ" ไม่เข้าพ.ร.บ.ล้างมลทิน ขณะที่ "แดงสุรินทร์" ยื่นกกต.สอบ "ยงยุทธ"
จากเกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองหน้ากองบังคับการกองปราบปรามเมื่อ เวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 25 กันยายน เนื่องจากอดีตครูสาวโรงเรียนนานาชาติ อายุ 31 ปี ถูกนางดารุณี กฤตบุญญาลัย ไฮโซนักธุรกิจชื่อดังและแนวร่วมเสื้อแดง แจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท กรณีต่อว่าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งระหว่างรับประทานอาหาร และมอบหมายให้ทนายความไปรับทราบข้อกล่าวหานั้น
นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวว่า เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีสถานการณ์เกิดขึ้นเรียกว่า ถี่ขึ้น เนื่องจากคดีความต่างๆ ของคนที่สั่งฆ่าประชาชนกำลังเข้าสู่กระบวนการมากขึ้น จึงต้องมีการสร้างสถานการณ์ให้รุนแรงมากขึ้นเพื่อให้เข้าทางของฝ่ายตนเองที่จ้องใช้อำนาจนอกระบบ
"ธิดา"ปัดแดงต้นเหตุ-อ้างเรื่องเข้าใจผิด
นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การเริ่มต้นของฝ่ายเสื้อแดง สาเหตุเนื่องจากมีผู้หญิงคนหนึ่งไปต่อว่านางดารุณี กฤตบุญญาลัย ว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด ผู้หญิงคนนั้นเข้าใจว่าเป็น น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด ที่ขณะนี้เขาก็ติดคุกอยู่ในคดีหมิ่นฯ จะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเสื้อแดงเลย ทั้งหมดเป็นการเริ่มจากความเข้าใจผิด และนำไปสู่การใช้ความรุนแรง
เผยปม"ยงยุทธ"ไม่เข้าพ.ร.บ.ล้างมลทิน
แหล่งข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า กรณีที่คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งโทษไล่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ออกจากราชการตามฐานความผิดที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลว่ากระทำความผิดวินัยร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการกรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์นั้น ถือว่ากรณีนายยงยุทธ ไม่สามารถนำ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. 2526 มาบังคับใช้ได้ เนื่องจากตามหลักกฎหมายเมื่อมี พ.ร.บ.ฉบับใหม่ขึ้นมานั้น พ.ร.บ.ฉบับเก่าก็ถือเป็นที่สิ้นสุดไปโดยปริยาย หากนายยงยุทธจะเข้าข่ายนายยงยุทธจะต้องได้รับโทษทั้งหมดหรือบางส่วนมาก่อน
เปิดกรณีตัวอย่างการใช้พ.ร.บ.ล้างมลทิน
จากข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวได้มาพบว่าเคยมีกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับการใช้ พ.ร.บ. ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 แต่เป็นกรณีที่เกี่ยวกับ "การงดโทษ " ตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 ที่ชี้ให้เห็นว่า ต้องมีการดำเนินการพิจารณาเรื่องโทษทางวินัยให้เสร็จสิ้นก่อน พ.ร.บ.ล้างมลทินฯฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ไม่ใช่มาลงมติกันหลัง พ.ร.บ.ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 มีผลใช้บังคับแล้วและหากเป็นกรณีที่ "งดโทษ" ก็ต้องมีการงดโทษและยุติเรื่องจริงๆ
"แดงสุรินทร์"ยื่นกกต.สอบ"ยงยุทธ"
วันเดียวกันนี้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเทพพนม นามลี ประธานคณะกรรมการแนวร่วมประชาธิปไตย (แดงสุรินทร์) และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาที่ กกต. เพื่อยื่นเรื่องให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ ส.ส.เนื่องจากคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย มีมติไล่ออกนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ฐานความผิดร้ายแรงในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ขณะดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามที่ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง
นายเทพพนม กล่าวว่า เกรงว่าจะมีคนนำผลของป.ป.ช.มาร้องต่อ กกต. เพื่อให้ยุบพรรคเพื่อไทย ดังนั้นในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยมีความประสงค์ขอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองวินิจฉัยว่า นายยงยุทธนั้นยังคงมีคุณสมบัติตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 11 และสามารถอยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 102 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายเทพพนม กล่าวอีกว่า คนเสื้อแดงได้มีการคุยกันแล้วในกลุ่มของแกนนำแดงเหนือ-กลาง-และอีสานว่าจะประชุมหามาตรการกดดันเชิญนายยงยุทธออก ไม่ว่านายยงยุทธจะอยู่ตรงไหนก็จะเอาใบลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค ไปให้เซ็นถึงที่ ถ้านายยงยุทธยังดื้ออีกก็จะขอให้สมาชิกพรรค เข้าชื่อประชุมวิสามัญพรรคเพื่อขับนายยงยุทธออกจากตำแหน่ง
เพื่อไทยรับมีพวกจ้องเลื่อยเก้าอี้“ยงยุทธ”
นายพายัพ กล่าวว่า ไม่รู้สึกแปลกใจที่ในพรรคเพื่อไทยจะเกิดแรงกระเพื่อมจากกรณีของนายยงยุทธเพราะตำแหน่งนี้มีคนอยากเสียบมาก
"ทัวร์ประธานสภาฯ"ชวดดูงานสภาอังกฤษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานรัฐสภา ระบุว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางร่วมคณะไปดูงานที่ประเทศอังกฤษ ล่าสุดมีรายงานข่าวว่านายสมศักดิ์ ได้เดินทางกลับแล้วเมื่อช่วงวันที่ 25 ก.ย. ตามเวลาในประเทศไทย ส่วนโปรแกรมการดูงานของนายสมศักดิ์พบว่ามีเพียงการเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ บีบีซี และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอดีตนักข่าว บีบีซีภาคภาษาไทย และเจ้าของหนังสือพิมพ์ไทยที่ประเทศอังกฤษเท่านั้น
นอกจากนี้การศึกษาดูงานดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามโปรแกรมที่กำหนดไว้เดิม เช่น ไม่มีการเยี่ยมชมรัฐสภาอังกฤษ ตามที่ระบุไว้ในกำหนดการ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรที่ไป ไม่สามารถที่จะประสานงานไปยังรัฐสภาของอังกฤษได้ รวมทั้งรัฐสภาของอังกฤษอยู่ระหว่างการปิดสมัยประชุม การติดต่อประสานงานเพื่อพบอย่างเป็นทางการจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก



