ข่าว

อ่วม!กทม.ฝนตกหนักน้ำท่วมขังหลายจุด

อ่วม!กทม.ฝนตกหนักน้ำท่วมขังหลายจุด

25 ก.ย. 2555

กทม.ยังเผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วมขังหลายจุด เผยเร่งใช้เครื่องสูบน้ำระบายเต็มที่ วอนปชช.อดทน ขณะที่ 'สุขุมพันธุ์' ยันอุโมงค์ยักษ์ใช้การได้ดี ด้านกรมชลฯเผยระดับน้ำเจ้าพระยาตอนบนลดลงต่อเนื่อง

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 55  ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ระหว่างการเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ระบายน้ำคลอง 100 คิว ลงคลองชายทะเล (สุวรรณภูมิ) เกี่ยวกับปัญหาการระบายน้ำท่วมขังที่มีความล่าช้าว่า ที่จริงไม่ได้ล่าช้า เราเร่งระบายตลอดเวลาและทุกพื้นที่ ในจุดไหนที่เป็นจุดอ่อน พื้นที่ต่ำ เราก็ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งผลักดันน้ำลงคลองให้เร็วที่สุด และเมื่อฝนเบาบางลงปัญหานี้ก็จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ขอให้ประชาชนอดทนและเข้าใจการทำงานของกทม. แต่ว่าปริมาณน้ำฝนมันมากจริงๆ

          "หลายเมืองใหญ่ๆ ก็เจอน้ำท่วมขังแบบนี้เช่นเดียวกัน เช่น ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ป่น ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ เขาก็บอกว่า เมืองเขาหากฝนตกเกิน 60-70 มิลลิเมตรต่อชม. ก็เจอปัญหาน้ำท่วมขังเช่นเดียวกัน"

          และบอกว่าประเด็นที่ทาง กทม.กังวลขณะนี้ คือปริมาณน้ำฝนที่ตกค่อนข้างเยอะในแต่ละพื้นที่ มากกว่าน้ำเหนือ เพราะตอนนี้น้ำเหนือมีปริมาณที่ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 1,700 ลบ.ม.ต่อวินาที เท่านั้น 

          ทั้งนี้จากการเช็คจากระบบตรวจน้ำฝนอัตโนมัติของเว็บไซต์ กทม.พบว่า ปริมาณฝนที่ตกสะสมใน 24 ชม.จนทำให้เกิดน้ำท่วมขังระดับเข่าในคืนวันที่ 24 ก.ย. ที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย วัดได้ 107 มิลลิเมตร เขตราชเทวี 135 มิลลิเมตร เขตพญาไท 133 มิลลิเมตร เขตห้วยขวาง 134 มิลลิเมตร ขณะที่วันนี้ ฝนตกหนักที่ เขตทวีวัฒนา 72 มิลลิเมตร

          และจากมอนิเตอร์ จส.100 พบว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ก็ส่งผลให้น้ำท่วม ถ.วิภาวดีรังสิต (ขาออก) ท้ายสะสมต่อเนื่องลงด่วนดินแดง มักกะสัน ราชปรารถ ประตูน้ำ นอกจากนี้ ยังมีติดขัดอีกหลายจุด เนื่องจากน้ำท่วมขัง ถ.สุขุมวิท ปากซอย 26 ถ.แยกศรีอยุธยา ถ.หน้าร.ร.สันติราษฎร์ วังสวนผักกาด ถ.พัฒนาการ คลองลาว-คลองบ้านป่า ถ.รัชดาภิเษก-ห้วยขวาง น้ำท่วมขังเท่าฟุตปาธ 

          ขณะที่เรดาร์จับกลุ่มฝนของ กทม. พบว่า ยังมีกลุ่มฝนใน กทม. ที่เขตคลองเตย วัฒนา สวนหลวง พระโขนง สะพานสูง บางกะปิ ลาดกระบัง หนองจอก บางส่วนของประเวศ แต่แนวโน้มลดลง

 

'สุขุมพันธุ์' ยันอุโมงค์ยักษ์ใช้การได้ดี

 

          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจประสิทธิภาพการระบายน้ำของอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ หรือ อุโมงค์ยักษ์พระราม 9 - รามคำแหง โดยกล่าวว่าอุโมงค์แห่งนี้รับน้ำมาจากคลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบ ทำหน้าที่ระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตบึงกุ่ม ห้วยขวาง ลาดพร้าว วังทองหลาง บางกะปิ จตุจักร มีนบุรี บางซื่อ สะพานสูง และคันนายาว เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอุโมงค์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร ขณะนี้ได้เปิดเดินเครื่องสูบน้ำ 3 ตัว จากที่มี 4 ตัว สามารถระบายน้ำได้ 45 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ซึ่งในช่วงที่ฝนตกหนักก็ได้เปิดเครื่องสูบน้ำทั้งหมด อย่างไรก็ตามพบขยะไหลมาตามน้ำวันละ 20 ตัน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการระบายน้ำ เนื่องจากมีตะแกรงกรองขยะก่อนจะระบายน้ำออกไป

          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ขอยืนยันกับผู้ที่สงสัยก่อนว่าอุโมงค์แห่งนี้ได้ทำงานเต็มที่ แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าอุโมงค์เพียงแห่งเดียวไม่สามารถช่วยน้ำท่วมขังได้ทั้งเมือง เนื่องจากครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ มีกว่า 1,600 ตร.กม. กทม.จึงมีแผนจะก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มอีก 3 แห่ง คือที่คลองบางซื่อ บึงหนองบอน และดอนเมือง เพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะทำให้การทำงานของอุโมงค์เต็มประสิทธิภาพทั้งระบบ และสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งพระนครได้เกือบหมด

          "ผมขอฝากถึงผู้วิพากษวิจารณ์การทำงานของกทม. ด้วยว่าอย่าเอาการเมืองเข้ามาแทรกแซงปล่อยให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นข้าราชการประจำทำงานด้านเทคนิค ที่ผ่านมา กทม.และกรมชลประทานได้ประสานงานกันอย่างดี ที่จะเพิ่มเครื่องสูบน้ำที่บางปะกงและปากอ่าวไทย ส่วนกองบังคับการตำรวจจราจร (บช.น.) ก็ประสานงานจราจรด้วยดีเช่นกัน ไม่ได้มีปัญหาอะไร ขอให้ยอมรับการทำงานคนของกทม.ด้วย พวกเขาทำงานกันอย่างเต็มที่ ติผมได้ด่าผมได้ แต่อย่าว่าคนกทม. ผมอดกลั้นมานานแล้ว ให้ดูความมุ่งมั่นของคนทำงานด้วย ไม่ใช่อยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่รู้ไม่เห็นอะไร แล้วเที่ยวมาว่าคนอื่น"

          ส่วนที่นักวิชาการแนะนำให้กทม. พร่องน้ำในคลองเพื่อรับมือปริมาณฝนตกหนักปลายเดือนนี้จนถึงต้นเดือนตุลาคมนั้น กทม. ไม่สามารถทำได้ เพราะเท่ากับต้องปิดประตูระบายน้ำของตนเองแล้วเร่งสูบน้ำออกแต่กทม.ยังต้องเปิดประตูระบายน้ำเพื่อช่วยจังหวัดทางด้านบน

 

กรมชลฯเผยระดับน้ำเจ้าพระยาตอนบนลดลงต่อเนื่อง

 

          ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดมีปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 1,469 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (รับน้ำได้สูงสุด 3,590 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.69 เมตร ลดลงจากวานนี้ ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,517 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (รับน้ำได้สูงสุด 2,840 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาต่ำกว่าตลิ่ง 3.09 เมตร ในขณะที่มีปริมาณน้ำไหลผ่านที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 1,776 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (รับน้ำได้สูงสุด 3,500  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจุดนี้ยังเป็นจุดวัดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะไหลผ่านเข้าสู่กรุงเทพฯและปริมณฑลด้วย) ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.36 เมตร

          สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทางตอนบนของลุ่มน้ำมีฝนตกลดลงประกอบกับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้พร่องน้ำเพื่อดึงน้ำจากทางตอนบนของแม่น้ำเจ้าพระยา ระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด เพื่อลดการสะสมของปริมาณน้ำที่อาจจะส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งได้

          อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางในระยะนี้ อาจจะส่งผลให้มีน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างมากขึ้น ซึ่งกรมชลประทานได้เตรียมพร้อมทั้งในด้านของกำลังคน เครื่องจักรเครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำที่พร้อมจะดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย