
'ชวนนท์'ซัด'แม้ว'ชูนโยบายจำนำข้าว
'ชวนนท์' ซัด 'ทักษิณ' ชูนโยบายเดินหน้ารับจำนำข้าวทำคนไทยล่มจม อัดรัฐบาลอุ้มคนรวย รีดภาษีคนจน
25 ก.ย.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ พร้อมระบุประกาศเดินหน้านโยบายรับจำนำข้าวว่า เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าผู้กำหนดนโยบายและทิศทางของรัฐบาลคือ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งระบุว่า มีความจำเป็นเพราะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และยกระดับราคาข้าว ซึ่งเป็นการโกหกประชาชน เพราะพ.ต.ท.ทักษิณพูด ไม่ได้เป็นความจริง เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีการคอร์รัปชั่นมโหฬาร ผลาญงบประมาณประเทศไปเกือบ 5 แสนล้านบาท และในฤดูการผลิตใหม่นี้รัฐบาลจะต้องใช้เงินอีกกว่า 4 แสนล้านบาท ซึ่งรวมแล้วรัฐบาลต้องใช้งบประมาณในการรับซื้อข้าวเกือบ 1 ล้านล้านบาท
โดยทั้งหมดนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ประเมินความเสียหายของประเทศแต่กลับทำให้ประเทศเสียหายมหาศาล ที่บอกว่ายกระดับราคาข้าวนั้นไม่เป็นความจริง เพราะราคาข้าวในประเทศไม่ได้สูงขึ้น และการที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่าจะส่งออกข้าวแบบรัฐต่อรัฐจำนวน 7 ล้านตัน ยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์โกหกสีดำ เพราะในวงการค้าข้าวไม่พบว่ามีการส่งออกข้าว จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยข้อมูลว่ารัฐบาลมีข้าวในสต๊อกเท่าไหร่ และได้มีการขายให้กับประเทศใด และราคาเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีใครพบเห็นการส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศแม้แต่ตันเดียว
นอกจากนี้ยังพบปัญหาที่แสดงถึงการที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขาดวินัยทางการเงินการคลัง สังเกตได้จากการที่สำนักงานเศรษฐกิจและการคลัง ระบุว่า การจัดเก็บภาษี ในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2555 นั้นรัฐบาลจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าการประมาณการ 32,323 ล้านบาท ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีในช่วง 11 เดือนแรกต่ำกว่าเป้าหมาย 19,837 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายลดภาษีนิติบุคคลของรัฐบาล จาก 30% เหลือ 23%
สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลเอาใจบริษัทยักษ์ใหญ่และบริษัทต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ไปรีดภาษีกับผู้ประกอบการขนาดย่อม และขนาดกลาง เกษตรกร คนยาก คนจน และในปีหน้ารัฐบาลจะมีการลดภาษีนิติบุคคลลงเหลือ 20% ซึ่งจะเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเมื่อจัดเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า รัฐบาลก็จะขาดดุลงบประมาณ จำเป็นต้องกู้เงินมาโปะ ส่งผลให้มีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น โดยรมว.คลัง ยังมีแนวคิดจะกู้เงินอีก 2 ล้านล้านบาท มาปรับโครงสร้างประเทศ ซึ่งทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดหารายได้มาชดเชย กับนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการ แต่กลับคิดไปสร้างหนี้เพิ่มอีก
ปชป.จวกรัฐเมินข้อเสนอแก้ไฟใต้-ซัดหมกมุ่นตั้ง ศปก.กปต.
นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ และนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา แถลงถึงสถานการณ์ไฟใต้ โดยนายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมหารือกับรัฐบาลในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปรากฏว่ายังมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และอ.บาเจาะ จ.นราธิวาส แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ใส่ใจกับข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะในพื้นที่เฝ้าระวังและมีเหตุเกิดขึ้นรุนแรงบ่อยครั้งมากที่สุด ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
ทั้งนี้พื้นที่ อ.สายบุรี และอ.บาเจาะ ก็อยู่ในพื้นที่ 15 เปอร์เซ็นต์ แต่สถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นได้ง่ายนั้น สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐทั้งด้านกำลังพลและการข่าว แต่หากเจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่อย่างใกล้ชิดหรือมีการข่าวที่เข้มข้นก็จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะการนำยานพาหนะ เข้าในพื้นที่ เช่น รถยนต์ ที่รัฐบาลจะประกาศทุกครั้งว่าให้จับตารถในลักษณะต่างๆ ที่จะเข้าไปก่อเหตุในพื้นที่ แต่สุดท้ายแล้วก็สามารถเล็ดลอดเข้าไปในพื้นที่ได้อย่างไร ทั้งที่ต้องผ่านด่านตรวจทุกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลขาดจิตสำนึก ในด้านความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำในพื้นที่ ตามข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ แต่รัฐบาลให้ความสนใจในการเปลี่ยนชื่อจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ (ศปก.จชต.) มาเป็นศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.)



