
ปมขัดแย้งสืบจากศพมัด'ตำรวจหมอ'
ย้อนรอย...ปมขัดแย้ง สืบจากศพมัด'ตำรวจหมอ' : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ
กว่า 3 ปีที่ "อรษา เกิดทรัพย์" และ "สามารถ นุ่มจุ้ย" สองสามีภรรยา ต้องกลายเป็นคนสูญหาย จนกะทั่งพบรถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 5960 เพชรบุรี ซึ่งหายไปพร้อมกับทั้งคู่ ถูกพบจอดอยู่ในบ้านเลขที่ 125/53 และบ้านเลขที่ 125/2 ชุมชนศิริโชติ ซอยกรุงเทพ-นนท์ 1 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี กลายเป็นเบาะแสสำคัญในการคลี่ปมฆาตกรรมปริศนาซ่อนเงื่อน กระทั่งนำไปสู่การจับกุม พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ และ "วิลสา จันทรบัญชร" ภรรยา ในข้อกล่าวหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันรับของโจร แต่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ยังให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาล ส่วนภรรยายังไม่สามารถติดตามจับได้!!
การคลี่คลายคดีนี้ เบื้องต้น พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมชุดสืบสวนพยายามรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ เพื่อนำมาเปรียบเทียบเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยมี พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และ พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวก เข้ามาร่วมคลี่คลายคดีเพิ่มเติม
หลังจากชุดสืบสวนของ บก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวนของ บก.ภ.จว.เพชรบุรี และชุดสืบสวนของ สภ.ท่าไม้รวก ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลในละแวกพื้นที่ต้องสงสัย กระทั่งได้พยานปากสำคัญ 2 คน คือ "น.ส.อ้อย" (นามสมมุติ) และ "นายกะลา" (นามสมมุติ) ชาวพม่า ซึ่งทำงานอยู่ภายในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์
คำให้การของ "น.ส.อ้อย" อ้างว่า เคยมีหญิงชาวพม่าป่วยเสียชีวิต พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ สั่งให้นำศพไปฝังไว้บริเวณแนวต้นไผ่ ชุดสืบสวนสอบสวนจึงขออำนาจศาลอนุมัติหมายค้นภายในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนยาวหลายขนาดรวม 30 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้นหลายขนาดรวม 12 กระบอก โดยทุกกระบอกมีกระสุนอยู่ในรังเพลิง และเมื่อ "น.ส.อ้อย" ชี้จุดที่ฝังศพได้ประสานรถแบ็กโฮขุดบริเวณริมห้วยโคนกอไผ่กลางไร่ พบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ 1 ศพ
ส่วนคำให้การของ "นายกะลา" อ้างว่า ทำงานเป็นลูกจ้างของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ นานกว่า 18 ปี ตลอดเวลาถูกใช้ให้ทำงานหนักโดยไม่ได้รับค่าจ้าง เพียงแต่ได้อาหารประทังชีวิตไปวันๆ แล้วอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายทำงานได้รับอุบัติเหตุที่ขา และอ้างว่า พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เคยฆาตกรรมชายชาวพม่า 1 คน ชุดสืบสวนสอบสวนขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นไร่อีกครั้ง และนำรถแบ็กโฮมาขุดบริเวณที่พยานชี้จุด จึงพบโครงกระดูก 1 ศพ โดยมีเสื้อกีฬาและกางเกงในอยู่ สภาพกะโหลกมีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน ทั้งนี้ การพบศพที่ 2 "สว่าง นุ่มจุ้ย" พ่อของ "นายสามารถ" ผู้สูญหาย ให้การยืนยันว่า เสื้อผ้าและกางเกงในที่พบเป็นของลูกชาย ทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่าศพของ "อรษา" น่าจะถูกฝังอยู่ใกล้เคียงกัน จึงให้คนขับรถแบ็กโฮขุดบริเวณใกล้เคียงก็พบอีก 1 ศพ มีร่องรอยถูกยิงที่กะโหลกศีรษะ
"พยานปากสำคัญให้การสอดคล้องกัน โดยศพแรกที่พบพยานทั้งสองคนร่วมกันนำไปฝัง เพราะอ้างว่าป่วยเสียชีวิต ส่วนคนงานชาวพม่าที่ถูกยิงน่าจะเป็นศพที่สาม ส่วนศพที่สองน่าจะเป็นการพบโดยบังเอิญ ทั้งนี้คงต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ จึงสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุ
แหล่งข่าวรายเดิมระบุอีกว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจค้นหาศพ น.ส.อรษา ซึ่งการเสียชีวิตของบุคคลทั้งสองพยานปากสำคัญไม่มีส่วนร่วมในการกระทำใดๆ แต่ยังให้การเป็นประโยชน์ในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งรายละเอียดตรงนี้ไม่สามารถเปิดเผยให้ทราบได้
ทั้งนี้ ครอบครัวของ นายสว่าง และ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เคยมีความสนิทสนมกันมาก่อน จนกระทั่งมีเรื่องขึ้นศาลโดยบุตรชายของ นายสว่าง ขับรถยนต์ผ่านไร่แล้วรถยนต์เกิดติดล่ม จึงเอารถยนต์ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่เสียบกุญแจรถทิ้งไว้มาดึงรถยนต์ของตัวเอง แต่ปรากฏว่ารถยนต์ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เกิดติดล่มอีกคัน เมื่อ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ทราบก็นำรถไถมาลากรถยนต์ของตนเองขึ้น หลังจากนั้นก็แจ้งความดำเนินคดีกับบุตรชายนายสว่าง ในข้อหาลักทรัพย์ พอคดีถึงชั้นศาลบุตรชายนายสว่างก็ต่อสู้จนชนะคดี หลังจากนั้นก็เกิดความระหองระแหงกันเรื่อยมา จนกระทั่งบุตรชายและสะใภ้ของนายสว่างหายตัวไป โดยบุคคลใกล้ชิดของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ อ้างว่า พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ สงสัยพฤติการณ์ของบุตรชายนายสว่าง จึงเรียกเข้าไปพบ จากนั้นบุตรชายและสะใภ้ของนายสว่าง ก็หายตัวไปจนกระทั่งคดีสะเทือนขวัญถูกเปิดโปงโดยผู้ใกล้ชิดของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ นั่นเอง!!
...............
(หมายเหตุ ย้อนรอย...ปมขัดแย้ง สืบจากศพมัด'ตำรวจหมอ' : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ)



