ข่าว

'หมอสุพัฒน์'ทำใจไม่ได้ประกัน

'หมอสุพัฒน์'ทำใจไม่ได้ประกัน

24 ก.ย. 2555

ผลพิสูจน์พบ 1 ใน 3 โครงกระดูกในไร่ของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ถูกจับกดหัวยิงท้ายทอย 3 นัดซ้อน ขณะที่เจ้าตัวบอกทำใจไว้แล้วที่ศาลไม่ให้ประกันถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ ศาลเยาวชนฯสืบพยานดคีขอเป็นผู้ดูแลแม่

              วันที่ 24 ก.ย. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรชัย สุธีรคุณ รอง ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา ร่วมตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์ 3 โครงที่ขุดพบภายในไร่ของ พ.ต.อ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ นายแพทย์ (สบ 5) รพ.ตำรวจ ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวพันกรณีอุ้มสองสามีภรรยาชาวไร่สับปะรด จ.เพชรบุรีว่า โครงกระดูกแรกถูกส่งมาตั้งแต่วันที่ 21ก.ย.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพศชายไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย มีเหรียญ 5 บาท และเหรียญ 1 บาทใส่อยู่ในปาก ซึ่งคงเป็นการทำพิธีศพ

              ส่วนโครงกระดูก 2 โครง ซึ่งเพิ่งถูกส่งมาในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นโครงกระดูกของผู้สูญหาย โดยกะโหลกโครงกระดูกที่ 2 พบรูกระสุนบริเวณท้ายทอย ขนาดกระสุนเล็กกว่า 9 มม.ลักษณะรูกระสุนกลม สันนิษฐานว่าจะเป็นการยิงระยะใกล้ ขณะเดียวกันยังพบหัวกระสุนอยู่ด้านในกะโหลก ซึ่งจะมีการผ่ากะโหลกเพื่อนำเศษโลหะข้างในมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อดูรายละเอียดของกระสุน

              สำหรับโครงกระดูกที่ 3 ยังไม่ทราบเพศ เนื่องจากสภาพโครงกระดูกไม่สมบูรณ์ ที่กะโหลกบริเวณท้ายทอยพบรูกระสุน 3 รู เรียงกัน ขนาดกระสุนน่าจะเล็กกว่ากระสุน 9 มม. การยิงลักษณะเป็นระยะใกล้ ศีรษะจะนิ่งคล้ายถูกจับศีรษะหรือกดไว้ ซึ่งการยิงติดต่อ 3 นัดแบบนี้ถ้าศีรษะไม่นิ่งก็ทำไม่ได้ เพราะยิงนัดแรกร่างกายก็คงเคลื่อนไหวไปในทิศทางอื่น

              พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า โครงกระดูกทั้งหมดมีสภาพเกือบสมบูรณ์ และมีอายุที่ถูกฝังเกินกว่า 1 ปี โดยศพแรกมีอายุมากกว่า 2 ศพที่สงมา สำหรับการตรวจสอบว่าเป็นเพศใดตรงกับผู้สูญหายหรือไม่ เราได้ตัดกระดูกส่วนท่อนขาเพื่อไปบดสกัดหาดีเอ็นเอ คาดว่า 2-3 วันจะทราบผล ซึ่งขณะนี้ได้ดีเอ็นเอของพ่อแม่และลูกของผู้สูญหายไว้แล้ว เมื่อได้ดีเอ็นเอจากกระดูกก็สามารถทำการเปรียบเทียบได้ทันที ซึ่งจะส่งผลการตรวจทั้งหมดให้ตำรวจ บช.ภ.7 เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนต่อไป
 
              พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวด้วยว่า สภาพของกะโหลกค่อนข้างสมบูรณ์ หากมีภาพถ่ายของผู้สูญหาย สามารถนำมาทำภาพเชิงซ้อนได้ ซึ่งได้ประสาน บช.ภ.7 ให้ส่งภาพของผู้สูญหายและข้อมูลต่างๆมาให้เพื่อใช้ในการตรวจสอบต่างๆ ทั้งนี้ ในส่วนของโครงกระดูกที่ 3 โครงฟันล่างที่หลุดร่วงไป ได้มีการนำมาต่อกันและพบว่า มีลักษณะเกเข้าและเกออก คล้ายกับลักษณะที่ทางญาติของผู้สูญหายแจ้งข้อมูลไว้ จึงอยากให้นำรูปถ่ายที่ยิ้มเห็นฟันมาเปรียบเทียบว่าตรงกับลักษณะฟันของผู้สูญหายหรือไม่ จากโครงกระดูกยังสามารถระบุได้ว่าผู้ตายอายุเท่าไหร่ต้องนำไปทำความสะอาดผ่านขั้นตอนทางเคมีก่อนถึงจะสามารถบอกได้


ศาลไม่ให้ประกัน"หมอสุพัฒน์"ส่งตัวเข้าเรือนจำ

              เมื่อเวลา 15.00น. หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง พร้อมชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.)จังหวัดเพชรบุรีแต่งกายอาวุธครบมือ ควบคุมตัวพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ นายแพทย์อายุรกรรม รพ.ตำรวจ ผู้ต้องหา เดินทางจาก สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง มาทำการฝากขังที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี ขณะที่ทางนายสว่าง นุ่มจุ้ย ได้ยื่นคำร้องคัดค้านขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ประกันตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์  ไปคุมขังยังเรือนจำกลางจังหวัดเพชรบุรี 
              
              นายสว่าง  นุ่มจุ้ย พ่อผู้สูญหาย กล่าวว่ารู้สึกดีใจและพอใจในการพิจารณาของศาลที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์เพราะกลัวถูกคุกคามและทำลายหลักฐานรูปคดี ส่วนในวันที่ 25 ก.ย.คาดว่าจะขุดค้นหาศพลูกสะใภ้ต่อไป เพราะเชื่อว่าลูกสะใภ้ของตนก็คงจะถูกฝังอยู่ในไร่ของหมออย่างแน่นอน  
              
              ด้านพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ กล่าวระหว่างอยู่บนรถคุมขังว่า "ผมคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้การประกันตัว และทำใจไว้แล้ว ผมเองบริสุทธิ์และเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม อีกไม่นานทุกคนก็จะรู้ความจริง อีกทั้งเป็นไปไม่ได้ตามที่นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ ผู้เป็นพี่ชาย กล่าวหาว่า ผมให้ยาคุณแม่จนทำให้ไร้ความสามารถเพื่อจะฮุบมรดก" 

              นายพลเทพ สุวรรณวิเชียร ทนายความ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เปิดเผยกรณีการหายตัวไปของ 2 สามีภรรยา เจ้าของไร่สับปะรดใน จ.เพชรบุรีว่าจากที่ได้ข้อมูลมาทราบว่าทั้ง 2 ถูกจับกุมอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านในคดียาเสพติด ส่วนการขุดค้นเจอโครงกระดูก 3 โครง ในไร่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ นั้น  เรื่องดังกล่าวไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่พื้นที่ๆ มีการพบเจอโครงกระดูกเป็นพื้นที่ ที่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ให้บุคคลอื่นมาเช่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 
 
              นายพลเทพ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์มีปัญหากับนายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชายทำมีการเปิดโปงออกมาว่า ทั้งสองมีความขัดแย้งเรื่องมรดกกว่า 5,000 ล้านบาท โดยทั้งสองพยายามที่จะยื่นเป็นผู้อนุบาลมารดาที่มีอายุมาก ซึ่งเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล นอกจากนั้นยังมีคดีที่อยู่ต่อสู้อยู่อีกกว่า 10 คดีด้วย จึงมีความน่าเชื่อได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากความขัดแย้งเรื่องดังกล่าว

              ด้านนายสุเทพ เลาหะวัฒนะชี้แจงกรณีที่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ให้การปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการหายไปของ 2 สามีภรรยา โดยเชื่อว่าเป็นการจัดฉากของคนสนิทที่ขัดแย้งปมมรดกว่า ตนเป็นพี่ชายจึงไม่มีเหตุผลที่จะจัดฉากทำร้ายน้องให้เดือดร้อน แต่น้องชายกำลังโยนปัญหาที่ทำขึ้นไปให้คนอื่นและน้องตนเป็นคนมีหลายบุคลิก ทั้งความสุขุมนุ่มลึกและอารมณ์โมโหร้าย  ส่วนครอบครัวมีธุรกิจให้เช่าบ้าน โรงงาน ซึ่งมีแม่และพี่น้องรวม 4 คน เป็นผู้ถือหุ้น แต่พบว่าน้องชายแอบเปลี่ยนสัญญาเพื่อยักยอกเงิน

ศาลเยาวชนฯสืบพยานฝ่ายพี่ชายร้องค้าน"หมอสุพัฒน์"ขอเป็นผู้อนุบาลดูแลแม่

             ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง สนามหลวง เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลนัดสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้าน คดีที่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นางถนิม มารดาเป็นผู้ไร้ความสามารถ และมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เป็นผู้อนุบาลดูแลนางถนิมแต่เพียงผู้เดียวโดยมีนายสุเทพยื่นคำร้องคัดค้าน

             ภายหลังศาลสืบพยานของนายสุเทพผู้คัดค้านเสร็จสิ้นแล้ว นายทรงพลกล่าวว่า คดีนี้ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนฯ ไว้ตั้งแต่เดือน พ.ย.2554 ซึ่งศาลได้ดำเนินการสืบพยานฝ่ายผู้ร้องเสร็จสิ้นไปแล้ว ในวันที่ 24ก.ย.นี้ฝ่ายนายสุเทพจึงนำพยานบุคคล 3 ปากมาเบิกความซึ่งหนึ่งในนั้นมีพี่สาวต่างมารดา ร่วมเป็นพยานด้วย โดยศาลเยาวชนฯ จะนัดสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านอีก 3 ปากในวันที่ 25 ก.ย. เวลา 09.00 น. ซึ่งนายสุเทพในฐานะผู้คัดค้านจะเดินทางมาร่วมเป็นเบิกความด้วย

             นายทรงพล ทนายความ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนางถนิมมีอายุประมาณ 96 ปี พักอาศัยอยู่กับนายสุเทพใน กทม.โดยนายสุเทพดูแลนางถนิมมานานแล้วก่อนที่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์จะยื่นคำร้องขอเป็นผู้อนุบาลนางถนิมในคดีนี้ อย่างไรก็ดีขณะนี้ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วยว่า พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ อยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวดำเนินคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว ดังนั้นในการสืบพยานขอเป็นผู้อนุบาลนางถนิม เราก็พร้อมจะเสนอประเด็นนี้เพื่อให้ศาลเห็นด้วยว่าขณะนี้ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ผู้ร้อง ไม่อาจเป็นผู้อนุบาลดูแลนางถนิมได้ โดยหากวันที่ 25 ก.ย. สืบพยาน 3 ปากของฝ่ายนายสุเทพเสร็จสิ้น ศาลก็คงจะกำหนดวันนัดฟังคำสั่งต่อไป

             ขณะที่ นางสุคนธ์ ขำพานนท์ พี่สาวต่างมารดาของนายสุเทพและ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ อายุ 82 ปี กล่าวว่า เป็นคนเลี้ยงน้องชายทั้ง 2 คน มาตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ทราบดีว่า พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์เป็นคนใจร้อน เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่อยากให้ข้อมูลกับสาธารณะชนมาก เพระเป็นเรื่องภายในครอบครัว อีกทั้งจะเป็นการซ้ำเติมกันเอง ส่วนพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีอุ้ม 2 สามีภรรยาหรือไม่ตนไม่ทราบ เนื่องจากตนกับ พ.ต.อ.สุพัฒน์ มีปัญหาผิดใจไม่คุยกันมานานนับ 10 ปีแล้ว นอกจากนี้ยืนยันครอบครัวไม่มีทรัพย์สินจำนวนมากตามที่เป็นข่าว