
'เรือใบ'ร้าวฉาน'บาโล'ผลัก'มันโช'
ร้าวฉานอีก หลัง บาโลเตลลี ก่อเหตุผลักอก "มันโช" นายใหญ่ เพราะฉุนที่ไม่ได้เป็นตัวจริงนัดเสมอ ปืนใหญ่ 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก ขณะที่ "ปีศาจแดง" ส่งตัวสำรองลงเล่นศึกลีก คัพ รอบ 3 คืนวันพุธที่ 26 ก.ย.นี้
ความเคลื่อนไหวของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงหลังจบเกมฟาดแข้งเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ อาจต้องเตรียมตัวเผชิญหน้ากับปัญหาความขัดแย้งอีกครั้งหนึ่ง หลัง เดลี เทเลกราฟ สื่อชื่อดังแห่งเมืองผู้ดี เปิดเผยว่า "อิล เกรียน" มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าจอมเกเรทีมชาติอิตาลีได้ก่อเรื่องฉาวโฉ่อีกแล้ว เพราะก่อเหตุลงมือผลักอก "มันโช" โรแบร์โต มันชินี นายใหญ่แห่งถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม ภายในอุโมงค์ช่วงหลังจบเกมนัดที่เปิดบ้านเสมอ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล 1-1 คาดว่านักเตะวัย 23 ปีรายนี้น่าจะเกิดความรู้สึกไม่พอใจ มันชินี ที่ไม่ค่อยให้โอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในช่วงหลังอยู่บ่อยครั้ง แถมเกมนี้ยังถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนเช่นเคยอีกด้วย แม้จะถูกเปลี่ยนตัวให้ลงไปเล่นแทน "เอลกุน" เซอร์จิโอ อเกโร ในช่วง 5 นาทีสุดท้ายก็ตาม
ก่อนหน้านี้ "มันโช" ได้เคยแสดงความรู้สึกไม่พอใจพฤติกรรมของ บาโลเตลลี ที่ชอบใช้ชีวิตเสเพลนอกสนามจนกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการเที่ยวเตร่ในเวลากลางคืน รวมถึงเรื่องที่ชอบทำตัวเป็น "สิงห์อมควัน" ที่มีภาพชอบยืนสูบบุหรี่อยู่เป็นประจำเลย ทว่า มันชินี กลับตอบปฏิเสธแบบแบ่งรับแบ่งสู้ในทำนองที่ว่า ไม่แน่ใจว่ามีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะจำเหตุการณ์ในช่วงหลังจบเกมไม่ได้แล้ว แถมยังเอ่ยปากบอกว่า ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใจกับหัวหอกจอมเกเรรายนี้แต่อย่างใด
"ผมไม่รู้ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจบเกม เพราะผมจำเหตุการณ์ในช่วงหลังจบเกมไม่ได้แล้ว แต่ผมจะลองถามเขาดูอีกครั้งหนึ่ง เพราะผมไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับเขาเลย" มันชินี กล่าว
พร้อมกันนี้ เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เอ่ยปากยอมรับว่า เห็นด้วยกับการคำตัดสินของ มาร์ค ฮัลซีย์ ที่ควักใบแดงไล่ จอนโจ เชลวีย์ กองกลาง ลิเวอร์พูล ในศึก "แดงเดือด" นัดที่ลูกทีมบุกไปเฉือนชนะ "หงส์แดง" ที่ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน 2-1 เพราะทำฟาว์ลแบบรุนแรงด้วยการเปิดปุ่มสตั๊ดเข้าเสียบสกัดใส่หน้าแข้งของ จอนนี อีแวนส์ นั่นเอง ขณะเดียวกัน เชลวีย์ ได้โพสข้อความขอโทษ "เฟอร์กี้" ผ่านทางทวิตเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อแสดงความสำนึกผิดกับที่สิ่งที่ได้กระทำลงไป หลังเกิดอาการฟิวส์ขาดไปปะทะคารมกับนายใหญ่ "ปีศาจแดง" ในช่วงหลังจากที่ถูกไล่ออกจากสนาม ส่วผลอีกคู่หนึ่ง สเปอร์ส เปิดบ้านเฉือนชนะ ควีนส์ปาร์ค 2-1
ด้าน ศึกฟุตบอลถ้วย "แคปิตอล วัน คัพ" รอบ 3 คืนวันพุธที่ 26 กันยายนนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 6 คู่ เริ่มจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียรลีก เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล เพื่อนร่วมลีกเดียวกัน ในเวลา 01.45 น.
เกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นเตรียมดร็อปผู้เล่นตัวหลักที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาจากเกม "แดงเดือด" อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริค เอวรา, นานี, ชินจิ คางาวะ และ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ออกจากทีมไปเลย เพื่อเปิดทางให้พวกตัวสำรองรวมถึงนักเตะดาวรุ่งได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลถ้วยรายการนี้เหมือนอย่างที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำ
คาดว่า ดาวิด เดอ เกีย น่าจะได้กลับมายืนเฝ้าเสาเป็นผู้รักษาประตูอีกครั้ง ด้านแผงหลัง 4 คนประกอบไปด้วย จอนนี อีแวนส์, ไมเคิล คีน, เฟเดอริก เวเซลี และ อเลกซ์ บุทท์เนอร์ ส่วน ดาร์เรน เฟลทเชอร์ มิดฟิลด์จอมขยันที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงานเป็นเวลานานกว่า 1 ปี พร้อมคัมแบ็คกลับมายืนคุมแดนกลางร่วมกับ นิค พาวเวลล์, ไรอัน กิ๊กส์ และ เบเบ้ ขณะที่คู่กองหน้าเป็นการประสานงานกันระหว่าง แดนนี เวลเบ็ค กับ "ชิชาริโต" ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ
ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าจากเมื่อฤดูกาลก่อน ต้องยกพลออกไปเยือน "เดอะแบกกีส์" เวสต์บรอมวิช เพื่อนร่วมลีก ที่เดอะฮอว์ธอร์นส ในเวลา 02.00 น. นัดนี้ เบรนดาน รอดเจอร์ส กุนซือทีมเยือน พร้อมจัดทัพด้วยการส่งผู้เล่นตัวหลักผสมแข้งเด็กค่อนข้างแน่ คาดว่า โฆเซ เรนา, มาร์ติน สเคอร์เทล, นูริ ซาฮิน, ราฮีม สเตอร์ริง, จอนโจ เชลวีย์ และ ฟาบิโอ บอรินี น่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงค่อนข้างแน่ เพื่อหวังบุกไปล้างแค้นเจ้าถิ่นที่เคยเป็นฝ่ายยัดเยียดความพ่ายแพ้ในเกมนัดประเดิมสนามศึกพรีเมียร์ลีกไปแบบน่าอับอายถึง 0-3 เลยทีเดียว
ส่วนคู่ที่เหลือลงเตะในเวลา 01.45 น. อาร์เซนอล พบ โคเวนทรี, คาร์ไลส์ พบ สเปอร์ส, นอริช พบ ดอนคาสเตอร์, ควีนส์ปาร์ค พบ เรดดิง
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



