ข่าว

คณะทำงานแก้รธน.'ชงโหวตวาระ3'

คณะทำงานแก้รธน.'ชงโหวตวาระ3'

24 ก.ย. 2555

"คณะทำงานแก้รธน." เห็นควรเดินหน้าโหวต รธน.วาระสาม พร้อมสรุปข้อเสนอต่อพรรคร่วม พ.ย.นี้ มือกฎหมาย พท. ยัน "ยงยุทธ" นั่ง รมต. ได้ แถมระบุแม้ถูกศาลตีความขาดคุณสมบัติภายหลัง ก็ไม่ส่งผลให้การกระทำที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ขณะที่"ทีมกฎหมายปชป."เล็งยื่นตรวจคุณสมบัติหากไม

             เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 24ก.ย.2555  นายโภคิน พลกุล ประธานคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล ศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291  แถลงภายหลังการประชุม ซึ่งได้เชิญนักวิชาการ อาทิ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน, นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และ นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมประชุม ว่า ที่ประชุมเห็นตรงใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับของประชาชน โดยมีกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ จากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) และเมื่อมีการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ต้องจัดให้มีการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนเห็นชอบ

             2. ต้องมีการเดินหน้าลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ เพิ่มเติม ซึ่งคงค้างการพิจารณาของรัฐสภา ในวาระที่สาม ซึ่งในการประชุมนายดิเรกให้ความเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไข ที่ค้างอยู่ในการพิจารณา มีกระบวนการลงประชามติโดยประชาชน หลังจากที่ ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะตรงกับความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาในคำวินิจฉัยส่วนตน พบว่ามีเพียงตุลาการ 1 คนที่ให้ความเห็นแนะนำว่าต้องผ่านการลงประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะเป็นการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระสามเมื่อใด นั้นต้องให้ทางพรรคร่วมรัฐบาลตัดสินใจ 

             3.ในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องแก้ไขต้องตอบโจทย์ 3 ข้อ ได้แก่ ความเป็นประชาธิปไตยต่อการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, การดำเนินการให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม และ แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
       
             “คณะทำงานจะมีการสรุปความเห็นทั้งหมด ภายในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาล  ทั้งนี้ในการประชุมรอบนี้ไม่ได้มีการพูดถึงของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ทางคณะทำงานได้เปิดช่องทางรับฟังความเห็นของประชาชน ผ่านทางเวปไซต์ www.thaipeopleconsituion.com และ ตู้ปณ.291 ราชเทวี  ทั้งนี้ทางคณะทำงานจะนำความเห็นดังกล่าวมาสรุปในรายงาน เพื่อดำเนินการเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป ส่วนการประชุมนัดต่อไปของคณะทำงาน จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม  ที่ พรรคเพื่อไทย โดยจะเชิญ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น” นายโภคิน กล่าว
       
             เมื่อถามว่าข้อเสนอที่ให้รัฐสภาเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม จะใช้ข้อกฎหมายใดมารองรับการกระทำ ในเมื่อรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร นายโภคิน กล่าวว่า  ผลผูกพันของศาลรัฐธรรมนูญ มีเพียงแค่มาตรา 68 ที่มีความเห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดหรือไม่ เท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้การลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ในวาระสามเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 291  โดยถือว่าเป็นกระบวนการปกติที่ต้องเดินหน้าต่อไป อย่าไงรก็ตามตามการเดินหน้าทันทีในช่วงที่ความเข้าใจยังแตกต่างกันอยู่อาจมีปัญหา รวมถึงประเด็นนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้แนะนำเรื่องการทำประชามติ ดังนั้นต้องมาทำความเข้าใจว่าจะทำประชามติในตอนไหน

 

มือกม.เพื่อไทยยัน"ยงยุทธ"นั่งรมต.ได้


             นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย มีมติให้ปลดนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ สมัยดำรงตำแหน่งรักษาราชการปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า ส่วนตัวมองว่าการลงโทษข้าราชการต้องมีผลก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นยังดำรงตำแหน่งข้าราชการอยู่ ดังนั้นคำสั่ง ของ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย ที่ลงมติปลดนายยงยุทธออกจากตำแหน่งจะมีผลย้อนหลังไปในช่วงที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ดังนั้นกรณีของนายยงยุทธ จึงถือว่าถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว เข้าหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ล้างมลทิน ตามที่ ก.พ. และคณะกรรมการกฤษฎีการให้ความเห็น ตนมองด้วยว่าประเด็นนี้ไม่มีผลกระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของนายยงยุทธ

             "ยืนยันว่าขณะนี้นายยงยุทธ สามารถดำเนินการทุกอย่างได้ตามอำนาจหน้าที่เหมือนปกติ แม้ต่อมาจะมีผู้ไปยื่นตีความและมีการตีความออกมาว่านายยงยุทธขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี แต่ก็ไม่มีผลผูกพันทำให้การกระทำที่ผ่านมาของนายยงยุทธเป็นโมฆะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 92 ที่ระบุว่า การออกจากตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาภายหลังวันที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง หรือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง ย่อมไม่กระทบกระเทือนกิจการที่สมาชิกผู้นั้นได้กระทำไปในหน้าที่สมาชิก รวมทั้งการได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นก่อนที่สมาชิกผู้นั้นออกจากตำแหน่ง"นายชูศักดิ์ กล่าว


 
"ทีมกฎหมายปชป."เล็งยื่นตรวจคุณสมบัติ

             นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา และนายธนา ชีรวนิจ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย   ว่า ที่ประชุมเห็นว่า กรณีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทย ถูกอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย ไล่ออกนั้น ไม่สามารถใช้พ.ร.บ.ล้างมลทิน 2550 ได้ เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าว ระบุว่าต้องกระทำผิดก่อนเดือน ธ.ค. และ จะต้องได้รับโทษ ก่อนเดือน ธ.ค. 50  ดังนั้นแม้กรณีของนายยงยุทธจะทำผิดก่อนเดือน ธ.ค.50  แต่ยังไม่ได้รับโทษเพราะ อ.ก.พ. มีมติไล่ออกเมื่อเดือนก.ย. 2555  ดังนั้นจึงถือไม่เข้าเกณฑ์การล้างมลทิน จึงถือว่าขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง สส. รัฐมนตรี รองนายกฯ

             “ขอเรียกร้องให้นายยงยุทธ ลาออก  แต่หากนายยงยุทธไม่ลาออก ทางคณะทำงานเห็นว่าสามารถดำเนินการได้ 3 ช่องทาง คือ 1. ให้ สส.เข้าชื่อ 1 ใน 10 หรือ ประมาณ 48-49 คนเพื่อ​ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ  2.  ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา และ   3. ยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ให้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ   ซึ่งจะนำทั้งสามทางเลือกนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะ สส.พรรคในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ว่าจะดำเนินการตามช่องทางไหนอย่างไร “นายวิรัตน์ กล่าว

 

“อภิสิทธิ์”ยัน"ยงยุทธ"ขาดคุณสมบัติแล้ว

             นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายยงยุทธที่ระบุยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทยชี้มูลความผิด แต่มีการอ้างเหตุผลว่าได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ล้างมลทินปี 2550 ไปแล้ว ว่า ดูจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมั่นใจว่าคุณสมบัติของนายยงยุทธขาดไปแล้ว ซึ่งในเรื่องของข้อกฎหมายก็ชัดเจนแล้ว เพราะนายยงยุทธยังไม่เคยได้รับโทษก่อนที่จะมีกฎหมายล้างมลทินปี 2550 ซึ่งหลังจากนี้จะมีสองส่วนคือ ส.ส.และคนทั่วไปสามารถเข้าชื่อต่อประธานสภาเพื่อพิจารณาส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคืออยากให้นายยงยุทธแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ส่วนกรณีที่นายยงยุทธจะเข้าเป็นประธานในการประชุมครม.แทนนายกฯที่ติดราชการต่างประเทศจะเป็นปัญหาตามมาเกี่ยวกับมติครม.ที่จะออกมาหรือไม่นั้น ตนเข้าใจว่า นายยงยุทธคงจะอ้างว่าในทางกฎหมายหากจะโต้แย้งเรื่องนี้ก็ให้ไปโต้แย้งที่ศาล และศาลคงไม่สั่งให้มีผลย้อนหลังในการกระทำนั้นๆ แต่ในข้อเท็จจริงเมื่อรู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีปัญหา ก็ไม่ควรที่จะทำ

             ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นอกจากแนวทางการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการขาดคุณสมบัติของนายงยุทธแล้วจะยื่นเรื่องการตั้งใจที่จะฝ่าผืนกฎหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้ดูทีละขั้น แต่ชั้นนี้ถือว่าขาดคุณสมบัติแล้ว และจากนี้ต้องติดตามดูว่านับตั้งแต่ที่ถูก อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยชี้มูลให้ออกนายยงยุทธได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง เมื่อถามว่ามองว่า อ.ก.พ.กระทรวงมหาดไทยทำเกินหน้าที่นอกจากชี้มูลแล้ว ยังแถลงยืนยันรับรองนายยงยุทธว่าได้รับการล้างมลทินนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบทั้งหมด เพราะหน้าที่ อ.ก.พ.มีหน้าที่แค่พิจารณาลงโทษหรือไม่เท่านั้น ไม่ทราบว่าทำไมต้องระบุถึงการล้างมลทินให้ด้วย ส่วนกรณีความเห็นของคระกรรมการกฤษฎีกาเองก็ระบุแค่ว่า เคยมีความเห็นกรณีเช่นนี้เมื่อปี 2526 มาแล้ว แต่ไม่ดูลงลึกถึงรายละเอียดที่ต่างกันซึ่งจะนำมาเทียบเคียงกันไม่ได้