ข่าว

'เฉลิม'โต้ข่าวปลด'คำรณวิทย์'พ้นผบช.น.

'เฉลิม'โต้ข่าวปลด'คำรณวิทย์'พ้นผบช.น.

24 ก.ย. 2555

'เฉลิม' โต้ข่าวปลด 'คำรณวิทย์' พ้น ผบช.น. ชมเปาะเป็นคนทำงานตรงไปตรงมา มั่นใจ 'ยงยุทธ' พ้นผิด ยันนั่งรักษาราชการแทนนายกฯได้

                                24 ก.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล ตร.ได้แสดงความเห็นถึงกระแสข่าวปลด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ออกจากตำแหน่งว่า ข่าวลือก็คือเรื่องไม่จริง ส่วนข่าวที่ออกมาก็เป็นเรื่องธรรมดาขององค์กรตำรวจ โดยสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งสารวัตรแผนก 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปราม ที่มีอำนาจใหญ่ ส่งผลให้มีข่าวลือย้ายออกในทุกสัปดาห์

                                ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังถือว่ามีความชอบธรรม และเหมาะสมในการทำหน้าที่ ผบช.น.อยู่อีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “เหมาะสมมาก เพราะมีความรู้และความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงเป็นคนตรงไปตรงมา ปากกับใจตรงกัน และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นตำรวจจับโจร ซึ่งเป็นนายตำรวจที่ผมชอบ ผมไม่ชอบนายตำรวจประเภทเปิดประตูหิ้วปิ่นโต อีกทั้งในความเห็นของผม ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องไปย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะไม่ชอบก็ไม่เป็นไร”

                                เมื่อจี้ถามถึงการโยกย้าย ผบช.น.เพื่อลดกระแสต้านที่เกิดขึ้น ภายหลังจากที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ถ่ายรูปคู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในต่างแดน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รูปดังกล่าวผิดอะไร โดยกลุ่มที่บอกว่าผิดเป็นพวกที่ไม่รู้เรื่อง และตนเป็นนักกฎหมาย บุคคลใดที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จะต้องมีหน้าที่ โดยการที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ในฐานะ ผบช.น.ของประเทศไทย เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มหานครดูไบ ตรงนี้พรรค ปชป.ก็โจมตีซ้ำซากเป็นแผ่นเสียงตกร่อง เลือกตั้งครั้งต่อไปคงมี ส.ส.เหลือไม่เท่านี้

                                “ไม่ใช่มีแค่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ คนเดียวที่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีประชาชนค่อนประเทศที่รักท่านทักษิณ หากไม่รักเขาจะเลือกเข้ามาเหรอ โดยปี 50 ก็ชนะ ส่วนพรรค ปชป.ก็แพ้ แต่ไม่รู้ไปทำยังไงได้เป็นรัฐบาลถึง 2 ปี 8 เดือน และเมื่อเลือกตั้งใหม่ปี 54 พวกเราก็ชนะอีก ฉะนั้นผมขอฟันธงเลือกตั้งเมื่อไหร่ เราก็ชนะอีก เพราะท่านทักษิณ ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติไว้มาก ตรงนี้ประชาชนเข้าใจ มีแต่พรรค ปชป.กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) กลับไม่เข้าใจ และสิทธิ์ที่เขาได้รับก็มาจากการปฏิวัติ อำนาจเถื่อน พรรค ปชป.ควรจบสักทีกับเรื่องของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ หากได้มาเป็นรัฐบาลแล้วค่อยไปย้ายเขา ตอนนี้ก็ต้องขมขื่นไปก่อน และการที่พวกคุณไปยื่นหนังสือถาม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ก็จะเดินทางไปตอบ ทำไมตรงนี้เป็นสิทธิที่จะแสดงความเห็น หรือว่าตำรวจไม่ใช่คน พวกเขาไม่ได้คุกคามอะไร การที่ใส่เครื่องแบบไปนั้น เพราะพวกเขาเป็นคนเปิดเผย” รองนายกฯ กล่าว

 

'เฉลิม'มั่นใจ'ยงยุทธ'พ้นผิด-ยันนั่งรรท.นายกฯได้

                                วันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม แสดงความเห็นถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงต่อนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะอดีตรักษาราชการแทนปลัดประกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินถอนเอกสิทธิที่ดินสนามกอล์ฟ และหมู่บ้านอัลไพน์ จะเข้าเข้าข่าย พรบ.ล้างมลทินหรือไม่ว่า เรื่องนี้ทางนักกฎหมายมีความเห็นไม่เหมือนกัน ขณะศาลก็ยังมีถึง 3 ศาล ที่อาจจะมีความเห็นต่างหรือเหมือนกันก็ได้ โดยกรณีของนายยงยุทธ มีกรณีศึกษาเมื่อปี 2526 คณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัยไว้ว่า ถ้าการลงโทษต้องนับ ณ วันที่ปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้นเรื่องของนายยงยุทธที่เหตุเกิดเมื่อปี 2545 หากมีการลงโทษก็ต้องย้อนกลับไป ทั้งนี้เมื่อปี 2550 มี พรบ.ล้างมลทิน ส่งผลให้นายยงยุทธ ได้รับผลใน พรบ.ล้างมลทิน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า เมื่อความคิดเห็นในเรื่องกฎหมายแตกต่างกัน ทางรัฐบาลก็มีคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล ซึ่งหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตาม ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าเป็นสิทธิ์ แต่รัฐบาลต้องฟังคณะกรรมกฤษฎีกา

                                ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้จะเป็นความเห็นทางกฎหมาย แต่เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่อยู่ เนื่องจากเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศ ฉะนั้นนายยงยุทธ ในฐานะรองนายกฯ ลำดับที่ 1 จะนั่งเป็นประธานหัวโต๊ะประชุมแทนนายกฯ นั้น ตรงนี้จะถือว่าเสี่ยงกับเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้ตนแสดงความเห็นไม่ได้ เนื่องจากนายกฯ ได้มอบหมายนายยงยุทธ ทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกฯ อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยพิจารณาเรื่องนี้ไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว ฉะนั้นต้องฟังคณะกรรมการกฤษฎีกา

                                เมื่อถามว่า กังวลไหมหากจะมีผู้ยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ หากนายยุงยุทธ ที่นั่งเป็นประธานการประชุม ทั้งการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯ ว่าขาดคุณสมบัติ ตรงนี้จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาล หรือพรรคเพื่อไทย (พท.) ถึงขั้นยุบพรรคตามมาได้นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ห่วง เพราะต้องเอาความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นหลัก และถ้าไปเอาแต่ฟังพรรค ปชป.คงไม่ได้ทำงานแล้ว

                                เมื่อถามย้ำว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ย.) จะมีรองนายกฯ คนอื่นนั่งรักษาการนายกฯ แทนนายยงยุทธ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนายกฯ ได้มอบหมายให้นายยงยุทธ ทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกฯ แล้ว

 

'เฉลิม' สั่ง ปปส. สร้างความเชื่อมั่นปชช.

                                รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดปี 2555 และร่างแผนยุทธศาสตร์ปี 2556 โดยได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.)ดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าปปส.สามารถลดปัญหายาเสพติดลงได้ รวมถึงการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้นและด้านการบำบัดรักษาจะต้องได้รับการยอมรับ พร้อมทั้งเตรียมประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 ระดับผู้กำกับขึ้นไปหลังวันที่ 1 ตุลาคมนี้เพื่อเน้นแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีส่วนช่วยในการบำบัดรักษา โดยยอมรับว่าปัญหายาเสพติดพบมากในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด ซึ่งจังหวัดที่พบมากที่สุดคือจังหวัดเชียงราย และหลังจากนี้จะมอบหมายให้แต่ละจังหวัดกำหนดเป้าหมายของตนเองเพื่อเสนอมายังศพส. รวมถึงให้ปปส.กทม.ทำแผนที่จัดกลุ่มพื้นที่เสี่ยงปัญหายาเสพติด

                                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงเป้าหมายการแก้ปัญหายาเสพติดในปี 2556 ว่า จะต้องลดปัญหายาเสพติดให้ชัดเจนมากขึ้นโดยต้องมีหมู่บ้านและชุมชนเข้าร่วมโครงการ 84,320 หมู่บ้าน ลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดจากกว่า 500,000 ราย ให้เหลือ 300,000 ราย สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กป.5-ป.6 จำนวน 1,5000,000 คน สถานศึกษา 11,490 แห่ง สถานประกอบการ 2,000 แห่ง จับกุมคดีสำคัญ 100,000 คดี และตั้งเป้ายึดทรัพย์จากนักค้าให้ได้ 2,000 ล้านบาท