
เขื่อนลดพร่องน้ำทำปลาตายสูญ170ล.
เกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชังประท้วงเขื่อนสิริกิติ์ ลดพร่องน้ำ ปลาตายเกลื่อน สูญกว่า 170 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 ก.ย. 55 ที่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน หมู่ 4 ตำบลวังกะพี้ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังจำนวนกว่า 30 รายของตำบลวังกะพี้ นำปลานิล ปลาทับทิม ที่ตายส่งกลิ่นเหม็น บรรทุกท้ายรถกระบะประมาณ 1 ตัน พร้อมประสานไปยังนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ และเขื่อนสิริกิติ์ เข้ามาแก้ไขปัญหาปลาตายลอยเกลื่อนกระชัง จากการลดการพร่องน้ำออกจากเขื่อนสิริกิติ์ต่ำสุดในรอบ 10 ปี มิเช่นนั้นจะนำปลาทั้งหมดเททิ้งบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์
ขณะที่ นายเฉลิมชัย พร้อมนายฐาปกรณ์ สาสุนีย์ ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ลงพื้นที่จุดเลี้ยงปลากระชังของเกษตรกร พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำน่านจุดดังกล่าวแห้งขอด จนมองเห็นเนินดินกลางแม่น้ำ เกษตรกรเจ้าของกระชังปลาเร่งใช้อุปกรณ์ตักปลาที่ตายลอยเกลื่อนกระชังขึ้นมา และมีบางส่วนที่ขนาดเล็ก จับขายไม่ได้เริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น
นางสุภารัตน์ วงศ์ศิริ เกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชัง หมู่ 4 ตำบลวังกะพี้ กล่าวว่า หลังเขื่อนสิริกิติ์ลดการพร่องน้ำออกจากเขื่อนเหลือวันละ 2 ล้าน ลบ.ม. และแม้จะมีการพร่องน้ำเพิ่มวันละ 4 ล้าน ลบ.ม. ไม่ได้ทำให้ระดับน้ำน่านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด เพราะความต้องการใช้ของเกษตรกรทำนามีเป็นจำนวนมาก ระยะเวลาเพียง 14 วันหรือ 2 สัปดาห์ ปลาทับทิม ปลานิล และปลากดคัง ที่เลี้ยงไว้ 210 กระชัง จำนวน 210,000 ตัว ทยอยตายลอยเกลื่อนกระชังวันละ 4-5 ตัน
"จากที่คาดว่าจะจับขายได้กิโลกรัมละ 50-60 บาท นำไปเล่ขายถูกกิโลกรัมละ 20 บาท ปลาตัวเล็กต้องขุดหลุมฝัง นำมาทำปลาร้าก็มากเกินไป ไม่มีถังเก็บ ลงทุนกระชังละไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท หากเขื่อนสิริกิติ์ไม่ปล่อยน้ำเพิ่มคงขาดทุนและไม่มีเงินใช้หนี้ เรียกร้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เห็นใจเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้น้ำจากเขื่อนสิริกิติ์และวิงวอนให้คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ หรือนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) อนุมติให้เขื่อนสิริกิติ์พร่องน้ำเพิ่ม"
นางสุรี เผือกไท เกษตรกรเลี้ยงปลากระชัง หมู่ 9 ตำบลวังกะพี้ กล่าวว่า หากเขื่อนสิริกิติ์แจ้งจะลดการปล่อยน้ำก่อนล่วงหน้า 1-2 เดือน ก็จะไม่ต้องเลี้ยงปลาในกระชัง แต่แจ้งเพียงก่อนลดเพียง 1-2 วัน ปลากดคัง 50 กระชังลงทุนสูงกว่าปลานิล และทับทิม เกิดอาการช๊อค ขาดออกซิเจน ดินโคลนเกาะตามเหงือก ตายเป็นจำนวนมากและตายทุกวัน แม้จะพยายามลากจูงกระชังไว้ตามน้ำลึก แต่ก็ยังตื้นเขินระดับน้ำเพียงแค่ 1 เมตร ไม่สามารถเลี้ยงปลาในกระชังได้ จังหวัดอุตรดิตถ์มีเกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชัง อาศัยน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ 3 อำเภอคือ เมือง ตรอน และพิชัย จำนวน 4,999 กระชัง ทยอยตายวันละไม่ต่ำกว่า 5 ตันต่อราย ความเสียหายมูลค่ารวมกว่า 170 ล้านบาท
ที่ผ่านมาเคยทำหนังสือไปยังเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อให้เพิ่มการปล่อยน้ำวันละ 4-5 ล้าน ลบ.เมตร แต่ก็ไม่เกิดผล ระดับน้ำที่ลดลงต่ำในรอบ 10 ปี แถมมีสีแดงขุ่น ทำให้ปลาขาดออกซิเจน ตายเป็นจำนวนมาก ประสบปัญหาขาดทุน วิงวอนให้คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ หรือนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมต.ว่าการกระทรวงเทยาศาตร์และเทคโนโลยี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)
นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ระดมขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการนำเรือเข้ามาดูดทรายจุดลีเยงปลากระชัง ให้น้ำลึก เป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราว และให้รีบจับปลาขึ้นมาขาย ก่อนจะขาดทุนมากไปกว่านี้ พร้อมกำชับระยะนี้อย่าเพิ่งนำปลาลงเลี้ยงรอบใหม่ รอจนกว่าเขื่อนสิริกิติ์จะยืนยันการปล่อยน้ำเพิ่ม ทั้งนี้เขื่อนสิริกิติ์ได้ระบายน้ำตามแผนจากมติที่ประชุมของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ซึ่งเป็นการระบายตามนโยบายบายของรัฐบาลเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ดังนั้นคณะอนุกรรมการฯ จึงปรับแผนการระบายตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์จริงในปัจจุบันดังนั้นเขื่อนสิริกิติ์จึงขอแจ้งแผนการระบายน้ำดังนี้ วันที่ 24-30 กันยายน 2555 ระบาย 4 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน จากที่มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 6,226 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 65.47 มีน้ำไหลเข้าวันละ 21 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 3,283 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 34.53



