ข่าว

เตือน!นั่งแช่น้ำท่วมก๊งเหล้าระวังดับ

เตือน!นั่งแช่น้ำท่วมก๊งเหล้าระวังดับ

24 ก.ย. 2555

รมต.ช่วยฯ สธ.เตือนปชช. ดื่มสุรา-นั่งแช่น้ำท่วม เสี่ยงจมน้ำเสียชีวิตจากตะคริว หรือเมาไม่ได้สติ ขณะที่ บ้านลอยน้ำบางระกำ ใช้การได้ดี ลอยสูงตามน้ำ ด้านผอ.สบอช. ระบุปริมาณน้ำ อ.กบินทร์บุรี เริ่มลดแล้ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 55  นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากการเดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งชาวบ้านบอกว่าสถานการณ์ ในปีนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ปริมาณน้ำมาก และไหลเชี่ยว เป็นห่วงประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการใช้เรือ ขอให้เตรียมอุปกรณ์ที่ลอยน้ำได้ เช่น ถังน้ำเปล่า โฟมขนาดใหญ่ ลูกมะพร้าวแห้งผูกมัดติดกันไว้ประจำเรือ หากเกิดอุบัติเหตุจะสามารถใช้พยุงตัวให้ลอยน้ำ ช่วยชีวิตได้ 

           ที่น่าห่วงพบว่า มีประชาชนดื่มสุราและนั่งแช่น้ำตัวเปียก เป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายจมน้ำเสียชีวิตได้ จากตะคริว เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในสุรา จะไปขยายหลอดเลือดฝอย ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อน อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำหรือตัวเย็น และยิ่งนั่งแช่น้ำก็จะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดตะคริวขา หรือเมาขาดสติ ทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากจมน้ำ หรือถูกกระแสน้ำพัด จึงขอให้หลีกเลี่ยงดื่มสุราขณะน้ำท่วม ซึ่งที่ผ่านมาการเสียชีวิตจากการจมน้ำขณะมีน้ำท่วม นอกจากจะเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยโรคประจำตัว เช่น ลมชัก หรือลมบ้าหมูแล้ว ยังพบว่ามีสาเหตุมาจากการเมาสุรา ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 30 และมักพบในผู้ใหญ่ วัยแรงงาน 

          ทางด้านนายแพทย์ธวัธชัย กมลธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำเขต 3 กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางไปติดตามความพร้อมด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ในการรับมือน้ำท่วมที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และนครนายก ซึ่งจะมีมวลน้ำจากสระแก้ว ไปถึงใน 1-2 วันนี้ โดยเฉพาะระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งมี 3 ชุด คือ ศูนย์บัญชาการ หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ และหน่วยจรยุทธ์เข้าพื้นที่ โดยสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะที่อำเภอกบินทร์บุรีซึ่งวิกฤติที่สุด หน่วยแพทย์กู้ชีพได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินจำนวน 30 ราย นำส่งโรงพยาบาล ส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ ทุกรายปลอดภัย

          สำหรับน้ำท่วมที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วที่ผ่านมา ทีมแพทย์กู้ชีพ ได้ช่วยชีวิตคนจมน้ำ 3 ราย จนปลอดภัย ประกอบด้วย เด็ก 2 ราย และทหาร 1 นาย ซึ่งเป็นทหารที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยใช้เชือกโรยตัวฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวและถูกกระแสน้ำพัดลงไปในท่อระบายน้ำลอดใต้ถนน นานประมาณ 5 นาที ไม่สามารถดึงทหารออกมาได้ จึงตัดเชือกและให้ทหารไหลออกทางปลายท่อ จากนั้นทีมแพทย์กู้ชีพได้ปั๊มหัวใจ ผายปอด นาน 15 นาที และส่งตัวรักษาห้องไอซียู ที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ 2 วัน ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว และพักฟื้นต่อที่ค่ายสุรสิงหนาท อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยหากประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม เจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งสายด่วนกู้ชีพ 1669 หรือขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

บ้านลอยน้ำบางระกำ ใช้การได้ดี ลอยสูงตามน้ำ

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านปลากราย ม.14 ต.บางระกำ อ.ระกำ จ.พิษณุโลก พื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมบ้านเรือนราษฏรทุกปี และช่วงต้นปี 2555 ที่ผ่านมา จังหวัดพิษณุโลก บริษัท โอสถสภา จำกัด ได้สร้างบ้านลอยน้ำมอบให้กับราษฏรบ้านคลองปลากรายจำนวน 5 หลัง โดยให้วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลกออกแบบและก่อสร้าง เพื่อเป็นบ้านต้นแบบในการปรับตัวเข้ากับพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และในช่วงนี้ ที่บ้านคลองปลากราย น้ำท่วมทุ่งที่ขยายวงกว้างได้ท่วมพื้นที่หมู่บ้านทั้งหมด การสัญจรทางบกใช้ไม่ได้ ต้องใช้เรือเข้าไปในหมู่บ้านเท่านั้น 

          โดยบ้านลอยน้ำทั้ง 5 หลัง ได้ลอยตัวขึ้นตามระดับน้ำที่ไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน สูงจากพื้นดินประมาณ 1-1.5 เมตรแล้ว โดยเริ่มลอยสูงตามระดับน้ำมาตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2555 เป็นต้นมา และจะปรับระดับขึ้นลงตามระดับน้ำ หากน้ำเพิ่มขึ้น ก็จะลอยสูงตามน้ำ โดยมีเสาหลัก 4 มุม คอยตัวบ้านไว้ ที่ทำเผื่อสำหรับระดับน้ำท่วมสูงถึง 4 เมตร แต่ก็คาดว่าคงลอยตัวขึ้นไม่สูง เนื่องจากน้ำปีนี้ท่วมไม่มาก และจะลอยตัวลงมาตั้งกับพื้น โดยมีเสารองรับ เมื่อน้ำท่วมขังถูกระบายออก 

          ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่อาศัยในบ้านลอยน้ำ ได้เก็บของข้าวของเครื่องใช้มาปักหลักอาศัยหลับนอนนานแล้ว ตั้งแต่ส่งมอบเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ในบ้านมีระบบไฟฟ้า น้ำประปา และห้องน้ำพร้อมสรรพ ปีนี้ได้อาศัยอยู่ในบ้านลอยน้ำ แทนบ้านชั้นเดียวที่ถูกน้ำท่วมเสียหายอย่างหนักเมื่อปีก่อน และเป็นปีแรก ที่ไม่ต้องอพยพครอบครัวไปสร้างเพิงพักชั่วคราวริมถนนเหมือนทุก ๆ ปี ส่วนชาวบ้านหลังอื่น ๆ ในบ้านคลองปลากราย ส่วนใหญ่บ้านที่สร้างเป็นบ้านยกสูงอยู่แล้ว เมื่อน้ำท่วม จึงไม่มีปัญหา เพียงแต่การสัญจรไปมาต้องใช้เรืออย่างเดียว และเริ่มขาดน้ำดื่มสะอาดบริโภค เนื่องจากระบบประปาใช้ไม่ได้ 

          นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.บางระกำ นั้นยังคงท่วมสูงขึ้นอีกต่อเนื่อง โดยล่าสุดเวลา 06.00 ของวันที่ 24 ก.ย.2555 ระดับน้ำแม่น้ำยมที่ อ.บางระกำ ได้สูงขึ้นอีก 13 ซม.อยู่ที่ระดับ 8.95 เมตร ซึ่งแม่ยมสามารถรับได้เพียง7 เมตรเท่านั้น ทำให้แม่น้ำยมเอ่อล้นสูงกว่าตลิ่ง 1.95 เมตรแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากน้ำจาก อ.กงไกรลาส จ.สุโขทัย ยังคงไหลเข้า อ.บางระกำต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าใน 2 วันนี้ระดับน้ำคงทรงตัวไม่เพิ่มขึ้นแล้ว และถ้าเปรียบเทียบกับปีที่แล้วถือว่าน้อยมาก โดยในครั้งนี้มีน้ำอยู่ในพื้นที่ 28-30%เท่านั้นเมื่อเทียบกับน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ปกติน้ำจะอยู่กับชาวอำเภอบางระกำ จำนวน 40 วัน และปีนี้น้ำเริ่มท่วมตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา และคาดว่ามวลน้ำเหล่านี้จะยังคงอยู่กับชาวอำเภอบางระกำอีก 25 วัน ระหว่างนี้ทางชลประทานได้เร่งระบายน้ำทาง DR15.8 และ DR2.8 ลงสู่แม่น้ำน่าน ในอัตรา 220 ลบ.ม.ต่อวินาที คาดว่าสถานการณ์น้ำจะเริ่มคลี่คลายระบายออกได้หมดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

 

ผอ.สบอช. ระบุปริมาณน้ำ อ.กบินทร์บุรี เริ่มลดไหลสู่อ่าวไทย

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตึกสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ เรืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ แถลงถึงสถานการณ์อุทกภัยใน จ.ปราจีนบุรี ว่า ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี นั้น มีปริมาณน้ำล้นตลิ่งอยู่ 1.63 เมตร มีลักษณะทรงตัว ซึ่งเป็นน้ำที่ไหลมาจาก จ.สระแก้ว โดยตรง ซึ่งคาดว่า จะสามารถลดลงได้ภายใน 24 ชั่วโมง ในกรณีที่ไม่มีฝนตกเพิ่ม แต่หากมีฝนตกเพิ่มก็จะมีปริมาณน้ำเพิ่มเพียงเล็กน้อยแต่ไม่รุนแรง เนื่องจากสถานการณ์ฝนไม่รุนแรง โดยน้ำจาก อ.กบินทร์บุรี จะไหลลงสู่อ่าวไทยผ่านแม่น้ำบางปะกง และระหว่างนั้นก็จะไหลผ่าน อ.เมืองปราจีนบุรี

          นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับที่ อ.เมืองปราจีนบุรี นั้นมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งอยู่ที่ 19 ซม. และคาดว่าจะลดลงเรื่อยๆ ได้เองภายใน 2-3 วัน ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำที่จะผ่าน อ.เมืองปราจีนบุรี อยู่ที่ 810 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะไม่ทำให้แม่น้ำบางปะกง ได้รับผลกระทบเพราะสามรถจะรองรับน้ำได้ ฉะนั้นประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำบางปะกงก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่ผ่านจาก อ.เมืองปราจีนบุรี นี้แต่อย่างใด