
"นพดล"ระบุ"ทักษิณ"ไม่มีหนังสือเดินทางเขมร
"นพดล" ระบุ "ทักษิณ" ไม่มีหนังสือเดินทางเขมร ชี้เล่มใช้ประจำเป็นของประเทศมอนเตรเนโกร แถมเย้ยมีหลายประเทศแห่แจกหสังสือเดินทางให้ แต่เจ้าตัวบอกปัด อ้างมีเยอะแล้ว ลั่นรัฐบาลไม่มีทางเอาตัว"ทักษิณ"กลับไทยได้แน่ อ้างเหตุหลายประเทศเชื่อว่ารัฐบาล"อภิสิทธิ์"มีอาย
(24พ.ค.) นายนพดล ปัทมะ อดีตทีมงานฝ่ายกฎหมายประจำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ตอนนี้อดีตนายกฯอยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมีหนังสือเดินทางหลายเล่ม โดยไม่มีหนังสือเดินทางของกัมพูชา และเยอรมัน แต่หนังสือเดินทางที่อดีตนายกฯใช้เป็นประจำคือ หนังสือเดินทางของประเทศมอนเตเนโกร และตอนนี้อดีตนายกฯกำลังเจาจราซื้อทรัพย์สินคือหมู่เกาะฮาวายแห่งยุโรปที่น่าจะรู้ผลในสองเดือนนี้ และทราบว่าหลายประเทศเสนอให้หนังสือเดินทางกับอดีตนายกฯ เพราะเห็นใจที่อดีตนายกฯเดินทางไปพบเพื่อนและธุรกิจ ตนทราบว่าประเทศมหาอำนาจในยุโรปจะให้วีซ่าแบบเพรสซิเดนท์กับอดีตนายกฯ แม้จะมีคำตัดสินของศาลฎีกาในคดีที่ดินรัชดาแล้วก็ตาม
“วันนี้อดีตนายกฯอยู่ดูไบเป็นหลัก ผู้ปกครองนครรัฐนี้บอกว่าประเทศนี้เสรี หากนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ที่ไปขอให้จับกุมอดีตนายกฯนั้น ทราบว่าคงจะจับไม่ได้ เพราะตนทราบว่าผู้ปกครองนครรัฐบอกกับนายอลงกรณ์ว่าหากนายอลงกรณ์มีปัญหาในอนาคต ผู้ปกครองนครรัฐนี้ก็ยินดีต้อนรับนายอลงกรณ์ ” นายนพดลกล่าว
เมื่อถามว่า มหาอำนาจในยุโรปคือฝรั่งเศสใช่หรือไม่ นายนพดลยิ้มและตอบว่า “ ผมไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ ”
นายนพดล กล่าวต่ออีกว่า นัยยะคือประเทศเหล่านี้ คิดว่าหลายคดีที่เกิดหลังยึดอำนาจคือคดีการเมืองจึงเห็นใจ และให้วีซ่ากับอดีตนายกฯ เพราะตอนนี้หลายประเทศเสนอให้หนังสือเดินทางกับอดีตนายกฯด้วย แต่อดีตนายกฯไม่ขอรับเพราะมีเพียงพอแล้ว ขอเรียนว่าอดีตนายกฯตอนนี้อยู่ต่างประเทศกำลังไปลงทุนแบบหาเช้ากินค่ำมีการขาดทุนและมีกำไรบ้างเพราะค่าใช้จ่ายสูง และทราบว่าประธานาธิบดีบางประเทศจะเชิญอดีตนายกฯไปเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการลงทุนและการท่องเที่ยว โดยข้อมูลจะออกมาไม่ช้านี้ สำหรับเป็นประเทศที่ไปลงทั้งในเอเชียและแอฟริกา ” และคาดว่าว่าในสี่เดือนข้างหน้าจะรู้ว่าเหมืองทองในแอฟริกาที่อดีตนายกฯจะไปลงทุนนั้นจะสำเร็จหรือไม่
เมื่อถามว่ารัฐบาลประสานขอตัวอดีตนายกฯจะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นายนพดล กล่าวว่า รัฐบาลไทยประสานไปจริง แต่ตนเข้าใจทัศนคติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่าอาจไม่ให้ความร่วมมือกับไทย เพระไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ต้องใช้ท่าทีถ้อยทีถ้อยอาศัยแทน ส่วนกรณีที่รัฐบาลไทยประสานไปยังฮ่องกงเพื่อขอให้ฮ่องกงจับกุมหากอดีตนายกฯเดินทางไปฮ่องกงนั้น เข้าใจว่าฮ่องกงตอบกลับมาว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นประเทศเสรีและไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย เรื่องนี้ขอให้ไปถามความชัดเจนกับนายกฯว่าหนังสือฉบับนี้จากฮ่องกงมาถึงมือแล้วหรือไม่
ส่วนการปรองดองและสมานฉันท์นั้น นายนพดลกล่าวว่า รัฐบาลนี้ตีสองหน้าเพราะนายกฯบอกว่าต้องการสมานฉันท์ โดยขอให้อดีตนายกฯกลับมา แต่นายกษิตและนายอลงกรณ์รวมทั้งทีมโฆษกพรรคและโฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังโจมตีความน่าเชื่อของอดีตนายกฯเสมอๆ
นายนภดลกล่าวว่า ขอชี้แจงว่าวันนี้อดีตนายกฯไม่ได้จ้างล็อบบี้ยิสต์แล้ว ส่วนการไล่ล่าจับกุมอดีตนายกฯของรัฐบาลนี้โดยใช้เส้นทางตำรวจสากลนั้น มีข้อมูลว่ารัฐบาลให้ข้อมูลกับตำรวจสากลว่า อดีตนายกฯสั่งให้มีการประมูลที่ดินรัชดา เมื่อตำรวจสากลสอบถามกลับมา แต่รัฐบาลกลับไม่มีหลักฐานส่งไป เพราะอดีตนายกฯไม่ได้ลงนามสั่งเปิดประมูลเพราะกองทุนฟื้นฟูฯเป็นสั่งดำเนินการ โดยที่อดีตนายกฯลงนามในฐานะสามีให้คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาภรรยาไปประมูลซื้อที่ดินเท่านั้น
“ความพยายามของรัฐบาลนี้ที่จะเอาตัวอดีตนายกฯกลับมาโดยขอร่วมมือนั้นไม่น่าบรรลุผล เพราะต่างประเทศไม่เชื่อว่าอดีตนายกฯทุจริต ไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ยาว เเละเชื่อว่าอดีตนายกฯโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง รวมทั้งความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสูญไปตั้งแต่นำนายกษิตที่ไปยึดสนามบินมาร่วมงานในรัฐบาลเพราะต่างประเทศมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นการก่อการร้ายและไม่เคารพมิตรประเทศ ” นายนพดลกล่าว
ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่นๆนั้น เช่น กรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะไปพบอดีตนายกฯนั้น นายนพดล กล่าวว่า ตนแทบไม่ได้คุยเรื่องนี้ แต่การทำงานพรรคเพื่อไทยนั้นทราบว่ามีสมาชิกพรรคที่เคารพและสานเจตนาของอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะให้กำลังใจส.ส.พรรคนี้ได้ แต่คนในพรรคนี้ต้องดูแลพรรค อย่าหวังพึ่งคนอื่น แม้จะนำปรัชญาและนโยบายของอดีตนายกฯมาใช้ได้ แต่อดีตนายกฯไม่ได้บริหารพรรคแบบวันต่อวันแล้ว ฉะนั้นจะหวังพึ่งใบบุญของอดีตนายกฯอย่างเดียวคงไม่ได้
“หากส.ส.พรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ก็ต้องระวังว่า พรรคต้องสู้เพื่อประชาธิปไตย เศรษฐกิจ และสังคม ตนจึงไม่ อยากให้สังคมมองว่าพรรคเพื่อไทยสู้เพื่อแม้วตามที่หนังสือพิมพ์กล่าวไว้ ” นายนพดลกล่าวและว่า ไม่รู้ว่าส.ส.ของพรรคนี้จะออกข่าวทำไมว่าจะไปพบอดีตนายกฯที่ต่างประเทศเสมอๆ
เล็งยื่นจม.เปิดผนึกจี้"นายกฯ"ตอบ 4ประเด็นกรณีเขาพระวิหาร
นายนพดล อดีตรมว.ต่างประเทศแถลงข่าวกรณีจะส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯในกรณีสืบเนื่องจากการอภิปรายฯของนายอภิสิทธิ์สมัยเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจฯกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ว่า ตนจะยื่นจดหมาย 4 ประเด็นให้นายกฯดำเนินการต่อไป คือ 1. นายอภิสิทธิ์เคยประกาศจะทวงปราสาทเขาพระวิหารคืนและรื้อฟื้นคดีนี้ได้ ทั้งๆที่กระทรวงการต่างประเทศบอกว่าเรื่องนี้ถึงศาลโลกและมีอายุความเกิน 10 ปีแล้ว จะรื้อฟื้นคดีนี้ไม่ได้ และหากนายกฯบอกว่าจะรื้อฟื้นคดีนี้ได้ ก็ขอให้ไปบอกกับกระทรวงการต่างประเทศและศาลโลกด้วย หากนายกฯทำไม่ได้จะเป็นการพูดเท็จ
2. นายกฯและพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าเส้นเขตพรมแดนไทย - กัมพูชานั้นยังใช้เส้นสันปันน้ำ แต่กรมแผนที่ทหารและกระทรวงการต่างประทศระบุว่าใช้แผนที่ชุด L 7017 โดยใช้เส้นสันปันน้ำเหมือนกัน แต่ยกเว้นบริเวณปราสาทที่ยกให้กัมพูชาตามคำสั่งศาลโลก เท่ากับว่นายกฯยกปราสาทและพื้นที่ใต้ปราสาทให้กัมพูชาไปเล้ว แต่นายกฯบอกว่า ยกให้เฉพาะปราสาท แต่ที่ดินใต้ปราสาทนั้นไม่ได้ยกให้ ฉะนั้นการที่นายกฯจะไปพบสมเด็จฯฮุนเซน นายกฯกัมพูชานั้น ต้องทวงปราสาทคืนให้ได้ หากทวงคืนไม่ได้ก็ไปคิดค่าเช่า หรือควรไปเปลี่ยนแปลงแผนที่ประเทศเสียใหม่
3 รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2541 ออกประกาศพระราชกฤษฎีกาประกาศพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ โดยใช้แผนที่ชุด L 7017 เท่ากับว่าครม.ชุดนั้นยกที่ดินและปราสาทให้กัมพูชาไปแล้ว หากกัมพูชานำเรื่องนี้ขึ้นศาลโลก กฎหมายจะปิดปากพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกแผนที่นี้ให้กัมพูชาไปแล้ว เท่ากับว่านายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นผู้ที่ทำให้ประเทศเสียดินแดนตั้งแต่ปี 2541
4. นายกฯ รวมทั้งนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศและนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์เคยบอกว่า ตนไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย - กัมพูชาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องสัมปทานแก๊ส น้ำมัน และเกาะกงนั้น ที่ผ่านมานายกษิตและนายอลงกรณ์ไปเคาะประตูบ้านไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฉะนั้นควรไปไล่ล่าดูว่าอดีตนายกฯได้สัมปทานนี้บ้างหรือไม่ นายกฯควรสั่งให้ครม.ไปตรวจสอบว่าตนมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากการลงนามในเรื่องข้างต้นหรือไม่ เพราะตนยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนตามที่กล่าวหา ฉะนั้นการอภิปรายในรัฐสภาเมื่อปีที่แล้วเท่ากับกล่าวเท็จ เพราะสังคมจะปรองดองและสมานฉันท์กันได้นั้น ต้องนำความจริงมาพูดกัน



