ข่าว

สงครามการเงินกำลังเข้มข้นดุเดือด

สงครามการเงินกำลังเข้มข้นดุเดือด

24 ก.ย. 2555

สงครามการเงินกำลังเข้มข้นดุเดือด : หน้าต่างอาเซียนโดยทนง ขันทอง

              สงครามการเงินกำลังเข้มข้นดุเดือดสุดขีด โดยที่ธนาคารกลางของยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและอังกฤษต่างออกมาประกาศว่าจะพิมพ์เงิน (print money) เพื่ออัดสภาพคล่องเข้าไปในระบบการเงินด้วยการซื้อพันธบัตรรัฐบาล กดดอกเบี้ยให้ต่ำติดดินต่อไปและหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอย่างรุนแรง
   
              จะบอกว่าไม่รู้กันก็ไม่ได้ เพราะว่าต้องมีการฮั้วกันเป็นอย่างดีในการร่วมมือกันทางด้านการเงินระดับโลกเช่นนี้ที่จะพิมพ์เงินเพื่อปั่นตลาดการเงิน เพราะว่าสหภาพยุโรป อังกฤษ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรทางการเงิน เศรษฐกิจและที่สำคัญที่สุดทางทหารด้วย
   
              การร่วมมือในการพิมพ์เงินในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการทำสงครามทางการเงิน เพราะว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน รัสเซีย อินเดียและประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย รวมทั้งประเทศไทยด้วยที่ถือเงินปอนด์ เงินยูโร เงินดอลลาร์และเงินเยน เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศจะเสียหายอย่างหนัก เพราะค่าเงินเหล่านี้ ซึ่งเป็นเงินสกุลหลักของโลกจะตก เงินจะเฟ้อ ยิ่งส่งออกเพื่อที่จะได้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศเหล่านี้เข้ามาเก็บ ก็ยิ่งจะจนลงเพราะค่าเงินตก และเมื่อเงินที่ถูกพิมพ์ออกมาเปล่าๆ ไหลมาจากประเทศที่เป็นศูนย์กลางการเงินของโลกเข้าไปประเทศกำลังพัฒนาจะทำให้เกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์และการลงทุนที่ผิดที่ผิดทาง
   
              พูดกันง่ายๆ เมื่อเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศพัฒนาล้มแล้ว เขาก็ฉีกตำราด้วยการพิมพ์เงินดะให้เกิดเงินเฟ้อเพื่อให้ทุกประเทศล้มตามไปด้วย
   
              มาดูรายละเอียดของสงครามการเงินกันดีกว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ประกาศเมื่อวันพุธที่แล้วว่า จะอัดสภาพคล่องเข้าไปในระบบเพื่อต้านเงินฝืด (deflation) ด้วยการพิมพ์เงิน 10 ล้านล้านเยน เพื่อซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้งบดุลธนาคารกลางญี่ปุ่นมีพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเป็น 80 ล้านล้านเยน หรือเทียบเท่า 20% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ญี่ปุ่นมีการพิมพ์เงินตั้งแต่ปี 2001 แต่เศรษฐกิจก็ไม่ได้กระเตื้องขึ้นมาแต่ประการใด จังหวะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศการผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการพิมพ์เงินเป็นครั้งที่แปดเกิดขึ้นหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาประกาศพิมพ์เงินในลักษณะเดียวกันเป็นครั้งที่สาม แต่ที่จริงแล้วจะไม่มีครั้งที่สี่เพราะว่าเฟดจะพิมพ์เงินเรื่อยๆ จนกว่าตลาดแรงงานจะกระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้ตัวเลขการว่างงานของสหรัฐอยู่ที่ 8.1% เฟดจะพิมพ์เงินประมาณ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อที่จะซื้อพันธบัตรที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกันและจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพื่อกดดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลงไปอีกด้วย
   
              ทางธนาคารกลางแห่งยุโรปได้ประกาศว่าจะพิมพ์เงินยูโรออกมาเพื่อซื้อพันธบัตรรัฐบาล หลักๆ ก็คือจะช่วยสเปนและอิตาลีอย่างไม่อั้นเพื่อกดดอกเบี้ยพันธบัตรให้ต่ำลง แต่มีข้อแม้ว่าประเทศเหล่านี้ต้องเข้าโปรแกรมขอความช่วยเหลือทั้งทางการเงิน การคลังและต้องยอมทำตามเงื่อนไขคือสละละทิ้งอำนาจอธิปไตยและความเป็นประเทศของตัวเอง อันจะเป็นการปูทางไปสู่การสร้างสหรัฐแห่งยุโรป (United States of Europe)
   
              ล่าสุด ธนาคารกลางของอังกฤษก็ได้ประกาศว่าจะพิมพ์เงิน 3.75 แสนล้านปอนด์เพื่อที่จะกดดอกให้ต่ำลงไปอีกและบอกว่าถ้าไม่พิมพ์เงินเศรษฐกิจอังกฤษจะตกต่ำอย่างไม่มีหูรูด แม้ว่ามาตรการทางการเงินนี้จะทำให้คนออมเงิน หรือคนที่อยู่ด้วยบำนาญลำบากเพราะรายได้ดอกเบี้ยแทบจะไม่มี
   
              ต้องดูว่าจีน เยอรมนี ซึ่งไม่เห็นด้วยกับธนาคารกลางยุโรป รัสเซีย อินเดียและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ รวมทั้งไทยจะตั้งรับและตอบโต้นโยบายพิมพ์เงินอย่างมิลืมหูลืมตาของกลุ่มแองโลแซกซั่น (Anglo-Saxon) อย่างไร เพราะสงครามการเงินเป็นบทแรกของสงครามจริงที่จะตามมา