
ปักกิ่งกับการจัดการกับกระแสความไม่พอใจจีนในเอเชียแปซิฟิก
ปักกิ่งกับการจัดการกับกระแสความไม่พอใจจีนในเอเชียแปซิฟิก : มองมุมยุทธศาสตร์โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
แม้ว่าความขัดแย้งกรณี หมู่เกาะเซงกากุ/เตียวหยู รอบนี้จะไม่บานปลาย แต่กระแสความไม่พอใจจีนและวิตกว่าพี่ใหญ่คอมมิวนิสต์จะเล่นแรงกว่านี้ในเกมยุทธศาสตร์ช่วงชิงความเป็นเจ้ากับสหรัฐ ที่อาจส่งผลกระทบทางลบต่อชาติเล็กชาติน้อยในอาเซียนนั้นยังคาใจอยู่ เช่นเดียวกับปัญหาเขตแดนที่ยังไม่บรรลุข้อตกลง สิ่งที่จีนกำลังทำอย่างเร่งด่วนคือฟื้นฟูความเชื่อมั่นในจีนกลับมา ในการนี้รัฐบาลปักกิ่งใช้แนวทางหลากหลาย แต่ขณะเดียวกันก็ห่วงใยการปะทุจากภายในมากขึ้นตามลำดับ
แทบจะทันทีที่เกิดเรื่องกับญี่ปุ่น จีนส่งสารไปทุกระดับว่าจีนไม่เกรงกลัวญี่ปุ่น พร้อมที่จะต่อกรในทุกด้าน แต่ก็ยังรักษาสันติอย่างถึงที่สุด ผู้นำจีนทั้งพลเรือนและทหารเดินสายออกชี้แจงแนวทางนี้ไปยังนานาชาติ ขณะเดียวกันจีนก็หนุนหลังแทรคทูหรือนักวิชาการชื่อดังออกไปประเคนความเชื่อเช่นนี้ให้แก่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจหรือผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับประเด็นความขัดแย้งทั้งทางตรงและทางอ้อมได้เข้าใจไปในแนวทางเดียวกัน ในการนี้ภาพลักษณ์ของจีนที่เสนอคือการพร้อมที่จะผูกมิตรกับทุกชาติในเอเชียแปซิฟิกอย่างจริงใจ แต่ละชาติไม่ควรเผชิญหน้ากับจีน เนื่องจากหลงไปตามแรงยุของรัฐบาลวอชิงตัน ที่เกรงว่าจีนจะกลายเป็นเจ้าโลกแทนสหรัฐ ซึ่งจีนจะเป็นแน่ๆ ไม่เกินสิบปีนี้
นอกจากการทั้งขู่ทั้งปลอบด้วยโวหาร จีนก็ตอบรับข้อเรียกร้องของชาติต่างๆ ทางพฤตินัยอย่างระมัดระวัง กับปฏิปักษ์อย่างญี่ปุ่นที่กระแสความไม่พอใจของชาวจีนผลักดันให้ทางการต้องเล่นบทห้าวกว่าที่จำเป็นนั้น เจ้าหน้าที่จีนก็ห้าวให้ดู เช่น ส่งเรือเข้าไปลอยลำกดดันญี่ปุ่นถึงที่ ชะลอความร่วมมือบางประเภท หรือปล่อยให้ผู้ประท้วงได้โวยญี่ปุ่นอย่างแค่พอให้รัฐบาลโตเกียวเครียด แต่ขณะเดียวกันก็ต้องรั้งบังเหียนผู้ประท้วงไม่ให้ลามบานปลาย เพราะกระแสชาตินิยมมันเหมือนไฟเผามือผู้เล่นได้เอง
สำหรับกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่มีปัญหาสแปรตลีย์กันนั้น จีนก็พร้อมจะเข้าร่วมถกในทุกที่ รวมทั้งจะลงนามในข้อตกลงมารยาทการใช้ทะเลร่วมกันฉบับใหม่ด้วย ในทางยุทธศาสตร์นั้น จีนพอใจที่จะคุยแบบทวิภาคีกับแต่ละชาติมากกว่าเพราะจะได้เปรียบในฐานะ "ได้ใหญ่" แต่เมื่อต้องเล่นในเวทีพหุภาคี จีนก็ต้องใช้ตัวช่วย เช่น กัมพูชาเจ้าภาพปีนี้ที่จีนอัดฉีดความช่วยเหลือให้มากที่สุด จนทำให้อาเซียนเสียงแตกเมื่อการประชุมที่พนมเปญเมื่อกลางปี ไทยซึ่งไม่มีผลประโยชน์โดยตรงกับอธิปไตยในทะเลจีนใต้ก็เป็นตัวช่วยหนึ่ง เป็นกาวใจอาเซียนกับจีนด้วยการจัดประชุมระดับเจ้าหน้าที่เดือนหน้านี้ที่กรุงเทพฯ
ส่วนกับอเมริกานั้น ถึงจะคัดง้างจีนมากขึ้น แต่จีนก็เข้าใจดีว่าอเมริกาไม่ต้องการสงครามและอาจไม่ช่วยใครจริงๆ รัฐบาลปักกิ่งจึงไม่เร่งเร้าการเผชิญหน้ากับอเมริกา แต่ก็ไม่หยุดการพัฒนาเพื่อการเทียบชั้นให้ได้ต่อไป



