
กอร์ปศักดิ์ลั่นถูกปล่อยข่าวหวังปชป.ป่วน
พธม.เตรียมโหวตเลือกชื่อพรรคตั้งใหม่ผ่านเอเอสทีวี "แกนนำรุ่น 2" ย้ำแม้ตั้งพรรคพธม. แต่ม็อบพธม.ก็ยังอยู่ เพื่อไทยเต้นอ้างถูกจัดฉากหว่านเงินซื้อสมาชิกเข้าพรรค ปูดส.ส.พรรคร่วมขอซบรังอ้างอึดอัดรัฐบาล ตั้งสารพัดฉายารมต. ปชช.กว่าร้อยละ 48 หนุนปรับครม.
นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่น 2 กล่าวถึงการประชุมสภาพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินหน้าสู่การเมืองใหม่ ว่า การประชุมครั้งนี้ของพันธมิตรฯได้มีตัวแทนจากทุกจังหวัด และเท่าที่ดูนั้นก็มีการส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการตั้งพรรคการเมืองสูงมาก แต่ทั้งหมดยังเป็นเพียงการพูดคุยในเบื้องต้นเท่านั้น
ส่วนการลงลึกในรายละเอียดนั้นต้องดูจากแบบสอบถามที่มีการแจกไปว่าผลจะออกมาอย่างไร อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาแต่ก็ยังต้องมีกลุ่มพันธมิตรฯต่อไป เพราะพรรคการเมืองนั้นเป็นเพียงแค่การแสดงเจตจำนงในการเข้าสู่ระบบรัฐสภาเพื่อเป็นตัวแทนไปทำหน้าที่ปากเสียงของประชาชนในการตรวจสอบเท่านั้น แต่กลุ่มพันธมิตรฯที่เป็นพลังมวลชนในภาคประชาชนยังต้องมีอยู่เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่อยู่ภายนอกสภาด้วย ซึ่งสามารถทำงานคู่ขนานกันไปได้ ทั้งนี้เชื่อว่าแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯรุ่น 1 จะเข้าไปอยู่ในพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นเพียงบางคนเท่านั้น
นายศิริชัย ยังกล่าวด้วยว่า ยืนยันว่ากลุ่มพันธมิตรฯจะตรวจสอบทุกคนที่อยู่ในอำนาจรัฐ เพราะอยากเห็นการเมืองใหม่เกิดขึ้น แม้วันนี้อาจจะมีการตั้งเป็นพรรคการเมืองขึ้น แต่ก็เป็นเพียงการยกระดับการเมืองไทยเท่านั้นในการอาสามาเป็นตัวแทนของปวงชน ดังนั้นนโยบายต่างๆที่จะออกมาก็ต้องตอบรับกับการเมืองใหม่ด้วย และหากนักการเมืองของพรรคที่จะตั้งขึ้นนั้นมีความไม่โปร่งใส ก็จะต้องมีกฎเหล็กในการส่งสัญญาณให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อดำเนินการทันที อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของฐานเสียงนั้นเราก็ไม่รู้สึกกังวล แต่อาจจะไปแย่งคะแนนเสียงของพรรคกาเรมืองด้วยซ้ำ
พธม.เตรียมโหวตเลือกชื่อพรรคตั้งใหม่ผ่านเอเอสทีวี
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้สนับสนุนให้พันธมิตรฯ ตั้งพรรคการเมืองกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากนี้จะเป็นการเลือกชื่อพรรคที่ได้ตั้งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว 3 ชื่อ คือ พรรคเทียนแห่งธรรม พรรคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพรรคการเมืองใหม่ โดยจะมีการโหวตผ่านทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี และยึดหลักเสียงส่วนใหญ่ว่าจะเลือกพรรคใด เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า
รายงานข่าวจากแกนนำพันธมิตรฯ ระบุว่า สำหรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น แกนนำส่วนใหญ่เห็นว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและมีคุณสมบัติเหมาะสม นอกจากนี้หลังการจัดตั้งพรรคจะมีการวางโครงสร้างพรรคของกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วย อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองที่ถูกตั้งขึ้นเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง ที่ใช้ในการเคลื่อนไหวตามเจตนารมณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อสานต่อแนวความคิดการเมืองใหม่เท่านั้น ส่วนแนวทางจะยึดหลักพิทักษ์สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คุณธรรมและจริยธรรมทางการเมือง
เพื่อไทยเต้นอ้างถูกจัดฉากหว่านเงินซื้อสมาชิกเข้าพรรค
เมื่อเวลา 10.30 น. นายพร้อมพงศ์นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลไปเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคในพื้นที่ กทม .รวมทั้งจ.สมุทรปราการนนทบุรี ปทุมธานี พร้อมกับจ่ายค่าสมัครให้คนละ 200-300 บาทเพื่อสร้างเรื่องใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย หวังให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบอีกรอบ จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลหรือพรรคการเมือง หยุดกระทำการดังกล่าว เนื่องจากเป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุก 2-10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 40,000-200,000 บาทและผิดตามพ.ร.บ. พรรคการเมืองมาตรา 104 ทั้งนี้ในวันที่25 พ. ค. พรรคจะเดินทางไปแจ้งความเป็นหลักฐานและแจ้งต่อกกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองด้วย
จ้องร้องปปช.สอบรัฐบาลไฟเขียวเช่ารถเมล์4พันคัน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเห็นชอบในหลักการโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน วงเงิน 69,788 ล้านบาท อายุเช่า 10 ปี โดยโครงการดังกล่าวพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากล เนื่องจากค่าเช่ารถเมล์คันละ 4,780 บาทต่อวัน และค่าซ่อมรถคันละ 2,250 บาทต่อวันนั้น มีราคาแพง ขณะที่หากรัฐบาลซื้อรถใหม่ป้ายแดง ราคา 3-4 ล้านบาท จะถูกกว่าค่าเช่า 4-5 เท่า
"ขอเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ พิจารณาให้รอบครอบ ตัดสินใจบนผลประโยชน์ประชาชนมากกว่าพรรคร่วมรัฐบาล จึงขอตั้งฉายา นายกฯ 2 มาตรฐาน "
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวด้วยว่า สมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ยังเคยอภิปรายถึงความไม่ชอบมาพากลของโครงการนี้มาก่อน แต่มาวันนี้นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์กลับเห็นชอบในหลักการโครงการนี้ เป็นการถ่มน้ำลายไปแล้วแต่กลับมากลืนอีก เป็นรัฐบาลต่างตอบแทนอย่างแท้จริง รวมทั้งหากโครงการรถเมลล์ 4,000 คัน ครม . มีมติเห็นชอบ นายอภิสิทธิ์และนายถาวร จะมีความผิด มาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และตนจะนำเรื่องนี้ไปยื่นร้องเรียนต่อ ปปช . พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีด้วย
ปูดส.ส.พรรคร่วมขอซบรังอ้างอึดอัดรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่า ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ จะยังมีการประชุมพรรคแน่นอน แต่อาจจะไม่เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมา มี ส.ส .ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงต้องหารือกันอีกครั้ง แต่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคแน่นอนและเพิ่มขึ้น ไม่เกิน 29 คน โดยจะมีสัดส่วนของประธานภาคเข้ามาร่วมด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มี ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาลติดต่อมายังผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยเพื่อขอลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใครบ้าง โดย ส.ส.ดังกล่าวส่วนใหญ่จะขอมาลงในพื้นที่ที่พรรคน่าจะชนะเลือกตั้ง ในภาคเหนือ อีสาน เพราะคนเหล่านี้รู้สึกอึดอัดกับการทำงานของรัฐบาล และประเมินแล้วว่าอีกไม่นานจะยุบสภา
เพื่อไทยตั้งสารพัดฉายารมต.
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอตั้งฉายาให้รัฐมนตรีบางคน โดยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว . คลัง ที่เน้นแต่การกู้เงิน จึงได้รับฉายาว่า “ กู้ทุกทาง ” นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช . พาณิชย์ ที่ปราบปรามซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ย่านพัฒน์พงษ์จนเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มพ่อค้า ได้รับฉายา ‘ มือปราบเฉพาะกิจผิดเวลา ’ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ที่ตรวจสอบโครงการต่างๆของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างละเอีด อาทิ โครงการข้าวโพด และโครงการเช่ารถเมล์ จึงได้รับฉายา ‘ เจ้าคุณละเอียด ’ ส่วนนางพรทิวา นาคาศัย รมว . พาณิชย์ ที่ถูกต่อว่าและได้รับแรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งในการประชุม ครม . นางพรทิวา เคยบอกว่านายกฯ 2 มาตรฐาน แต่ก็ยังทนได้ จึงได้รับฉายา ‘ พรทิวา หนูทนได้ ’
ปชช.กว่าร้อยละ 48 หนุนปรับครม.
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,478 คนต่อการปรับคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้น ผลปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 48.84 เห็นว่าถึงเวลาปรับ ครม.แล้วเพราะรัฐมนตรีหลายคนยังไม่มีผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ขณะที่ร้อยละ 35.18 ระบุว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะจะทำให้เสียเวลาและการทำงานขาดความต่อเนื่อง ส่วนที่เหลือระบุว่า ไม่แน่ใจอย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 54.78 ระบุว่าหากมีการปรับ ครม. เกิดขึ้นจริงควรจะมีการปรับใหญ่ทุกพรรค เพื่อให้ได้บุคคลของแต่ละพรรคที่เหมาะสม จะได้ไม่ต้องมีการปรับ ครม.อีก
สำหรับ5 อันดับของรัฐมนตรีที่ควรปรับมากที่สุดกลุ่มตัวอย่างระบุว่า อันดับแรก คือ กระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 27.02 รองลงมาเป็นกระทรวงการคลังร้อยละ 24.25 กระทรวงการต่างประเทศร้อยละ 22.71 กระทรวงมหาดไทยร้อยละ 13.43 และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร้อยละ 12.59 ตามลำดับ ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 48.35 แสดงความไม่แน่ใจว่าการปรับ ครม.จะทำให้รัฐบาลมีความมั่นคงมากน้อยเพียงใดมีเพียงร้อยละ 27.81 ที่ระบุว่ามั่นคงมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 23.84 ระบุว่ามั่นคงน้อยลง
"ชัย "วอนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สลายสีเสื้อให้มีแต่สีธงชาติไทย
ที่รัฐสภา กระทรวงมหาดไทยร่วมกับรัฐสภาและสถาบันพระปกเกล้า จัดโครงการสัมมนาหัวข้อ “การเสริมสร้างความเข้าใจในทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ปกครองท้องที่”รุ่นที่ 4
ทั้งนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “บทบาทรัฐสภาในการสนับสนุนการกระจายอำนาจตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ” ตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 78 กำหนดให้ต้องส่งเสริมการกระจายอำนาจ ซึ่งตอนนี้รัฐสภาได้บรรจุกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปกครองส่วนท้องถิ่นหลายฉบับ ถ้ากฎหมายเหล่านี้ผ่านก็จะทำให้กำนัน- ผู้ใหญ่บ้านสามารถดำรงตำแหน่งต่อได้ อย่างไรก็ตามอยากจะฝากให้ผู้นำท้องถิ่นทั้งหลายช่วยกันสลายสีในพื้นที่ต่างๆ เพราะตอนนี้สังคมไทยเรามีความขัดแย้งค่อนข้างสูงจนเกิดเสื้อหลากสี ดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้ช่วยรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่มีแต่สีธงไตรรงค์ที่มีแต่ “สีน้ำเงิน สีขาว และแดง” เท่านั้น
นายชัย ยังกล่าวตอนหนึ่งเพื่อขอความสนับสนุนจากผู้เข้าสัมมนาว่า ขณะนี้รัฐสภามีโครงการจะก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่บนแยกเกียกกายมีเนื้อที่ 119 ไร่ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกแก่ทั้งสมาชิกรัฐสภาและประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อราชการ รวมทั้งจะมีอาคารเกี่ยวกับการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ดังนั้นจึงอยากจะขอความเห็นจากทุกคนที่เข้ารับการสัมมนาว่าเห็นด้วยหรือไม่ โดยจะแจกแบบสอบถามให้แสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เปิดวิดิทัศน์บันทึกคำกล่าวอภิปรายของนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอนหนึ่งว่า สิ่งที่อยากฝากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ปกครองส่วนท้องที่ คือ การรณรงค์ให้ประชาชนทุกพื้นที่ธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันอันเป็นที่รักของคนทั้งชาติและถือเป็นสถาบันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยจะมีการแจกธงและสัญลักษณ์ที่มีข้อความ “ปกป้องสถาบัน สงบ สันติ” เพื่อให้ไปแจกจ่ายในทุกพื้นที่ด้วย
"กอร์ปศักดิ์"ลั่นถูกปล่อยข่าวหวังให้ปชป.ป่วน
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ชี้แจงถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ข่าวว่าจะมีเซอร์ไพรส์ เรื่องหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่จะมาจากมือเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งมีการตีความว่าคือตัวเขาเอง เรื่องดังกล่าว นายกอร์ปศักดิ์ ให้สัมภาษณ์กรุงเทพธุรกิจว่า ขณะที่มีการสร้างกระแสข่าวว่าผมจะไปเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผมยังประชุมในฐานะตัวแทนนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น พอกลับมาก็มีข่าว และหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ลงข่าวว่าผมให้สัมภาษณ์ เมื่อถูกถามเรื่องนี้แล้วผมอึ้ง ผมก็แปลกใจว่ามีข่าวว่าผมให้สัมภาษณ์ได้อย่างไร ทั้งที่ผมยังอยู่ญี่ปุ่น และไม่เคยให้สัมภาษณ์ และไม่เคยรู้เรื่องที่เป็นข่าว จึงไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"ถ้าคนที่รู้จักผม ติดตามเรื่องการทำงานในอดีตมา น่าจะรู้ว่าผมเป็นคนติดตามตรวจสอบคุณทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่ต้น และยังเขียนหนังสือเรื่องราวที่เปิดโปงเรื่องหุ้นคุณทักษิณ ซึ่งคุณทักษิณ ก็คือหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง การที่เจตนาจะให้หมายถึงผม ว่าจะไปทำงานกับพรรคเพื่อไทย จึงเป็นเรื่องขำ และเป็นไปไม่ได้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นการปล่อยข่าวเพื่อสร้างกระแสให้เกิดความสับสนทางการเมือง" นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว



