
'รู้และเท่าทัน'สกัดเหยื่อค้ามนุษย์
คอลัมน์ ที่นี่บัวแก้ว : รู้และเท่าทัน สกัดเหยื่อค้ามนุษย์
"เดินทางไปต่างประเทศอย่างไร ให้ปลอดภัยจากการค้ามนุษย์" เป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือและแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวางในที่ประชุมเจ้าหน้าที่กงสุลไทยทั่วโลก ประจำปี 2555 เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและป้องกันปัญหา ที่นับวันรูปแบบและวิธีการชักจูงให้เข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ ทวีความซับซ้อน ซ่อนเร้นและแพร่ขยาย เจ้าหน้าที่กงสุลไทยจำต้องหารือถึงการปรับการทำงานในเชิงรุกและตั้งรับครั้งใหญ่ เพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่คนไทยในต่างแดนอย่างดีที่สุด
ประเทศไทยถูกระบุว่าเป็นต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านของขบวนการค้ามนุษย์ โดยกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อ มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก ที่ถูกบังคับใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมประมง การผลิตเสื้อผ้าราคาถูกตามโรงงานต่างๆ และงานรับใช้ตามบ้าน และค้าประเวณี เป็นต้น
อีกด้านหนึ่ง คนไทยที่ต้องการไปเสี่ยงโชคแสวงหาโอกาสงานและเงินในต่างแดน ส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีการเตรียมพร้อม ขาดความรู้ความเข้าใจข้อมูลและภาษาที่ใช้ในประเทศนั้นๆ จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกบังคับ ขู่เข็ญ และล่อลวงเข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการบังคับใช้แรงงานในธุรกิจทางเพศ
รายงานกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า มีคนไทยที่ตกอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์มาขอความช่วยเหลือ เป็นหญิง 69 คน เด็กหญิง 2 คน และชาย 9 คน ส่วนใหญ่เป็นคนจังหวัดภาคเหนือ ในจำนวนนี้ เป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มากที่สุด รองลงมาเป็นญี่ปุ่น มาเลเซีย ศรีลังกา บาห์เรน และจีน ตามลำดับ
ในรายงานชี้ว่า กรณีที่ประเทศไทยเป็นต้นทางขบวนการค้ามนุษย์ ส่วนใหญ่ผู้เสียหายคนไทยจะสมัครใจทำหนังสือสัญญากับนายหน้า ซึ่งมิใช่บริษัทจัดหางานและเดินทางไปทำงานต่างประเทศเพื่อรายได้ หรือแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า โดยมีหนังสือเดินทางประทับตราวีซ่านักท่องเที่ยวเดินทางไปยังประเทศต่างๆ หรือบางคนใช้วิธีการสมรสอำพรางโดยแต่งงานจดทะเบียนกับคนต่างชาติเพื่อได้วีซ่าเข้าประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น เพื่อใช้เส้นทางผ่านไปยังประเทศต่างๆ เช่น ฮ่องกง เกาหลี มาเลเซีย และสิงคโปร์
ในกรณีที่หญิงไทยมีเป้าหมายเดินทางไปยังญี่ปุ่น จะถูกส่งตัวไปเมืองอิบารากิ ชิบะ นากาโน และโตเกียว ส่วนกรณีการค้ามนุษย์ไปยังมาเลเซีย จะมีเส้นทางหลัก เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ โดยรถทัวร์ที่ขนส่งสายใต้ ไปยัง จ.สงขลา แล้วจะมีรถยนต์มารอรับพาข้ามด่านไปประเทศมาเลเซีย เพื่อพาไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองยะโฮร์ บาห์รู
เนื่องจากที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศมักจะเข้าให้ความช่วยเหลือตอนปลายเหตุเมื่อเกิดปัญหาแล้วเท่านั้น
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จึงหันมาใช้นโยบายการทูตเชิงรุก ด้วยการทำโครงการเวทีชุมชนให้ความรู้เรื่องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัยจากขบวนการค้ามนุษย์ เน้นพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน
ด้าน น.ส.ลดา ภู่มาศ หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ.เชียงใหม่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การป้องกันที่ต้นเหตุ ไม่ให้คนไทยถูกเอาเปรียบจากทุกช่องทางจะเป็นการสร้างเกราะคุ้มภัยให้คนไทยนับจากจุดเริ่มต้น ด้วยการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น การทำหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง การเข้าเมืองที่ถูกกฎหมาย หรือการหางานทำผ่านสำนักงานจัดหางานจังหวัด ป้องกันบริษัทเถื่อนหลอกลวง เป็นต้น
เชื่อว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมสร้างความตระหนักถึงภัยจากขบวนการค้ามนุษย์ จะสามารถลดจำนวนคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่เรื่องนี้ต้องอาศัยการทำงานอย่างบูรณาการจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจะขจัดปัญหาขบวนการค้ามนุษย์หมดไปได้
----------
(คอลัมน์ ที่นี่บัวแก้ว : รู้และเท่าทัน สกัดเหยื่อค้ามนุษย์)



