
ล้างบาง..ยาเสพติดเครือข่าย'คุกนครฯ'
ล้างบาง..ยาเสพติด เครือข่าย'คุกนครฯ' : ตะลุยข่าวโดยสุวรรณี บัณฑิศักดิ์
แม้ว่าจะมีการโยกย้ายนักโทษที่มีอิทธิพลสูงในเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราชที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดไปแล้วนั้น แต่ทว่าเครือข่ายรายเล็กรายน้อยยังคงกระจายแบ่งโซนการทำงานในหลายพื้นที่และหลายจังหวัดของภาคใต้ตอนบน และทุกครั้งที่มีการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้ มักอ้างว่าเป็นเพียงผู้ส่งของหรือผู้รับของเท่านั้น โดยได้รับคำสั่งจากนักโทษในเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่
ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 กระจายกำลัง 3 ชุด ระดมกวาดล้างยาเสพติดเครือข่ายของเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้ผู้ต้องสงสัยถึง 11 คน พร้อมของกลางและอาวุธสงครามจำนวนมาก โดยผู้ต้องสงสัยส่วนใหญ่ให้การตรงกันว่าได้รับคำสั่งจากนักโทษในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช
กลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เป็นหัวโจกหลักประกอบด้วย นายประเสริฐ แถลง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/2 หมู่ 3 ต.เขาหัวควาย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายพิสิษฐ พัวพัน อายุ 39 ปี นายสมรัก เมืองใหม่ อายุ 45 ปี และ น.ส.สงวนศรี ชูบาล อายุ 42 ปี พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนกลมือ กระสุน 85 นัด อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก อาวุธปืนยาวขนาด .22 กระสุน 76 นัด อาวุธปืนยาวอัดลม 1 กระบอก กล้องเล็ง 5 อัน อุปกรณ์สำหรับผลิตอาวุธปืนจำนวนหนึ่ง พร้อมยาเสพติดเป็นยาไอซ์ 1.40 กรัม
นอกจากนี้ ยังได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดได้เพิ่มอีก 8 คน ไดแก่ นายชาญณรงค์ พรหมชนะ อายุ 26 ปี นายศรีไพร เพ็งสกุล อายุ 42 ปี นายสิทธิ เกื้อฉิม อายุ 42 ปี นายธนพล เกื้อฉิม อายุ 18 ปี นายสิทธิชัย พรหมชนะ อายุ 30 ปี นายเฉลิมวุฒิ พรหมชนะ อายุ 27 ปี นายกองการ บุญล่อง อายุ 28 ปี น.ส.นิตยา นาควิสัย อายุ 28 ปี พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 520 เม็ด ยาไอซ์ 1.80 กรัม กัญชา 1 ห่อ พร้อมอาวุธปืนยาว ไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 อีก 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้น ไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น ชนิดลูกโม่ ขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ทางการข่าว ระบุว่าทั้งหมดเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำเป็นผู้สั่งยาเสพติดให้ โดยมีการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์และสั่งการให้ไปวางตามจุดนัดหมายที่ได้รับการประสานทางโทรศัพท์เป็นระยะ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าจะมีการสั่งย้ายนักโทษเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชไปบางส่วนแล้วก็ตาม แต่ตำรวจเชื่อว่ายังมีเครือข่ายที่ทำหน้าที่แทนคนที่โยกย้ายไปแล้วอีกหลายคน เพียงแต่ไม่ทราบชื่อชัดเจนเท่านั้น อีกทั้งหากมีการเข้มงวดเรื่องของต้องห้ามเข้าไปเรือนจำอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดการแพร่ระบาดยาเสพติดได้อีกมาก
ขณะที่ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ยอมรับว่า ระยะหลังนี้การแพร่ระบาดยาเสพติดหลายประเภทเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ที่สำคัญมักจะมีการซัดทอดว่าได้รับคำสั่งจากคนในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชและเรือนจำอีกหลายแห่ง ทั้งที่มีการปราบปรามและหลายหน่วยงานได้ประสานความร่วมมือกันในการป้องกันและปราบปราม แม้กระทั่งมีการโยกย้ายนักโทษไปแล้วก็ตามแต่เครือข่ายที่เหลือยังมีอิทธิพลสูงอยู่
สำหรับแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรภาค 8 มีการวางกำลังตำรวจหลักถึง 3 ชุดด้วยกันแบ่งโซนกันทำงานอย่างชัดเจนภายใต้การนำของ พล.ต.ต.วีระศักดิ์ มีนะวาณิชย์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 8 ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ทำงานกันอย่างเต็มที่และไม่หวาดหวั่นหรือยำเกรงต่ออิทธิพลมืดใดๆ ทั้งสิ้น
ส่วนในส่วนของการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เครือข่ายยาเสพติดจะนิยมการแบ่งขายเป็นรายเล็ก รายน้อย ไม่เน้นรายใหญ่เหมือนกับที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการถูกสกัดจับของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยจะนัดแนะส่งมอบยาเสพติดริมถนนสายเอเชียตามที่ได้รับการประสานทางโทรศัพท์เป็นหลัก โดยมีการขายพ่วงทั้งยาไอซ์และยาบ้า
ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดส่วนใหญ่ยังมีการครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งอาวุธปืนสงครามเพิ่มขึ้นด้วย โดยทุกครั้งที่มีการจับกุมยาเสพติดตำรวจจะสามารถจับกุมอาวุธปืนได้ทุกครั้ง โดยที่ผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะให้การตรงกันว่ามีไว้เพื่อป้องกันตัวขณะที่ส่งมอบยาเสพติด อีกทั้งมีไว้เพื่อข่มขู่ลูกค้ากรณีที่เบี้ยวค่ายาเสพติด
นับวันเครือข่ายค้ายาเสพติดที่โยงใยกับคนในเรือนจำมีเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ซึ่งต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า การตัดต้นตอด้วยการโยกย้ายนักโทษ รวมทั้งมีการเอาผิดหรือกำหนดบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐในเรือนจำจะได้ผลสักแค่ไหน ต้องรอดูกันต่อไป
....................
(หมายเหตุ : ล้างบาง..ยาเสพติด เครือข่าย'คุกนครฯ' : ตะลุยข่าวโดยสุวรรณี บัณฑิศักดิ์)



