
'โภคพิบูลย์'กับเก้าอี้เลขาฯป.ป.ท.
'โภคพิบูลย์'กับเก้าอี้เลขาฯป.ป.ท. 'ไม่รู้บุญหรือกรรมตกใส่' : รายงานโดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย
ในที่สุด พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เจ้ากระทรวงตาชั่ง ก็ตัดสินใจปิดเกมป่วนเก้าอี้เลขาธิการป.ป.ท. ด้วยการชิงเสนอบัญชีแต่งตั้งเป็นวาระจรเข้าสู่ที่ประชุมครม. ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพียง 1 สัปดาห์ พล.ต.อ.ประชาได้นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมตั้งคณะกรรมการขึ้นสรรหาข้าราชการระดับ 9 เป็นเลขาธิการป.ป.ท. คำสั่งเก่าเพื่อสรรหาซี 9 เป็นซี 10 ยังไม่ทันยกเลิก ก็เปลี่ยนสูตรมาสไลด์ในแนวระนาบ สลับ 10 ไป 10 ตัดบทก่อนที่บาดแผลจะขยายวงกว้าง โดยแจ็กพ็อตตกใส่ พ.ต.อ.โภคพิบูลย์ โปตระนันทน์
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 10 วัน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการป.ป.ท. จะต้องส่งมอบงานให้ พ.ต.อ.โภคพิบูลย์ ว่าที่เลขาธิการป.ป.ท.คนใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้ารักษาการในตำแหน่งทันที เพื่อไม่เปิดช่องให้เป็นสุญญากาศ แต่เชื่อว่า 1 ปี ก่อนครบเกษียณอายุราชการ พ.ต.อ.โภคพิบูลย์ คงไม่เสี่ยงเดินเกมแรง การบริหารน่าจะเป็นไปในเชิงประคองสถานการณ์ เพราะด้วยเนื้องานสืบสวนสอบสวนของป.ป.ท. ไม่ใช่เคลียร์แค่ระดับเจ้าหน้าที่ แต่ยังต้องโน้มน้าวกรรมการให้เห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกันด้วย การเป่าคดีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
สำหรับคดีเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรู ประเด็นหลักที่ทำให้ “ดุษฎี” ต้องกระเด็นจากเก้าอี้ เป็นที่แน่ชัดว่าจะยังไม่มีการส่งมอบงาน เพื่อวัดใจ พล.ต.อ.ประชา ซึ่งเคยลั่นวาจาต่อหน้าข้าราชการและคณะกรรมการป.ป.ท. ว่าจะมอบให้ “ดุษฎี” ทำต่อ อย่าหยุด
แต่เพื่อกันเหนียว ดุษฎีได้ชิงส่งสำนวนส่วนแรกที่ตรวจสอบพบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 40 คน ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไปดำเนินการ เนื่องจากการสอบสวนพบข้อมูลโยงใยข้าราชการซีสูงและนักการเมืองระดับชาติ
ดังนั้น ถ้างานนี้มีการผิดคำพูด คดีในส่วนของเจ้าหน้าที่ศุลกากรอีก 68 ราย จะถูกส่งไปป.ป.ช. ไม่ให้มาเสียเวลาใน ป.ป.ท.
เช่นเดียวกับคดีทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้บริษัทเพรซิเดนท์ อะกริ โดยละเลยไม่ตรวจสอบเอกสารสัญญา ปล่อยให้เอกชนนำใบสั่งซื้อข้าวปลอมมาขอกู้เงิน ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คดีนี้ไม่ต้องสืบสวนให้ยืดยาวเพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่ลืมไปจากความทรงจำ ซึ่ง “ดุษฎี” สรุปสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.รับไปดำเนินการกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร
ส่วนคดีที่ต้องส่งมอบให้ว่าที่เลขาธิการป.ป.ท.คนใหม่มาสานต่อ แน่ๆ เป็นคดีทุจริตงบภัยพิบัติ ทั้งภัยพิบัติปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี กับการทุจริตงบเยียวยาฟื้นฟูอุทกภัย ซึ่งรัฐบาลกู้เงินมาใช้จ่ายถึง 1.2 แสนล้านบาท โดยงบประมาณก้อนใหญ่ลงภาคอีสาน ซึ่งผลการสุ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น เจอแต่ข้อมูลส่อทุจริตแทบไม่เว้นโครงการ โดยเฉพาะงานขุดบ่อน้ำ ซ่อมถนน
สำหรับคดีบุกรุกป่าและเขตอุทยานแห่งชาติในหลายพื้นที่ รวมถึงการเข้ารับจัดสรรที่ดินฟรี ในนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ของข้าราชการและคหบดีตระกูลดัง ซึ่ง ดุษฎี ตรวจสอบพร้อมตีแผ่ข้อมูล จนกรมอุทยานฯ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ต้องเต้นตามเพื่อเพิกถอนกรรมสิทธิ์ ขณะที่การดำเนินการของป.ป.ท.อยู่ระหว่างการเสนอให้คณะอนุกรรมการรับไต่สวนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำทุจริต
ในส่วนคดีที่ส่งมอบเป็นไฟท์บังคับ ให้เลขาธิการป.ป.ท.คนใหม่มาสานต่อ แม้จะมีพยานเอกสารและภาพถ่ายทางอากาศชัด แต่ยังต้องเฝ้าติดตาม เพราะกรณี "รัฐบาลเปลี่ยน ข้อเท็จจริงเปลี่ยน" เกิดขึ้นแล้วกับกรณีชายชุดดำ ส่อโกงก็อาจกลับตาลปัตรได้เช่นกัน
พ.ต.อ.โภคพิบูลย์ โปตระนันทน์ อธิบดีกรมคุมประพฤติ ว่าที่เลขาธิการป.ป.ท. เปิดใจว่า สำหรับงานที่ป.ป.ท.ดำเนินการตรวจสอบไว้ ตนจะเข้าไปสานต่อ ทุกคดีต้องเดินหน้าต่อไป เพราะงานคดีของป.ป.ท.เป็นเหมือนคดีที่ฟ้องศาลไปแล้ว หยุดไม่ได้
"ผมเหลืออายุราชการอีกปีเดียว อยากจบสวยๆ ไม่คุ้มที่จะมีปัญหาถูกฟ้องร้องตามหลัง จึงขอให้มั่นใจได้ว่า ข้อกังวลที่เกรงกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคดีที่ทำไว้เดิมไม่มีแน่ๆ ประวัติการทำงานของผมไม่มีพรรค ถ้าผมมีพรรคคงได้เป็นอธิบดีไปนานแล้ว ไม่ใช่ถูกดองในตำแหน่งผู้ตรวจราชการเกือบ 5 ปี"
"ผมพูดตรงๆ อีกครั้งว่าไม่อยากไปป.ป.ท. เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติเป็นกรมใหญ่มีผู้ใต้บังคับบัญชา 4,000 คน ย้ายไปป.ป.ท.เหลือลูกน้องแค่ 200 คน ความจริงต้องบอกว่าผมถูกเด้ง ไม่รู้บุญหรือกรรมตกใส่ เขาอาจมองว่าผมน่าจะทำได้ หรือไม่ก็หาใครไม่ได้จึงเลือกผมให้เข้าไปแก้ปัญหาการบริหารงาน"
ทั้งนี้ พ.ต.อ.โภคพิบูลย์ เป็นอดีตข้าราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกโอนย้ายออกมาสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ไล่เลี่ยกับนายตำรวจรุ่นๆ เดียวกันอีกหลายคนที่วันนี้มีบทบาทโดดเด่นอยู่ทั้งที่ดีเอสไอ และกรมต่างๆ ของกระทรวงยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็น พ.ต.อ.ดุษฎี ที่วันนี้ถูกโยกขึ้นไปแขวนไว้ที่ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่ามีตำแหน่ง "อธิบดีดีเอสไอ" เป็นเป้าหมาย และ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ที่ฝ่ายการเมืองต้องการผลักดันมาเป็นเลขาฯ ป.ป.ท. รวมไปถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีดีเอสไอ ที่วันนี้ไปเป็น เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
ไม่ว่าจะได้มาเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท. เพราะ "บุญหรือกรรม" ก็ต้องจับตาดู 1 ปีสุดท้ายในชีวิตราชการของชายชื่อ "โภคพิบูลย์ โปตระนันทน์" ว่าเขาจะเลือกเดินไปในทิศทางไหน !!??
...................
(หมายเหตุ : 'โภคพิบูลย์'กับเก้าอี้เลขาฯป.ป.ท. 'ไม่รู้บุญหรือกรรมตกใส่' : รายงานโดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย)



