ข่าว

'ปลอด'ลั่นสร้างเขื่อน'แก่งเสือเต้น-แม่วงศ์'

'ปลอด'ลั่นสร้างเขื่อน'แก่งเสือเต้น-แม่วงศ์'

22 ก.ย. 2555

'ปลอดประสพ' เดินสายติดตามสถานการณ์น้ำบางระกำ ฟุ้งมาปิดฉากการต่อสู้กับน้ำในปีนี้ ลั่นเดินหน้าสร้างเขื่อน 'แก่งเสือเต้น-แม่วงศ์' เมินเสียงค้าน

                             22 ก.ย.55 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโลโลยีและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทภภัย ( กบอ. ) พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก

                             นายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.พิษณุโลก ได้บรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมของพิษณุโลก  มวลน้ำทั้งจากแม่น้ำยมสายหลักและสายเก่า มารวมกันท่วมขังที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมขัง 55,000 ไร่ และถ้ารวมพื้นที่ต่ำในเขต จ.สุโขทัยและจ.พิษณุโลก ขณะนี้มีน้ำท่วมขังพื้นที่ประมาณ 200,000 ไร่ สถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง เมื่อเทียบกับน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่ อ.บางระกำ มีน้ำท่วมขังร่วม 290,000 ไร่ และการบริหารจัดการ ได้ผันน้ำที่ท่วมขังในเขตลุ่มน้ำยม ลงสู่แม่น้ำน่าน คาดว่าช่วงปลายเดือนตุลาคม 2555 นี้ จังหวัดพิษณุโลกก็จะสามารถระบายน้ำที่ท่วมขังออกได้ทั้งหมด

                             นายปลอดประสพ  กล่าวว่า เท่าที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ดูแล้วไม่น่าเป็นห่วง มีเวลาอีกแค่เดือนเดียวที่จะต่อสู้กับน้ำ การเดินทางมาวันนี้เสมือนมาปิดฉากการต่อสู้กับน้ำในปีนี้ เป็นการเดินทางมาตรวจติดตามสถานการณ์เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยยังเหลือพื้นที่ภาคใต้อีก 1 จุดที่ต้องรับมือกับน้ำท่วมต่อไป จากการเตรียมการ ทั้งการพร่องน้ำออกจากเขื่อน ระบายน้ำออกจากลุ่มน้ำยม และใช้บทเรียนจากปี 2554 มาปรับปรุงใช้ ไม่เก็บน้ำในเขื่อนและ น้ำในเขตลุ่มน้ำยมไว้มากเกินไป มีมาเท่าไหร่ ระบายออกหมด ประกอบการการเตรียมการในการขุดลอกเครือข่ายคูคลอง การใช้แนวทางผันน้ำยมลงน่าน ในฤดูกาลนี้ มั่นใจว่า ถ้าช่วงปลายฤดูฝน ถ้ามีพายุมาอีก 1 ลูก หรือ ต่อให้มีอีก 10 ลูกก็สามารถรับมือกับน้ำได้

                             นายปลอดประสพ เผยต่อว่า ในอดีต เคยรับกับน้ำในลำคลอง ที่มีประตูระบายน้ำ ฝาย เขื่อน เป็นเครื่องมือในการควบคุมน้ำ แต่วันนี้รบกับน้ำในทุ่ง ที่ท่วมบนทุ่ง และไม่มีเครื่องมือกลไกในการควบคุม ไม่มีข้อมูลเลยว่าน้ำจะไหลไปทางไหล ในปี 2555 จึงไม่ยอมให้น้ำล้นตลิ่ง และในอนาคต จะต้องพยายามควบคุมในน้ำอยู่ในตลิ่งเพื่อควบคุมได้

                             สำหรับลุ่มน้ำยมได้สร้างความเสียหายให้มามากเพียงพอแล้ว ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ จะต้องมีเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาของลุ่มน้ำยมอย่างเพียงพอ จะเป็นเขื่อนขนาดเล็ก เขื่อนขนาดใหญ่ ฝายผสม ต้องเกิดขึ้นมา และมากเพียงพอในการควบคุมลุ่มน้ำยมให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ สุโขทัยก็จะจมอย่างนี้ บางระกำก็จะท่วมมาก

 

ปราจีนบุรี อ่วม! ย้ายนักโทษ 400 คนหนีน้ำ

                             ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสภาพน้ำท่วม โดยน้ำป่าจาก จ.สระแก้ว ไหลผ่านแควพระปรงลงสู่ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพิ่มปริมาณสูงขึ้น โดยท่วมตลาดเทศบาล ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ระดับน้ำสูงกว่า 1.00 เมตร

                             ที่เรือนจำกลางกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ำได้ท่วมสูงกว่า 1.80 เมตร นายสมศักดิ์ รังสิโยภาส รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มาอำนวยการขนย้ายนักโทษชาย - หญิงจำนวนรวมกว่า 400 คน

                             นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้ขนย้ายนักโทษรวมกว่า 400 คน ทั้งชายและนักโทษหญิง โดยแยกไปตามเรือนจำกลาง จ.ชลบุรี ,จ.สระแก้ว และปราจีนบุรี จากจำนวนนักโทษทั้งหมดรวมกว่า 600 ค น การขนย้ายดังกล่าวใช้รถบัสและรถบรรทุก 6 ล้อ

                             ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม น้ำป่าได้หลากล้นตลิ่งแม่น้ำปราจีนบุรี ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี , อ.ศรีมหาโพธิ์ , อ.ประจันตคาม และ อ.บ้านสร้าง โดยถนนสาย 304 (ปราจีนบุรี - ฉะเชิงเทรา) ช่วง กม.91 เขตเทศบาลตำบลเมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี น้ำได้ท่วมสูงกว่า 60 เซนติเมตร รถยนต์วิ่งผ่านได้ระยะทางกว่า 1 กม.

 

'สระแก้ว' น้ำท่วมเริ่มลด-ผู้บริหารนิคมสหรัตตนนครถูกเด้ง

                             สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่กว่า 10,000 คน วันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ระดับน้ำที่เคยท่วมสูง ซึ่งบางพื้นที่สูงถึง2 เมตร แต่ขณะนี้เริ่มลดลงแล้ว

                             โดยน้ำที่ยังคงท่วมขังสะสมสูงสุดเฉลี่ยที่ 40 เซ็นติเมตร ขณะเดียวกันทหารจาก จังหวัดทหารบกสระแก้ว และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ได้นำรถบรรทุกออกให้บริการและช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และโรงพยาบาลทหารค่ายสุรสิงหนาท นำหน่วยแพทย์มาออกบริการประชาชนที่ประสบภัย อยู่ที่บริเวณอาคารสยามมินทร์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองอรัญประเทศ

                             ส่วนภายในตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ในพื้นที่ที่น้ำลดและแห้ง ประชาชนได้เดินทางกลับเข้าบ้านและเร่งทำความสะอาดเพื่อเปิดร้านค้าขาย หลังปิดมานานกว่า 4 วัน ส่วนน้ำที่ไหลออกมาจากพื้นที่เขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ได้ไหลมาตามคลองพรหมโหดลงสู่พื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทำให้น้ำที่ท่วมสูงใน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ยังคงมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่แม้ระดับน้ำจะค่อยลดลง ก็มีน้ำจากเขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ไหลมาเติมทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ ต.ท่าข้าม ลดลงอย่างช้าๆ โดยเฉพาะบริเวณสะพานบ้านท่าข้าม ซึ่งเป็นสะพานต่ำระดับน้ำยังคงท่วมสูงกว่า 50 เซ็นติเมตร

                             เมื่อเวลา 11.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้นายมนัส โนนุช กรรมการและ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนมูลนิธิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามโครงการ หนึ่งใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 500 ชุด ณ เทศบาล  ต.บ้านใหม่หนองไทร  อ.อรัญประเทศ

                             นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จังหวัดสระแก้ว ได้ประสบปัญหาอุทกภัยตั้งแต่ 5 ก.ย.เป็นต้นมา เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ติดต่อกันหลาย ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนักทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกครั้งในเขตอ.วัฒนานคร อ.อรัญประเทศ และอ.โคกสูง มีผลกระทบต่อบ้านเรือนราษฎร พืชผลทางการเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์ ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะเทศบาลเมืองอรัญประเทศเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด ได้รับความเสียหายอย่างมาก พื้นที่ประสบภัยทั้งสิ้น 9 อำเภอ 62 ตำบล 567 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 15,848 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร จำนวน 70,096 ไร่ ถนนได้รับความเสียหาย 167 สาย คอสะพานชำรุด จำนวน 1 แห่ง วัด 15 แห่ง โรงเรียนจำนวน 21 แห่ง สำหรับอำเภออรัญประเทศ จำนวน 5230 ครัวเรือน จังหวัดและหน่วยงานต่างๆ ได้ช่วยเหลือ จำนวน 7627 ชุด

                             นายมนัส โนนุช กรรมการและ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนมูลนิธิราเคิล ออฟไลฟ์ ได้เป็นตัวแทนพระองค์มอบสิ่งของพระราชทาน จำนวน 500 ชุด จากนั้นได้ขึ้นรถยีเอ็มชีของทหารตระเวนแจกของผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ออกมาไม่ได้

                             ร.ต.สมจิตร คารมณ์ อายุ 74 ปี ราษฎรบ้านใหม่หนองไทร กล่าวว่า น้ำท่วมในครั้งนี้มาอย่างรวดเร็วเตรียมตัวไม่ทันข้าวของเสียหายหมด  ดีใจที่ทูลกระหม่อมฯได้นำสิ่งของพระราชทานมาบรรเทาความเดือดร้อน

 

อดีตทหารผ่านศึกบางไทรเครียดผวาคันดินถล่ม

                             ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากทหารผ่านศึกในนิคมทหารผ่านศึกบางไทร ม.10 ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าผู้ที่อยู่ในนิคมที่ส่วนใหญ่เป็นทหารพิการจากสมรภูมิ และครอบครัวรวมกว่า 300 ชีวิต จำนวน 80 หลังคาเรือน กังวลว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้คันดินที่สร้างขึ้นล้อมนิคมจะพังถล่มลงมา สำหรับคันดินดังกล่าวเป็นดินและหินลูกรังสูงกว่า 4 เมตร โดยฐานด้านล่างกว้าง 12 เมตร ผิวถนนกว้าง 4 เมตร โดยมีการพังทลายของดินเป็นช่วงๆ มีดินทลายลงไป บางจุดมีรอยแยกกลางถนน

                             ส.ท.สุเทพ อุ่มสุข อายุ 60 ปี ทหารผ่านศึกพิการขา อยู่บ้านเลขที่ 100/15 ในนิคมดังกล่าว เปิดเผยว่าตนเป็นอดีตทหารพลปืนเล็ก ถูกยิงในสมรภูมิภูหินร่องกล้า มาอยู่ที่นิคมตั้งแต่ปี 2528 ปีที่ผ่านมาทางนิคมฯทำคันล้อมเอาไว้ แต่หลายจุดมีการกัดเซาะของน้ำ พวกตนต้องช่วยกันขนกระสอบทรายเพื่อรักษาคันดินนี้เอาไว้ โดยระดับน้ำสูงเกือบจะถึงคันดินที่ล้อมไว้และล้นเข้ามาในนิคม แต่ก็สามารถรอดมาได้ มาปีนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางองค์การทหารผ่านศึกจึงให้ผู้รับเหมามาทำการเสริมความแข็งแรงของคันดิน โดยเสริมให้สูงขึ้นไปอีก 90 เซ็นติเมตร แต่พบว่าระหว่างการปรับปรุงมีการพังทลายของดินตลอดเวลา และมีรอยแยกออกมา

                             อส.ทพ.สำอางค์ อ่อนตา อายุ 53 ปี อาสาสมัครทหารพรานที่ถูกยิงจนตาบอดทั้งสองข้างในสมรภูมิเขาค้อ เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาช่วงที่น้ำสูงขึ้นจนเกือบจะล้นคันกั้นน้ำ ทางองค์การทหารผ่านศึกส่งรถมาตระเวนรับผู้พิการขึ้นรถไปตามที่ต่างๆ ในปีนี้เกรงว่าจะน้ำท่วมซ้ำรอย อยากให้มาดูแลให้ความมั่นใจมากกว่านี้

                             นายสมบัติ ผาสุก หน.นิคมทหารผ่านศึกบางไทร เปิดเผยว่า คันดินที่สร้างล้อมนิคมแห่งนี้มีความยาว 4,133 เมตรหรือ 4 ก.ม.เศษ ปีที่ผ่านมาสามารถป้องกันได้ และปีนี้ได้มีการเสริมแนวป้องกันสูงขึ้นอีก 90 ซ.ม. แต่สมาชิกที่อยู่ในนิคมไม่สบายใจเพราะมีรอยแตกหลายจุด

                             ด้านนายเสรี หอมไร วิศวกรของบริษัท มานะรุ่งเรือง ซึ่งเป็นผู้ปรับสภาพคันดินป้องกันน้ำให้กับนิคม เปิดเผยว่าปัจจุบันที่งานล่าช้า เนื่องจากมีฝนตกหนักมาก ทำให้คันดินที่ทำการเสริมชุ่มน้ำ เมื่อนำรถหนักขึ้นไปทำงานจึงทำให้ดินทรุดตัวออก ตอนนี้ก็พยายามนำเข็มไปตอกเอาไว้กันดินพัง แต่คิดว่าหากไม่มีฝนตกแล้ว ระดับน้ำคงไม่สูงขึ้นรวดเร็ว และคงเร่งเสริมคันดินได้ต่อไป