ข่าว

'มัลลิกา'ตั้งโต๊ะรับแจ้งเบาะแส'แม้ว'

'มัลลิกา'ตั้งโต๊ะรับแจ้งเบาะแส'แม้ว'

22 ก.ย. 2555

'มัลลิกา' ตั้งโต๊ะรับแจ้งเบาะแส 'ทักษิณ' เคลื่อนไหว ผ่านเครือข่ายสมาชิกนักรบไฟเบอร์ พร้อมขู่นักการเมืองดอดพบ 'นายใหญ่' ระวังเจอ ม.157

                          22 ก.ย.55 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้ดูแลเรื่องเครือข่ายสมาชิกนักรบไฟเบอร์ของพรรคในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งพรรคได้รับความร่วมมือ มีคนแจ้งเบาะแสค่อนข้างมาก ตนจึงขอประกาศในวันนี้ไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี , พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าที่ผบ.ตร. ว่าตนจะเป็นผู้แจ้งเบาะแส พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังจะเดินทางมาประเทศสิงค์โปร์หรือประเทศบรูไน โดยจะแจ้งพิกัด แจ้งโรงแรม สถานที่พัก และแจ้งบุคคลที่เข้าไปพบว่ามีจำนวนเท่าไหร่อย่างไร ซึ่งตนได้ประกาศผ่านเครือข่ายให้คนที่รู้เบาะแสให้ความร่วมมือ

                          น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ ร.ต.อ.เฉลิม มอบหมาย ผบ.ตร. ช่วยมาเอาเบาะแสที่ตน ในช่วงระยะเวลาระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาประเทศดังกล่าว เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคคลที่อยู่ในกองทะเบียนประวัติอาชญากร และมีประกาศจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหากใครต้องการเดินทางไป ตนก็จะมอบข้อมูลประวัติอย่างละเอียดให้คนที่จะไป

                          น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า หากพบใครปรากฏภาพหรือปรากฏตัว ว่าไปอยู่ในประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวและไม่นำเจ้าหน้าที่ไปควบคุมตัวมา จะถือว่าคนเหล่านั้นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นการทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อย่างไรก็ตามระบบการแจ้งเบาะแสนั้น จะใช้ระบบปกติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านเจ้าหน้าที่จากระบบสายด่วน 4 ตัว และหมายเลข 111 ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะเข้าถึงนายกรัฐมนตรี โดยเบื้องต้นระหว่างนี้ได้มีการเช็คพิกัดและส่งคนที่เป็นเจ้าหน้าที่และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ สอดแนมอยู่ในประเทศดังกล่าว หากส่งเรื่องมาที่ตน ก็จะรีบประสานงานไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทันที

                          น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า อยากสอบถามไปที่ร.ต.อ.เฉลิมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า สำนวนที่ดีเอสไอนำชื่อของพ.ต.ท.ทักษิณขึ้นศาล เมื่อปี 2554 ตอนนี้ถึงไหนแล้ว เพราะมีข้อมูลข่าวที่รายงานโดยทั่วไปในช่วงปี 54 เช่น วันที่ 19 ม.ค. 54 ดีเอสไอเคยขอคำสั่งเพื่อให้ศาลยกคำร้อง กรณีที่จะให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช.

                          “ในวันนั้นดีเอสไอได้ระบุว่า ไม่ให้ปล่อยตัว เนื่องจากนายจตุพรในฐานะจำเลยร่วมกันก่อการร้าย ได้อ้างเหตุผลในการร่วมชุมนุม ของกลุ่มนปช.บริเวณราชประสงค์ ขณะเดียวกันนายจตุพรได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเอกสารเหล่านี้อยู่ในสำนวนของดีเอสไอ ดังนั้นเรื่องนี้สามารถที่จะนำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ หัวหน้าผู้ก่อการร้ายตัวใหญ่กลับมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามสำนวนนี้อยู่ในศาลไม่ได้หายไปไหน แม้ว่าดีเอสไอจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ซึ่งลำดับการต่างๆตั้งแต่ปี 45 -46 และเหตุการณ์ฆ่าตัดตอน ยืนยันว่าผู้ก่อการร้ายที่แท้จริงคือบุคคลคนนี้จริงๆ ดังนั้นเพื่อที่หน่วยงานราชการจะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจว่า มาประเทศสิงค์โปรแล้วจะต้องเกรงใจใคร เจ้าหน้าที่เหล่านนั้น เมื่อไปจับเขาจะได้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าข้อมูลทั้งหมดอยู่ในชั้นศาลแล้ว” น.ส.มัลลิกา กล่าว