ข่าว

ปชป.จี้'นายกฯ'สานต่อผลสรุปคอป.

ปชป.จี้'นายกฯ'สานต่อผลสรุปคอป.

22 ก.ย. 2555

'องอาจ' จี้ 'นายกฯ' สานต่อผลสรุป คอป. จ่อยื่น ปปช.-ผู้ตรวจการ สอบ 'ขุนค้อน' พาคนใกล้ชิด-สื่อฯทัวร์ยุโรป จี้ ครม.ยึดยุทธศาสตร์ดับไฟใต้

                           22 ก.ย.55 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นต่อ รายงานฉบับสมบูรณ์ ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่ง ชาติ (คอป.) ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ยินความชัดเจนจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งตรวจสอบจากสื่อ พบเพียงว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ขอให้ความเห็น และจะให้คณะกรรมการประสานและติดตามผล การดำเนินการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งเมื่อมีรายงานออกมาแล้ว นายกรัฐมนตรีควรมีความเห็นที่ชัดเจน

                           นายองอาจ กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล รวมทั้งพรรคเพื่อไทยยอมรับรายงาน คอป. เพราะเป็นการจัดทำรายงานจากคณะกรรมการ ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรี เคยยอมรับ ซึ่งรัฐบาลเคยนำข้อเสนอของ คอป.ไปปฏิบัติแล้ว นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ก็ควรกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของรัฐบาล ต่อรายงานของคอป.อย่างชัดเจน ว่ารัฐบาลจะนำรายงานคอป.ไปปฏิบัติอย่างไรให้เกิดความปรองดอง และอยากให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำรายงาน คอป. ไปปฏิบัติให้เกิดผลความปรองดองแห่งชาติชาติ เพราะในรายงานก็มีหลายข้อเสนอที่ให้หน่วยงานราชการนำไปปฏิบัติได้

 

จ่อยื่น ปปช.-ผู้ตรวจการ สอบ 'ขุนค้อน' พาสื่อทัวร์ยุโรป

                           นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นำสื่อมวลชนไปทัวร์ต่างประเทศว่า สื่อที่ไปถูกเลือกจากนายสมศักดิ์ โดยพฤติกรรมของสื่อเหล่านี้ไม่ได้ยืนอยู่บนหลักจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ มีหน้าที่สำคัญ 2 ประการคือ เชียร์พรรคเพื่อไทย และด่าพรรคประชาธิปัตย์ บางคนมีพฤติการทำตัวเป็นนักวิชาการ ไปออกทีวีด่าพรรคประชาธิปัตย์ก่อนหน้าที่จะมาเป็นสื่อ
 นายสาธิต กล่าวว่า นายสมศักดิ์ได้ใช้เงินที่เป็นภาษีของประชาชนจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบของสภาผู้แทนราษฎรแก้ผ้าสื่อเหล่านี้อย่างล่อนจ้อน ทำให้เห็นภาพสื่อพวกนี้ชัดเจน ที่สำคัญที่สุดคือการใช้เงินของนายสมศักดิ์ถึงแม้จะดูน้อย แต่ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง และยังเป็นการใช้เงินที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงาน ของกิจการของสภาผู้แทนราษฎร เพราะถ้าทำหน้าที่กิจการของสภาฯ สื่อที่ทำรายการมองรัฐสภาจะต้องเดินทางไปด้วย

                           “พฤติกรรมของประธานสภาฯเช่นนี้ มีการเลือกข้างอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่าจะต้องให้มีความเป็นกลาง ดังนั้นนายสมศักดิ์ถือว่าหมดความชอบธรรมที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาฯต่อไป อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลส่งเพิ่มเติม ให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งพรรคเคยยื่นไปก่อนหน้านี้เรื่องพฤติกรรมที่ไม่เป็นกลางหลายครั้ง ส่วนพฤติกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมของนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประมุขของอำนาจ 3 ฝ่ายในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตนคิดว่านายสมศักดิ์ควรลาออกได้แล้ว เพื่อเป็นเกียรติประวัติของตนเอง” นายสาธิต กล่าว

 

จี้ ครม.ยึดยุทธศาสตร์ 'เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา' เดินหน้าดับไฟใต้

                           นายสาธิต แถลงถึงกรณีเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่จังหวัดปัตตานีว่า รัฐบาลต้องไม่ประมาทและเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ในการแก้ปัญหา คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความสูญเสียมากกว่านี้ และอยากให้รัฐบาลลงลึกในรายละเอียด ถึงกรณีที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายติดต่อขอเข้ามอบตัว และติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ และที่สำคัญขอเรียกร้องให้ ครม.ออกมติเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทันทีในวงเงิน 7.75 ล้านบาท ในหลักเกณฑ์เดียวกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง

 

'สาธิต' ขู่ 'ธาริต' ระวังติดคุก หากยังทำงานสนองการเมือง

                           นายสาธิต แถลงถึงกรณีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงเปิดใจการทำงานต่อสื่อมวลชน เนื่องจากได้รับความกดดันจากหลายฝ่าย กรณีคดี 98 ศพ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชายชุดดำ ว่า วันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้อย่างชัดเจนแล้ว และนายธาริตเองก็ได้ยอมรับว่านายอภิสิทธิ์ ได้ให้ดำเนินการตามกระบวนยุติธรรมและข้อเท็จจริง

                           แต่พฤติกรรมที่นายธาริตดำเนินอยู่ในขณะนี้ เช่น การพยายามตั้งข้อหาให้ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ถึงขนาดระบุว่าเป็นฆาตกร ตนคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่เป็นการทำสำนวน การสอบสวนเพื่อสนองฝ่ายการเมือง เป็นการทำสำนวนที่มีการชี้นำอย่างชัดเจนจากฝ่ายการเมือง หรือพูดอย่างชัดเจนว่าทำสำนวนการสอบสวนแบบมีธงไว้ก่อน จึงอยากให้นายธาริตตั้งสติให้ดี ในเรื่องการรับใช้ทางการเมืองที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง หรือเรื่องการกลั่นแกล้งคนโดยข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งวันนี้มีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากรายงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ในการสอบสวนบุคคลที่เป็นกลาง เช่น สำนักข่าวต่างประเทศ หรือข้อเท็จจริงอื่นที่ปรากฏมาก่อนหน้านี้ก็ดี ขอเรียนว่าการที่จะให้คนอื่นเห็นใจ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่แต่ละบุคคลได้กระทำ ว่ามีความจริงใจและชัดเจนแค่ไหนในการปฎิบัติหน้าที่” นายสาธิต กล่าว

                           “ขอเตือนนายธาริตให้ระวังว่าการดำเนินการทั้งหมด จะเข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200 ที่ว่าผู้ใดเป็นพนักงานสอบสวนกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแกล้งให้บุคคลอื่นต้องได้รับโทษหรือได้รับโทษมากขึ้น ผู้นั้นมีโทษจำคุกตลอดชีวิต ประกอบกับ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 48 ซึ่งออกโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเอง ซึ่งมีหลักให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ต้องรับผิด ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย หากปฏิบัติหน้าที่ในการระงับหรือป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย หรือเป็นการกระทำที่สุจริตไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุ ยังไม่รวมทั้งพฤติการณ์ในคำสั่งของศอฉ. ที่มีความชัดเจนในการดำเนินการ ของนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ จึงขอเตือนนายธาริตว่าระวังจะติดคุกตอนเกษียณ” นายสาธิต กล่าว

 

จี้ครม.จ่ายเงินเยียวยา'เหยื่อคาร์บอมปัตตานี'

                           นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุคาร์บอม ที่ จ.ปัตตานี ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากว่า ขอเรียกร้องไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ให้มีมติครม.ในทันที เพื่อเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตเป็นเงิน 7.75 ล้านต่อคน เหมือนกับหลักเกณฑ์กับมติครม.เพื่อเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เพื่อเป็นหลักประกันให้กับครอบครัวของผู้ปฎิบัติหน้าที่และผู้บริสุทธิ์ จึงขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับข้าราชการตำรวจและทหาร เพราะเมื่อได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่แต่ขอย้ายไม่ได้ จนกว่าจะครบ 4 ปี เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจะต้องระวังตัวเสมอ ว่าจะหวยออกที่เขาเมื่อไหร่ ดังนั้นหากรัฐบาลมอบเงินเยียวยา เป็นหลักประกันเพื่อที่ครอบครัวจะไม่ได้ลำบาก