ข่าว

ฝนเหลืองกับสงครามวัชพืชดื้อยา

ฝนเหลืองกับสงครามวัชพืชดื้อยา

22 ก.ย. 2555

ฝนเหลืองกับสงครามพืชจีเอ็มสู้วัชพืชดื้อยา

                             บริษัทเวชภัณฑ์ ดาว อะโกรไซแอนส์ ในสหรัฐ เตรียมขออนุมัติจำหน่ายข้าวโพดตัดแต่งพันธุกรรม (จีเอ็ม) ที่จะช่วยเกษตรกรต่อสู้กับวัชพืชดื้อยา แต่จุดประเด็นโต้เถียง เพราะผลิตภัณฑ์จีเอ็มใหม่ล่าสุด มีสารเคมีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนประกอบของฝนเหลือง อาวุธเคมีในสงครามเวียดนามที่เป็นตราบาปของอเมริกันมาจนทุกวันนี้ แต่บริษัทบอกว่าจำเป็นต้องใช้เพราะวัชพืชทนทายาด ที่เรียกกันว่า ซูเปอร์วีด กำลังส่งผลกระทบไร่ข้าวโพดในสหรัฐ 15 ล้านไร่ พร้อมยืนยันว่า แนวทางใหม่ปลอดภัยและยั่งยืน

                             เกษตรกรหลายพันคนทั่วสหรัฐกำลังเผชิญปัญหาวัชพืชดื้อยา และต้องเสียเงินเสียทองมากขึ้นกับการซื้อสารกำจัดวัชพืช ที่ทำให้ผลผลิตลด และรายได้ลด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากระบุว่าเป็นเพราะพืชจีเอ็ม ที่นำเข้ามาปลูกกันในช่วงกลางทศวรรษหลังปี 2533 นั่นเอง โดยมีมอนซานโต เป็นผู้นำด้านพืชจีเอ็มของโลก นับจากการคิดค้นข้าวโพดและถั่วเหลืองพันธุ์ราวนด์อัพเรดดี้ ที่มาจากการตัดแต่งพันธุกรรมให้ทนยาปราบวัชพืชไกลโฟเซต สารเคมีที่ทำตลาดในชื่อ ราวนด์อัพ

                             เกษตรกรพ่นราวนด์อัพกำจัดวัชพืชครั้งเดียวก็ฆ่าตายเรียบโดยไม่เป็นอันตรายกับผลผลิต เกษตรกรจึงหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่เพราะลดต้นทุนลงมาก แต่ในช่วงสองสามปีมานี้ ไร่ข้าวโพดและถั่วเหลืองจีเอ็ม เริ่มมีวัชพืชขึ้นสูงและรกเต็มไปหมด

                             หนึ่งในวัชพืชหลายสิบชนิดที่สร้างปัญหาแก่เกษตรกรอเมริกันมากคือ หญ้าที่เรียกว่า ไจแอนต์ แร็กวีด ที่ราวนด์อัพเอาไม่อยู่ ฆ่าไม่ตายขนาดพ่นด้วยการฉีดพ่นตามคำแนะนำถึง 24 ครั้ง

                             วัชพืชเหล่านี้จะดูดแสงและชีวิตของพืชไร่ วัชพืชดื้อยาเพียงต้นเดียวในพื้นที่ทุก 10 ตารางเมตร จะทำให้ผลผลิตที่ควรจะได้ลดลง 50%

                             ศาสตราจารย์สเตฟาน เนเซวิช มหาวิทยาลัยเนบราสกาที่ศึกษาเรื่องนี้ กล่าวว่า ตนพูดมาตลอดในระยะ 15 ปีมานี้ ว่าหากยังใช้ราวนด์อัพต่อไปเรื่อยๆ เราก็จะเจอปัญหาเช่นนี้ และขณะนี้ ก็ได้เห็นแล้ว

                             แต่สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพแล้ว พืชจีเอ็มรุ่นใหม่ประสิทธิภาพแรงกว่าเดิมเท่านั้นคือทางออก และดาว อะโกรไซแอนซ์ ก็กำลังขออนุมัติจากรัฐบาลสหรัฐ ให้อนุญาตใช้ข้าวโพดพันธุ์ใหม่ ที่มีระบบควบคุมวัชพืชได้ดีกว่าเดิม ด้วยการตัดแต่งพันธุกรรมให้ต้านสารกำจัดวัชพืชเป็นสองชนิด แทนชนิดเดียว ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ให้เกษตรกรได้เลือกผสมใช้ตามสถานการณ์

                             แต่ประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือการค้นพบว่า ข้าวโพดพันธุ์ใหม่ถูกตัดแต่งให้ต้านทานการใช้สารเคมีชื่อ  2,4-ดี  ซึ่งสารชนิดนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษพัฒนาขึ้นมาในระหว่างสงคราม เป็นสารกำจัดวัชพืชทรงพลัง และถูกใช้เป็นหนึ่งในสองส่วนประกอบของฝนเหลือง ที่สหรัฐนำมาใช้ในสงครามเวียดนาม  ปัจจุบัน 2,4-ดี ถูกจัดอยู่ในสารกำจัดวัชพืช แต่ใช้น้อยมากเพราะพิษร้ายแรง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หากเกิดขึ้นจริง ก็จะเป็นการขยายทางเลือกให้เกษตรกรใช้ 2,4-ดี กันมากขึ้น